บทที่ 13 แค่เลขาคนหนึ่ง

ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลง ชาลินีก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“เฮ้อ...” เธอยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกขนลุกจากเมื่อครู่ยังคงไม่หายไปไหน

ผู้หญิงอะไร...น่ากลัวชะมัด ชาลินีเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ก่อนทิ้งตัวนั่งลงช้า ๆ เพียงแค่คิดถึงสายตาของวาเนสซ่าที่มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนขึ้นมาอีกครั้ง

เธอไม่ได้พูดอะไรผิดใช่ไหม หรือเธอเผลอทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจหรือเปล่า? ทั้งที่วาเนสซ่าพูดจาสุภาพทุกคำ แถมยังยิ้มอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่รู้ทำไม...ชาลินีกลับรู้สึกกดดันยิ่งกว่าตอนถูกฟรานโก้ตำหนิเสียอีก โดยเฉพาะประโยคที่อีกฝ่ายบอกว่า “ฉันเป็นคู่หมั้นของฟรานโก้ค่ะ”

ชาลินียังจำสีหน้าและน้ำเสียงนั้นได้อย่างชัดเจน เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเจ้านายของตัวเองมีคู่หมั้นแล้ว

“คุณวาเนสซ่า...” ชาลินีพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนส่ายหน้า พอเถอะ เรื่องของเจ้านายไม่ใช่เรื่องที่เธอควรเอามาคิดให้วุ่นวาย

หญิงสาวจึงพยายามรวบรวมสมาธิกลับมาที่กองเอกสารตรงหน้า แต่ยังไม่ทันได้เริ่มทำงานต่อ ประตูห้องทำงานด้านหลังก็เปิดออก

คุณวาเนสซ่า...กลับไปแล้ว ชาลินีไม่อยากคิดเลยว่า หากผู้หญิงคนนั้นอารมณ์เสียขึ้นมาจริง ๆ น้ำเสียงจะไปสุดที่ตรงไหน

แค่คิดก็ทำเอาเธอเสียวสันหลังวูบ จากนั้นประตูห้องก็เปิดขึ้นอีกครั้ง ชาลินีเงยหน้าขึ้นมองโดยอัตโนมัติ ก่อนเห็นฟรานโก้เดินออกมา

ชายหนุ่มเหลือบมองเธอเพียงครู่เดียว ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่กองเอกสารบนโต๊ะ

“คุณยังทำงานอยู่ ?”

“ค่ะ” ชาลินีพยักหน้ารับ “มีเอกสารที่ต้องจัดการอีกนิดหน่อยค่ะ”

ฟรานโก้มองนาฬิกาบนข้อมือ ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย เลยเวลาพักเที่ยงมาสักพักแล้ว แต่เลขาของเขายังคงนั่งทำงานเหมือนไม่รู้จักเวลาพัก นี่เธอดูยุ่งกว่าเขาที่เป็นซีอีโอเสียอีก

“คุณทานข้าวหรือยัง?”

ชาลินีชะงัก

“เอ่อ...ยังค่ะ ฉันว่าจะจัดการเอกสารชุดนี้ให้เสร็จก่อน”

ฟรานโก้มองกองเอกสารตรงหน้า ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

“งานมันรอได้...สั่งอาหารให้ผมด้วย”

ชาลินีเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างงุนงง

“คะ?”

“มื้อเที่ยง เลือกให้ผมด้วย อะไรก็ได้” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนพูดต่ออย่างเป็นธรรมชาติ “สำหรับสองที่”

หลังจากสั่งการเสร็จ ฟรานโก้ก็เดินกลับเข้าไปในห้องทำงานทันที ชาลินีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจัดการสั่งอาหารสำหรับทั้งสองคน

สองที่...เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เจ้านายกินเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ? แต่เมื่อเหลือบมองรูปร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่อยู่หลังประตูห้องทำงาน ชาลินีก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ ก็ไม่แปลก...ตัวใหญ่ขนาดนั้น คงต้องกินเยอะกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว

ไม่นานอาหารที่สั่งไว้ก็มาถึง ชาลินีรับถุงอาหาร ก่อนนำไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของฟรานโก้

“อาหารมาแล้วค่ะ” เธอกำลังจะหันหลังกลับ จู่ ๆ เสียงทุ้มเรียบนิ่งก็ดังขึ้น

“มานั่งกินด้วยกัน”

ชาลินีชะงัก “คะ?”

“ผมบอกให้มานั่งกินด้วยกัน”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันออกไปทานข้างนอกก็ได้ค่ะ”

ฟรานโก้เงยหน้าขึ้นมองเธอ

“คุณจะออกไปกินตอนไหน?”

“คือ...”

“ผมเห็นทั้งวันคุณแทบไม่ได้กินอะไรเลย”

ชาลินีนิ่ง

“มีแต่น้ำ”

“...”

“มานั่ง” เพียงสองคำสั้น ๆ แต่ไม่มีน้ำเสียงให้ต่อรอง

ชาลินีจึงได้แต่พยักหน้าอย่างจำยอม

“ค่ะ”

จริง ๆ เลย...รู้อย่างนี้ ถ้าหากเขาจะสั่งให้เธอมานั่งทานด้วยกัน เธอเลือกเมนูโปรดของตัวเองก็ดีหรอก ชาลินีได้แต่บ่นกระปอดกระแปดอยู่ในใจ ตอนเลือกอาหาร เธอนั่งคิดอยู่ตั้งนานสองนานว่าจะสั่งอะไรให้ฟรานโก้ดี เพราะไม่รู้ว่าเจ้านายชอบทานอะไร ไม่รู้ว่าแพ้อาหารอะไร และยิ่งไม่กล้าสุ่มเลือกเมนูแบบส่ง ๆ สุดท้ายจึงเลือกอาหารที่คิดว่าน่าจะเหมาะกับเขาที่สุด

แต่ใครจะไปรู้...อาหารอีกชุดกลับเป็นของเธอเอง ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะต้องมานั่งกินด้วยกัน เธอเลือกเมนูโปรดของตัวเองไปแล้ว! ชาลินีแอบถอนหายใจ ก่อนหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารเข้าปาก ทว่าความคิดของเธอก็ต้องหยุดลง เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังมองมา

ฟรานโก้ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พลางมองหญิงสาวตรงหน้าเงียบ ๆ ชาลินีไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเจ้านายกำลังสังเกตเธออยู่

เธอกินอาหารเร็วมาก เร็วเสียจนฟรานโก้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาไม่เคยคิดว่าเลขาของตัวเองจะตั้งใจกินขนาดนี้ หรือบางที...เธออาจจะหิวมาก?

“คุณมีงานด่วนอะไรหรือเปล่า?” เสียงทุ้มดังขึ้น

ชาลินีเงยหน้าพรวด

“คะ? ไม่มีค่ะ ไม่มีนะคะ” เธอตอบด้วยสีหน้างุนงง

ฟรานโก้เหลือบมองจานอาหารของเธอ ก่อนพูดเสียงเรียบ

“ผมนึกว่าคุณรีบไปไหน”

“ทำไมเหรอคะ?”

“เห็นคุณรีบทาน” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนพูดต่ออย่างตรงไปตรงมา “ดูเหมือนยังไม่ทันเคี้ยวก็กลืนลงไปแล้ว”

“แค่ก!” ชาลินีสำลักทันที

เธอรีบยกมือปิดปาก ขณะที่ใบหน้าเริ่มแดงขึ้นจากอาการไอ

“แค่ก ๆ...”

ฟรานโก้ชะงักไปทันที ชายหนุ่มรีบเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำ ก่อนพบว่ามันอยู่ไกลเกินไป จึงคว้าขวดน้ำบนโต๊ะขึ้นมาแทน เขาหมุนฝาออกอย่างรวดเร็ว ก่อนยื่นให้เธอ

“ดื่ม”

ชาลินีเงยหน้าขึ้นมองขวดน้ำที่ถูกยื่นมาตรงหน้า ดวงตาของเธอเบิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยิ่งสำลักหนักกว่าเดิม

“แค่ก ๆ!” ให้ตายเถอะ ชาลินี!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป