บทที่ 2 หัวชนฝา 1
วรัชชากำลังขะมักเขม้นทำบัญชี…
หน้าดำคร่ำเครียดตั้งแต่เช้า เนื่องจากว่าเวลาใกล้สิ้นเดือน นอกเหนือจากงานรายรับรายจ่ายในแต่ละวัน เตรียมการสำหรับจ่ายเงินเดือนให้กับเหล่าพนักงาน เธอก็ต้องวางแผนงานสำหรับการซื้อเข้าขายออกในเดือนหน้า ไหนจะงานมงคลงานใหญ่ของที่บ้านที่กำลังจะจัดขึ้นอีกล่ะ งานราษฎร์งานหลวงล้นมือไปหมด ทำเอาเจ๊ใบชาหัวหมุนไปตามๆ กัน
โดยกิจการของครอบครัวเธอ เป็นร้านขายอุปกณ์และรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของจังหวัด รวมไปถึงร้านขายเฟอร์นิเจอร์ขนาดกลาง ซึ่งผู้คนในพื้นที่ต่างรู้จักและพูดกันปากต่อปากว่าเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ สมราคา และยังมีบริการที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านธรรมดา หรือคนใหญ่คนโต หากได้เข้าไปใช้บริการในร้าน รับรองได้เลยว่ามีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน
“เมื่อไรแม่จะรับคนเพิ่มเนี่ย เส้นเลือดในหัวชาจะแตกแล้วนะ”
วรัชชาหรือเจ๊ใบชาของลูกน้อง… ลูกสาวคนเดียวของตระกูล ‘เมธาวัชรากรณ์’ บ่นออกมาเสียงดังลั่น ในขณะมือและสายตายังไม่ละไปจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเครื่องใหญ่ ทั้งที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ร้านของเธอก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ด้วยความที่แม่ไม่เกี่ยงเงิน แม้ว่าเป็นแค่เศษสตางค์ท่านก็มองว่าสำคัญ สอนลูกทุกคนเสมอว่าเก็บงำเอาไว้สักวันก็ต้องงอกเงยเป็นก้อนใหญ่ จึงไม่คิดปฏิเสธไม่ว่ารูปแบบงานจะมาแบบไหน จะเล็กหรือจะใหญ่ก็ตาม คิดดูว่าแค่ต่อเติมห้องน้ำเล็กๆ ยังมีชาวบ้านมาจ้าง ท่านยังส่งตัวพี่ชายคนรองของเธอไปทำ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้คนที่คอยทำบัญชีอย่างเธอมือเป็นระวิงได้อย่างไร
“เดี๋ยวก็มีพี่สะใภ้เข้ามาช่วยงานแล้ว รออีกหน่อยเป็นไร”
เสียงหวานจ๋อยที่มาพร้อมกับน้ำปั่นแก้วใหญ่ดังขึ้นข้างกาย วรัชชาจึงหันไปมองพร้อมกับทำหน้ายุ่งยีให้อีกฝ่ายดู ซึ่งเจ้าของเสียงที่ถูกดัดลดอายุ มีนามว่าแตนหรือนวลแตน… หญิงสาววัยสี่สิบห้าที่ชอบแต่งเนื้อแต่งตัวเป็นเด็กยี่สิบต้นๆ
ไม่ว่าจะเป็นการใส่เสื้อยืดพอดีตัว กางเกงยีนรัดรูปที่มาพร้อมกับรองเท้าผ้าใบสีหวาน ไม่เพียงเท่านั้นยังแต่งหน้าแต่งตาเจนจัด เปียผมสองข้าง ซึ่งเป็นแฟชั่นที่คนเป็นนายเห็นแล้วเหนื่อยใจ
“พูดอะไรเพ้อเจ้อ พี่คิงไม่ยอมแม่หรอก” ลูกสาวคนเล็กของบ้านหันไปพูดกับคนสนิท ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งพี่เลี้ยง แม่บ้าน พนักงานขายของในร้าน จิปาถะแล้วแต่จะเรียกใช้ “นี่ถ้าเรื่องการ์ดแต่งงานที่แม่เพิ่งแจกไปรู้ถึงหูเขาขึ้นมา รับรองได้เลยว่าบ้านแตก”
“ไม่แตกหรอกค่า ก็รู้กันอยู่ว่าคุณคิงนี่แหละที่เป็นลูกคนเดียวที่ไม่สามารถขัดใจคุณแม่ได้”
นวลแตนอยู่กับท่านมานาน นับตั้งแต่ที่อายุสิบแปดสิบเก้า เรียกได้ว่าเพิ่งเป็นสาวเต็มกายเลยล่ะ ในตอนนั้นนางทำหน้าที่ดูแลราเชนทร์ รวิกร และวรัชชา ซึ่งมีอายุสิบขวบ สี่ขวบ และสองขวบตามลำดับ ย่อมรู้ดีว่าคนที่แข็งกระด้างและใจอ่อนกับคนรอบข้างมากที่สุด ไม่ใช่สองคนหลัง…
แต่เป็นลูกชายคนโตที่อยู่กับแม่มาตั้งแต่ตอนที่ท่านยังลำบาก ไม่ได้มีกิจการใหญ่โตเหมือนอย่างทุกวันนี้ต่างหาก
ดูสิ ไม่ว่าพ่อแม่ต้องการอะไรราเชนทร์ก็ทำตามนั้น อยากให้เรียนเก่งๆ ก็สอบได้ที่หนึ่งของชั้น อยากให้เรียนนายร้อยก็พยายามจนได้มา ทุกวันนี้ก็เป็นตำรวจตำแหน่งสูงที่มีคนนับหน้าถือตา ยอมเสียสละให้น้องๆ ควบคุมธุรกิจ ส่วนตัวเองก็ไปลำบากลำบนรับราชการ สร้างคุณงามความดีในหน้าที่การงาน สะสมเส้นสายเพื่อเป็นใบเบิกทางให้ที่บ้าน ใครๆ ก็รู้ว่าครอบครัวนี้กว้างขวางแค่ไหน
ส่วนน้องชายกับน้องสาวของราเชนทร์ ดูเหมือนจะอยู่ใต้อาณัติของคนเป็นแม่ก็จริง หากแต่คนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนรู้ดีว่าท่านไม่ได้คาดหวังกับทั้งคู่มากนัก นอกเหนือจากเรื่องงานก็ไม่เคยบังคับทิศทางให้ก้าวเดิน จะเรียนอะไรก็ได้ จะคบคนแบบไหนก็ช่าง ขอแค่กลับมาช่วยกันรับช่วงต่อกิจการที่บ้าน
และในทางตรงกันข้ามกลับตั้งมั่นเอาไว้ว่าจะตายกับลูกชายคนโต ตั้งใจฝากผีฝากไข้ไว้กับสะใภ้ใหญ่มากกว่า… ยิ่งเจ๊ใหญ่เหลือตัวคนเดียว เนื่องจากว่าสามีที่เป็นอดีตนายตำรวจตายจาก คนที่จะแต่งเข้ามาในบ้านยิ่งมีความสำคัญ เพราะฉะนั้นท่านจึงเลือกแล้วเลือกอีก ท้ายที่สุดก็มาจบที่ว่าที่เจ้าสาวของราเชนทร์ไง
วรัชชารับฟังคำพูดของนวลแตน หากแต่ไม่ได้คล้อยตาม เพราะอย่างไรคนเป็นน้องก็มองว่าพี่ชายยิ่งใหญ่ สมชื่อราเชนทร์ของเขาไง อีกทั้งยังเป็น ‘พี่คิง’ ของน้องๆ คนที่คอยกำราบแทนพ่อในวันที่น้องชายกับน้องสาวเหลวไหล
“นั่นไงคะ พูดถึงก็มาเลย”
เจ้าของใบหน้าเรียวสวยเงยหน้ามองตามสายตาของพี่เลี้ยงสาว แต่พอเห็นว่าเป็นร่างสูงใหญ่ที่อยู่ภายใต้ชุดตำรวจรัดรูป หมวยเล็กของบ้านก็เบิกตากว้าง ก่อนจะหันไปเขย่าแขนนวลแตนและออกคำสั่ง
“พี่แตน… ไปบอกให้แม่ตั้งรับเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ทำไมล่ะคะ”
“ไปเถอะน่า เร็วๆๆๆๆ เดี๋ยวนี้”
นวลแตนทำหน้าตาบ๊องแบ๊วไม่เข้าใจ ก่อนจะเดินเข้าไปในครัวที่ตั้งอยู่หลังร้าน ในใจก็คิดว่าไม่เห็นต้องกลัวเลย เพราะอย่างไรคุณคิงก็ไม่อาละวาดกับคุณแม่อยู่แล้วล่ะ อีกอย่าง ต่อให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ก็จริง ทว่าทางออกของมันก็มีให้เห็น ทุกอย่างชัดเจนในตัวเอง… หากไม่คู่ควรเหมาะสม ทู่ซี้รักไปก็เท่านั้น นางมองว่าการตัดสินใจของเจ้านายใหญ่ถูกต้องที่สุด ดีต่อคุณคิงที่สุด จึงไม่ได้ร้อนรนเหมือนอย่างที่เด็กๆ รู้สึกสักเท่าไร
“พี่คิง” ลับร่างนวลแตน วรัชชาก็ทิ้งทุกอย่างที่อยู่ในมือลง จากนั้นก็เดินไปต้อนรับผู้เป็นพี่ชาย “มากินข้าวกลางวันเหรอคะ แม่น่าจะยังทำไม่เสร็จ ชาก็เลยให้พี่แตนไปเร่งให้”
“เปล่า พี่มีเรื่องจะคุยกับแม่ต่างหาก”
“พี่คิง! ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ ชาว่า…”
“หลบไป” ราเชนทร์กับไม่ฟัง เขาปรามน้องสาวด้วยน้ำเสียงเย็น ก่อนจะพาร่างสูงของตัวเองไปด้านใน โดยไม่ฟังคำทัดทานและไม่สนสายตาสอดรู้สอดเห็นของคนในร้าน ซึ่งมองมาที่เขาเป็นตาเดียว
