บทที่ 4 หัวชนฝา 3
“พ่อไปรับเงินเขามาทำไม!” เสียงกรีดร้องของพยาบาลสาว ถูกเปล่งออกมาเสียจนดังลั่นบ้าน ส่งผลให้ตาแก่กับยายแก่ที่กำลังนั่งอยู่บนแคร่ไม้ใต้ถุนบ้าน ตกอกตกใจไปตามๆ กัน
นายไหวรีบหลบสายตากับผู้เป็นลูกสาว ในขณะที่มือใหญ่กำลังเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับลูกรัก ซึ่งเป็นไก่ชนตัวเขื่องที่เพิ่งตีชนะได้เงินรางวัล หากเปรียบเป็นคนก็ถือว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงเลยก็ว่าได้…
ส่วนนางมาลาก็ไม่มีอะไรจะเถียง นางได้แต่เอื้อมมือไปคว้าร่างบางของลูกสาวคนเดียวมานั่งข้างๆ ก่อนที่จะลูบหลังลูบไหล่เพื่อปลอบใจ “วรรณเอ๊ย ตัดอกตัดใจเสียเถิด ลูกสะใภ้ที่แม่ผัวไม่ยอมรับอย่างไรก็หาความสุขไม่ได้”
กมลวรรณฟังแล้วเจ็บปวดไปถึงกระดูกดำ
ได้แต่ยกมือปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ
“หนูแต่งกับพี่คิงนะแม่ ใช่ว่าจะแต่งกับอีแก่นั่นเสียเมื่อไร” หลังจากร้องไห้จนหนำใจ เจ้าของใบหน้างามก็ตะโกนลั่นออกมา “เราสองคนรักกันมาเป็นสิบๆ ปี ตั้งใจเก็บเงินเพื่อจัดงานแต่งปีหน้า แต่วันนี้… อีอ๋ามันกลับร่อนการ์ดแต่งงานไปทั้งจังหวัด มันหักหน้าหนู มันตั้งใจจะทำให้หนูอับอาย แล้วที่มันทำอย่างนี้ได้ก็เพราะว่าพ่อกับแม่ไปรับเงินของมัน!”
กมลวรรณไม่เคยรักใคร่ว่าที่แม่สามี อันที่จริงเธอเกลียดอารยาเข้าไส้เลยด้วยซ้ำ เพราะรู้ว่าฝ่ายนั้นเองก็ไม่ปลื้มที่ครอบครัวของเธอจน ถึงเธอจะหมั่นเพียรเรียนจนได้เป็นพยาบาล แต่พ่อแม่ก็มีอาชีพรับจ้าง เป็นชาวบ้านธรรมดาไม่ได้มีกิจการเหมือนพวกมัน
“นังหนู พ่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แกนะ” นายไหวรีบพูดแก้ต่าง “นังอ๋ามันบอกว่าจะตัดไอ้คิงออกจากกองมรดก ต่อให้มันตายก็จะไม่ให้สักแดงเพราะถือว่าแต่งออกไม่ได้แต่งเข้า ส่วนบ้านที่อยู่ทุกวันนี้ก็ต้องตกเป็นของน้องมัน ถ้าไม่มาอยู่บ้านเราก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านพักตำรวจท้ายอำเภอ สภาพอย่างกับบ้านร้าง ดูเถอะวรรณเอ๊ย มันหน้าเลือดแค่ไหน ลูกชายคนโตของมันแท้ๆ ยังทำได้ ซึ่งพ่อไม่ยอมให้แกแต่งงานกับคนที่เหลือแต่ตัวแบบนั้นหรอกนะ คนมันจะได้หัวเราะเยาะเอาน่ะสิ”
“เหลือแต่ตัวอะไร ฉันไม่สนใจสมบัติอีแก่นั่นหรอก พี่คิงเขามีการมีงานที่มั่นคงทำนะพ่อ”
“ฮึ อาชีพอย่างนั้นมันจะเลี้ยงแกกับลูกได้สักเท่าไร ไม่วายลูกสาวของพ่อต้องทำงานงกๆ ไปจนเกษียณ”
“แม่เองก็คิดเหมือนพ่อนะวรรณ”
นางมาลารีบเสริม “อย่างลูกนังอ๋า มากสุดที่ได้มันก็แค่เงินเดือนตำรวจแค่นั้น คนมันโง่ ตงฉินเกิน ไหนจะเย่อหยิ่งกับผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่รับส่วย ไม่สนเงินร้อน ขัดแข้งขัดขาคนอื่นเขาไปทั่วอีก ถ้าไม่มีเงินจากแม่มันมาช่วยหนุน มันจะไปได้สักกี่น้ำ”
“เออ คิดดูเถอะ ขนาดเงินแต่งงานมันยังไม่มีปัญญา ตั้งหน้าตั้งตาเก็บมาเป็นสิบๆ ปียังไม่ได้เลย”
“แต่หนูรักเขา รักมาตั้งนาน รักแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น”
“เชื่อพ่อเถอะวรรณ แต่งไปก็ไม่คุ้มหรอก สู้หาผัวใหม่ที่รวยกว่านี้ ดีกว่านี้จะดีเสียกว่า” เพราะเงินที่ได้มามันร่อยหรอ เหลือไม่ถึงครึ่ง นายไหวจึงไม่มีทางอื่นให้เลือกเดิน เชื่อว่าถ้าต้องตบต้องแต่งกัน คนขี้งกอย่างอีอ๋าคงไม่ยอมเสียเงินก้อนนี้ให้ “แกทั้งสวย ทั้งดี หน้าที่การงานก็มั่นคง ทั้งหมอ ทั้งครูตามจีบกันให้ควัก ไหนจะลูกเจ้าของโรงงานอบแห้งอีก รวยกว่าบ้านนั้นเป็นสิบๆ เท่าเลยมั้ง… อย่าไปยอมก้มหัวให้คนอย่างอีอ๋าเลย เสียชาติเกิดเปล่าๆ”
“พ่อก็พูดได้สิ พ่อรับเงินเขามาแล้วนี่”
กมลวรรณเองก็ไม่เหลือความหวังแล้วเช่นกัน และถ้าหากตรองดูดีๆ หากว่าเธอได้ราเชนทร์ในเวอร์ชันนายตำรวจหนุ่ม ไม่ใช่ลูกชายเจ้าของกิจการใหญ่โต อีกทั้งยังต้องย้ายไปอยู่แฟลตหรือบ้านพัก แทนที่จะเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นที่เขาอยู่ปัจจุบัน
บอกตรงๆ ว่าเศรษฐกิจแบบนี้ ต่อให้รักแค่ไหนก็คิดหนัก
“แล้วจะให้พ่อกับแม่ทำยังไงล่ะ… เราไม่ได้ติดหนี้นังอ๋าแค่คนเดียวนะลูกนะ แต่ยังมีอีกหลายเจ้าที่จ้องจะทวงให้อับอาย แกจะคิดว่าพ่อกับแม่เห็นแก่ตัวก็ได้ แต่เราก็มีเหตุผลและความจำเป็น”
“ใช่ แกดู… ได้เงินจากนังอ๋าก้อนเดียวก็จบทุกอย่าง”
แน่นอนว่าคนเป็นพ่อไม่ปล่อยให้ความเงียบเข้ามาปกคลุม ยิ่งกมลวรรณไม่เถียงยิ่งต้องสุมไฟเข้าไป
“เงินหนึ่งล้านกับหนี้อีกก้อน แลกกับการได้แกคืนมา ไม่ต้องไปทนอยู่กับแม่ผัวอย่างนั้น อย่างไรก็คุ้มค่า”
แล้วเธอจะพูดอย่างไรได้….
กมลวรรณตัดสินใจลุกขึ้น กรีดร้องเสียงดังลั่น กระทืบเท้าขึ้นไปบนบ้าน มุ่งหน้าเข้าสู่ห้องนอนของตัวเอง โดยไม่สนใจที่จะฟังใครหน้าไหนทั้งนั้น เพราะยิ่งคนเป็นพ่อเป็นแม่โอดครวญ เธอยิ่งเคว้งคว้าง ใจหนึ่งก็เจ็บปวด เนื่องจากว่ายังรักและโหยหาราเชนทร์ อีกทั้งเสียดายเวลาที่ผ่านมา สิบปีมันไม่ใช่ระยะเวลาสั้นๆ
แต่อีกใจหนึ่งก็เคียดแค้นเหลือเกิน อยากจะแช่งให้มันตายๆ ไปซะ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเชิดคางจนสุดปลายฟ้า กะอีแค่นายตำรวจ ลูกหลานเจ๊กขี้เหนียว ในเมื่อไม่ให้ เธอก็ไม่ต้องการ… และคนอย่างกมลวรรณไม่จำเป็นต้องยอมให้กับแม่ผัวหน้าเลือดแบบนั้น ความโกรธ ความเกลียดชัง มันทำให้เธออยากได้สิ่งที่ดีกว่า ส่วนราเชนทร์นั้นก็คงจะต้องปล่อยให้แต่งกับอีหมวยหน้าจืดๆ โง่ๆ สักคนที่แม่มันหามาให้
ไม่เห็นจะต้องไปกัดก้อนเกลือกินกับเขาเลย ทั้งที่มีอยู่แล้วเพียบพร้อม แต่กลับต้องไปอยู่แฟลต อยู่บ้านพัก ต้องจัดงานแต่งงานอย่างคนอนาถา ทำอะไรก็ต้องคิดหน้าคิดหลังเพราะไม่มีเงินจากครอบครัวหนุนเอาไว้ คิดๆ ดูแล้ว หากไม่มีอีอ๋าเสียคน การใช้ชีวิตกับราเชนทร์เพียงลำพังก็คงไม่ง่าย
สู้หาผัวใหม่ที่รวยกว่านี้ ดีกว่านี้… จะดีเสียกว่า
ซึ่งคนอย่างเธอ เลือกได้อยู่แล้ว… ละทำไมเธอจะต้องไปเลือกคนที่เหลือแต่ตัวแบบนั้นกัน?
