บทที่ 3 หัวชนฝา 2
“แม่ทำอย่างนี้ทำไม แม่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าผมกับวรรณตั้งใจจะแต่งงานกันปีหน้า”
อารยาหรือเจ๊อ๋า… เจ้าของกิจการตัวจริงกระแทกลมหายใจออกมา ไม่ได้มีท่าทีตกใจเมื่อได้ยินเสียงแผดลั่นของผู้เป็นลูกชาย เนื่องจากว่าเตรียมใจเอาไว้แล้วอีกไม่นานก็ต้องได้คุยกัน
แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ส่งทัพพีที่อยู่ในมือให้กับแตนไป ก่อนจะเดินไปยังห้องทำงานส่วนตัวของตนที่ตั้งอยู่ด้านนอก โดยมีร่างสูงใหญ่ของราเชนทร์เดินตามหลัง
พอไปถึงอารยาก็นั่งบนเก้าอี้ประจำของตัวเอง ก่อนจะหันไปพูดด้วยน้ำเสียงปกติ “ได้ ฉันจะยกเลิกให้… แต่มีเงื่อนไขอยู่หนึ่งอย่าง”
เงื่อนไขอย่างนั้นเหรอ? ไม่น่าจะใช่เรื่องง่าย เพราะถึงขั้นที่แจกการ์ดแต่งงานไปทั่ว ทั้งที่เจ้าบ่าวยังไม่ได้ตกลงปลงใจ ทางเลือกของเขามันก็คงจะมีแค่ทางเดียวเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรราเชนทร์ก็ยังมีความหวัง อย่างน้อยที่สุดแม่ก็น่าจะเห็นใจเขาบ้าง
ในเมื่อท่านก็เห็นและรับรู้มาตลอด ว่าผู้หญิงคนเดียวที่เขารักและรอวันที่จะได้แต่งงาน ก็คือกมลวรรณ
“อะไรครับ แม่ต้องการอะไรกันแน่” ชายหนุ่มจึงพยายามทำใจให้สงบ และพาตัวเองไปนั่งยังเก้าอี้ตรงหน้าท่าน
“ให้พ่อมันเอาเงินมาคืนฉันสิ”
“เงิน? เงินอะไรครับ”
“หนึ่งล้านที่ได้ไปวันนั้น” อารยายิ้มที่มุมปาก สะใจเล็กน้อยเมื่อได้เห็นใบหน้าคมเข้มของคนเป็นลูกค่อยๆ ซีดเผือด ราวกับรับไม่ได้เมื่อได้ยินคำพูดที่คล้ายกับไม่เป็นความจริง หากแต่ต่างคนก็ต่างรู้ดีแก่ใจ จำนวนของมันสามารถซื้อศักดิ์ศรีของคนคนหนึ่งได้ “ฉันให้เงินมันไปล้านหนึ่ง แถมยังยกหนี้ที่เคยยืมให้ แกรู้ไหมว่าอดีตว่าที่พ่อตาของแกรีบตกลงอย่างไว… สำหรับพวกมันแล้ว แกมีค่าแค่เงินล้านเดียวเท่านั้นแหละคิง”
“แม่! ทำไมแม่ทำอย่างนี้”
“ฉันก็แค่อยากลองใจคนเท่านั้นแหละ แต่ช่วยไม่ได้ พวกมันอยากหน้าเงินเองนี่นา”
“แต่นี่มันเป็นเรื่องของผมกับวรรณ ไม่เกี่ยวกับคนอื่น เงินตบแต่งผมจะเป็นคนออกเอง ไม่คิดจะรบกวนแม่เลยแม้แต่บาทเดียว แล้วอีกอย่าง แม่เองก็รู้ดีนี่นาว่าครอบครัวของวรรณกำลังลำบาก เงินเป็นล้าน… อย่าว่าแต่ลุงไหวเลย ผมเองก็อยากได้”
“แกคิดว่าการแต่งงานเป็นเรื่องของคนสองคนอย่างนั้นเหรอคิง” อารยาส่ายหน้าให้กับความคิดของคนเป็นลูก
“ถ้าไม่อย่างนั้นมันจะเป็นเรื่องของใคร” ทว่าราเชนทร์สวนกลับทันที “ผมกับวรรณคบกันมานานแม่ก็รู้อยู่ แต่แม่กลับไม่เคยเปิดใจให้เธอเลยสักครั้ง ซึ่งผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแม่ถึงไม่ชอบวรรณ ทั้งรูปร่างหน้าตา ทั้งหน้าที่การงาน ทั้งนิสัยใจคอ มีอะไรบ้างที่วรรณสู้คนอื่นไม่ได้”
“วรรณต้องพิสูจน์ตัวเองแค่ไหน ถึงจะเรียกได้ว่าพิสูจน์แล้ว… ถึงจะทำให้แม่พอใจ” เหนื่อยที่จะเถียง ราเชนทร์รู้ว่ายิ่งเขารุนแรงมากเท่าไร ผลของมันก็ยิ่งแย่มากเท่านั้น “ผมรักวรรณแค่ไหนแม่ก็น่าจะรู้ดี ซึ่งเราสองคนก็พยายามมาเป็นสิบๆ ปี เพื่อที่จะพิสูจน์ให้แม่เห็นว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่เรื่องฉาบฉวย และวรรณเองก็คู่ควรกับผมในทุกๆ ด้าน แต่แล้วทำไมยิ่งนานวันเข้า… แม่ยิ่งชัดเจนว่าไม่มีทางยอมรับ”
“งั้นก็ให้พวกมันเอาเงินมาคืนฉัน... แม่ขอแค่หนึ่งล้านที่ให้ไป ส่วนหนี้ที่มันมาตอดเล็กตอดน้อยโดยใช้แกเป็นข้ออ้าง จะยกให้” อารยาใจใหญ่มากพอ ไม่สน แม้รวมๆ แล้วเงินที่อีกฝ่ายหยิบยืมก็ถือว่าเป็นก้อนใหญ่ก็ตาม “ถ้ามันยอมคืน… ไม่สิ ถ้ามันยังเหลือพอที่จะมีคืน ฉันจะยอมปล่อยให้แกเป็นอิสระ พวกแกสองคนจะได้แต่งงานกันสมใจ แต่ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้คุยกัน ซึ่งฉันบอกพ่อกับแม่ของนังวรรณไปแล้ว”
“เงื่อนไขอะไรอีก”
“เมื่อไรก็ตามที่นังนั่นกับแกได้ลงเอยกัน ทรัพย์สมบัติทุกอย่างที่ฉันสร้างเอาไว้ จะต้องตกเป็นของน้องแกทั้งสองคน จะไม่มีแกเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกิจการที่ทำอยู่หรืออสังหาริมทรัพย์ ส่วนแกเองก็ต้องย้ายไปอยู่แฟลตตำรวจ คืนรถที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ให้แม่ ถ้าอยากได้อยากมีก็หากันเอาเอง อย่าหวังว่าจะได้ชูคออยู่ในบ้านหลังนั้น”
“เอาสิ ผมไม่ได้ต้องการทรัพย์สมบัติของแม่อยู่แล้ว”
ราเชนทร์ไม่แคร์ ในเมื่อทุกวันนี้ตัวเขาไม่ได้มีส่วนร่วมในกิจการของท่าน ถึงมีก็น้อยมากจนไม่หวังที่จะเข้าไปเอี่ยวในสิ่งที่น้องทั้งสองคนควรจะได้ แต่ก็ไม่เถียงว่าที่เขาได้อยู่อย่างสมเกียรติ ได้มีบ้านหลังใหญ่ ได้มีรถดีๆ ขับ มีเงินปันผลทุกเดือน ส่วนใหญ่มันก็มาจากเงินของที่บ้าน โดยรวมแล้วก็แม่นั่นแหละที่เป็นคนหามาให้
“แล้วแกถามนังนั่นหรือยัง มั่นใจเหรอว่าถ้าเหลือแต่ตัว ครอบครัวนั้นจะต้อนรับ”
“ผมไม่กลัวหรอก อย่างน้อยผมกับวรรณก็มีงานที่มั่นคง…”
“นี่คิง แม่จะบอกอะไรให้นะ ที่มันเป็นอย่างนี้ก็เพราะพวกมันไม่เอาแกแล้วยังไงล่ะ มันถึงได้เงินไปตั้งล้านหนึ่ง” นางลุกขึ้นเผชิญหน้ากับคนเป็นลูก “ระหว่างลูกเขยที่มีเกียรติแต่ไม่มีกิน กับเงินก้อนใหญ่พร้อมกับหนี้สูญ… พวกมันคว้าหมับมาที่เงินอย่างไว ในสายตาไม่มีความลังเลให้เห็นเลยด้วยซ้ำ แล้วฉันถามหน่อยเถอะ แกอยากดองกับคนพวกนี้จริงๆ เหรอคิง”
“แต่วรรณไม่ใช่คนแบบนั้น”
“งั้นก็ลองดู ลองไปถามพวกมันดู… ถ้ายอมทำตามเงื่อนไขที่ฉันให้ ฉันเองก็ไม่มีอะไรที่จะต้องขัดขวาง” อารยามั่นใจว่าตัวเองคิดถูกและเชื่อว่าลูกชายไม่เหลือทางอื่นให้เดิน “ถ้าไอ้ไหวมันยอมรับแกเป็นลูกเขยได้ ฉันก็จะยอมรับนังนั่นไว้เป็นลูกสะใภ้เหมือนกัน แต่นับจากที่แกสองคนตบแต่ง ฉันจะไม่สนใจว่าแกจะอยู่ยังไง เป็นยังไงบ้าง และที่ฉันห่วงแก ฉันไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องเงิน… แกโตแล้วนะคิง แกน่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าที่ฉันกีดกันมันเพราะอะไร”
“ถึงผมไม่ได้แต่งงานกับวรรณ ผมก็จะไม่มีทางแต่งกับคนที่แม่เลือกเด็ดขาด”
“ก็ลองดูสิ ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนอย่างแก จะกล้าพอที่จะขัดคำสั่งแม่อย่างฉันหรือเปล่า”
