บทที่ 4 ซีอีโอที่เปลี่ยนเลขาเป็นสิบคนในปีเดียว

ปึก!

แฟ้มประวัติถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานไม้สีเข้ม

ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีดำคลายเนกไทเล็กน้อย ก่อนเอนหลังพิงเก้าอี้ ใบหน้าคมคายของลูกครึ่งไทย-อิตาลีเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย

เขาเปิดแฟ้มอีกเล่ม ก่อนปิดมันลงทันที

“คนนี้ทำงานได้ 3 วันขอลาออก...”

แฟ้มถัดมา

“คนนี้มานั่งร้องไห้ในที่ทำงาน”

อีกแฟ้ม

“คนนี้มาทำงานได้อาทิตย์เดียวก็สารภาพว่าชอบผม”

เขาถอนหายใจยาว

“ส่วนคนนี้...”

ชายหนุ่มโยนแฟ้มลงบนโต๊ะ

“...ขายข้อมูลบริษัทให้คู่แข่ง”

เลขานุการอาวุโสยิ้มเจื่อน ก่อนเหลือบมองกองแฟ้มบนโต๊ะ

“ปีนี้...นี่ก็รอบที่สิบเอ็ดแล้วนะครับ พนักงานเริ่มเรียกตำแหน่งนี้ว่า 'เก้าอี้อาถรรพ์' กันแล้วครับ”

ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ “คนล่าสุดอยู่ได้ครึ่งวันก็ยื่นใบลาออก คนก่อนหน้านั้นสามวัน ส่วนคนที่อยู่นานที่สุด...ไม่ถึงสามเดือน”

ฟรานโก้ยกมือกุมขมับ

“ก็ผมต้องการเลขา ไม่ใช่คนมาจีบ ไม่ใช่คนที่มาเป็นสาย และไม่ใช่คนที่รับแรงกดดันไม่ได้”

เขาเหลือบมองรายชื่อผู้สมัครชุดใหม่ ก่อนพูดสั้น ๆ

“หวังว่าคราวนี้...จะมีสักคนที่อยู่เกินสามเดือน”

เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“คุณฟรานโก้ครับ ผู้สมัครมาครบแล้ว”

ชายหนุ่มลุกขึ้นติดกระดุมสูทเม็ดสุดท้าย ครั้งนี้เขาจะลงสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง เพราะที่ผ่านมาเขามักติดธุระอื่นจนไม่ได้เข้าร่วม เพื่อแก้ข้อครหาที่เปลี่ยนเลขาเกินสิบคนในปีเดียว

“เริ่มสัมภาษณ์ได้ครับ”

ด้านนอกห้องสัมภาษณ์

ผู้สมัครหลายสิบคนนั่งเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ชุดแบรนด์เนม รองเท้าส้นสูง เครื่องประดับราคาแพง น้ำหอมกลิ่นหรู…แทบทุกคนแต่งตัวราวกับกำลังจะขึ้นปกนิตยสารธุรกิจ

ท่ามกลางความโดดเด่นเหล่านั้น กลับมีหญิงสาวเพียงคนเดียวที่ดูแตกต่าง เสื้อเชิ้ตสีเทาหม่น กางเกงสแลคสีดำ รองเท้าคัตชูธรรมดา ผมหางม้าต่ำ แว่นกรอบสีดำ และใบหน้าที่แทบไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอาง

ชาลินีนั่งเงียบ ๆ อยู่มุมหนึ่ง มือทั้งสองประคองแฟ้มเอกสารไว้บนตัก

วันนี้เป็นวันที่เธอใช้เวลาแต่งตัวน้อยที่สุดนับตั้งแต่เริ่มทำงานมา แปลกดี พอไม่ต้องพิถีพิถันกับภาพลักษณ์ เธอกลับมีเวลานอนเพิ่มขึ้นเกือบชั่วโมง ชาลินียิ้มบาง ๆ แม้วันนี้จะดูธรรมดาที่สุดในห้อง แต่กลับรู้สึกมั่นใจกว่าครั้งไหนเพราะงานเลขานุการ มีสิ่งที่เธอถนัดที่สุด การจัดการตารางงาน การประสานงาน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ล้วนเป็นสิ่งที่เธอทำมาหลายปี

ไม่นานนัก...ประตูห้องสัมภาษณ์ก็เปิดออก หญิงสาวคนแรกเดินออกมาด้วยสีหน้าซีดเผือด ริมฝีปากเม้มแน่น ดวงตาแดงก่ำราวกับเพิ่งกลั้นน้ำตา

เธอเดินผ่านทุกคนไปโดยไม่พูดอะไร ผู้สมัครที่นั่งรอเริ่มมองหน้ากันอย่างสงสัย

“เกิดอะไรขึ้นข้างใน”

ไม่มีใครตอบได้ ไม่นาน ชื่อของผู้สมัครคนถัดไปก็ถูกเรียก เธอเดินเข้าไปด้วยท่าทางมั่นใจ แต่ผ่านไปไม่ถึงห้านาที...ประตูก็เปิดออกอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวรีบเดินออกมาทั้งที่ยังจับลูกบิดประตูไว้แน่น

ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาแดงจัด

“ขอบคุณค่ะ...” เธอพูดเสียงเบา ก่อนรีบเดินออกจากบริษัททันที

บรรยากาศหน้าห้องเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ ผู้สมัครบางคนเริ่มหยิบกระจกขึ้นมาเติมแป้ง บางคนเปิดแฟ้มทบทวนข้อมูลบริษัทซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางคนถึงกับยกโทรศัพท์ขึ้นค้นประวัติของซีอีโออย่างร้อนรน

“เขาถามอะไรเหรอคะ” หญิงสาวคนหนึ่งอดถามผู้สมัครที่เพิ่งออกมาไม่ได้

อีกฝ่ายเพียงส่ายหน้า

“...ไม่รู้จะอธิบายยังไง เหมือนโดนสอบสวนมากกว่าสัมภาษณ์”

พูดจบก็เดินจากไป คำตอบนั้นยิ่งทำให้หลายคนหน้าถอดสี

...

ภายในห้องสัมภาษณ์

หญิงสาวในชุดเดรสราคาแพงนั่งตัวตรงอยู่หน้าชายหนุ่ม

ฟรานโก้ก้มอ่านเรซูเม่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้น

“คุณคิดว่าหน้าที่สำคัญที่สุดของเลขานุการคืออะไร”

หญิงสาวยิ้มหวาน

“คอยดูแลคุณฟรานโก้ทุกเรื่องค่ะ”

“ทุกเรื่อง?”

“ค่ะ”

ชายหนุ่มวางแฟ้มลง

“ผมถามถึงเลขานุการ ไม่ใช่คนที่จะมาเป็นภรรยาผม”

หญิงสาวชะงัก

“ขอบคุณครับ เชิญคนต่อไป”

เธอยังไม่ทันได้ตอบอะไร ก็ถูกเชิญออกจากห้องเสียแล้ว

...

ผู้สมัครคนถัดมาเดินเข้ามา ฟรานโก้เปิดเรซูเม่อ่านเพียงไม่กี่วินาที

“ในประวัติเขียนว่าใช้ Excel ระดับเชี่ยวชาญ”

“ค่ะ”

ชายหนุ่มหมุนโน้ตบุ๊กไปหาเธอ

“ช่วยเขียนสูตรนี้ให้ดูหน่อย”

หญิงสาวมองหน้าจอค้าง ผ่านไปเกือบสองนาที เธอก็ยังพิมพ์ไม่ได้

ฟรานโก้ปิดเครื่องทันที

“ขอบคุณครับ”

...

ผู้สมัครคนหนึ่งนั่งหลังตรงด้วยความมั่นใจ

ฟรานโก้เลื่อนตารางประชุมบนแท็บเล็ตไปตรงหน้า

“สมมติพรุ่งนี้ผมต้องประชุม 3 รอบ ประชุมออนไลน์สอง บินไปอีกหนึ่ง และมีงานเลี้ยงลูกค้าตอนค่ำ ช่วยจัดตารางให้ผม”

หญิงสาวรีบก้มหน้าจัดตารางอย่างรวดเร็ว

ผ่านไปไม่สามนาที เธอส่งแท็บเล็ตกลับคืน

ฟรานโก้มองเพียงครู่เดียว ก่อนเลื่อนกลับไปหาเธอ

“คุณลืมเผื่อเวลาเดินจากอาคาร A ไปอาคาร C”

หญิงสาวชะงัก

เขาเลื่อนนิ้วลงอีกนิด

“และคุณนัดประชุมติดกัน โดยไม่มีเวลาสำหรับการเตรียมเอกสาร”

“เลขานุการที่ดี ต้องคิดก่อนที่เจ้านายจะคิด”

“ขอบคุณครับ เชิญคนต่อไป”

ส่วนเลขาอาวุโสที่นั่งอยู่มุมห้องได้แต่แอบถอนหายใจ เหมือนภาพเดิมกำลังเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง

เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงแฟ้มผู้สมัครถูกปิดลงทีละคน ไม่มีใครผ่านเกณฑ์ในสายตาของฟรานโก้เลย

เขายกมือบีบสันจมูกอย่างอ่อนล้า

“เหลืออีกกี่คน”

เลขานุการอาวุโสก้มดูรายชื่อ

“เหลือคนสุดท้ายครับ”

ฟรานโก้พยักหน้า

“เชิญเข้ามา”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป