บทที่ 5 ผู้สมัคร "ชาลินี"
เลขานุการเปิดประตูออกมา...สายตากวาดมองผู้สมัครที่ยังนั่งรออยู่ ก่อนเอ่ยชื่อด้วยน้ำเสียงเรียบ
“คุณชาลินี เชิญครับ”
เธอผลักประตูเข้าไป
ชายหนุ่มที่กำลังก้มอ่านแฟ้มประวัติอยู่เงยหน้าขึ้นช้า ๆ และนั่นเป็นครั้งแรกที่ชาลินีได้เห็นฟรานโก้อย่างใกล้ชิด
สิ่งแรกที่สะดุดสายตาเธอคือใบหน้าคมคายที่ดูโดดเด่นเกินกว่าจะเป็นเพียงผู้บริหารธรรมดา โครงหน้าชัดได้รูป จมูกโด่งรับกับสันกรามคม ริมฝีปากบางที่กำลังเม้มแน่นอย่างคนไม่ค่อยมีความอดทน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่หนึ่งมองตรงมายังเธออย่างนิ่งสงบ หากแต่กลับให้ความรู้สึกกดดันอย่างประหลาด
เส้นผมสีดำถูกจัดไว้อย่างเรียบง่าย ไม่มีส่วนไหนหลุดออกมารกตา ทว่ากลับยิ่งขับให้ใบหน้าของเขาดูสุขุมและเย็นชา
เขาสวมสูทสีดำตัดเย็บพอดีตัว เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดเผยช่วงลำคอและแนวไหล่กว้างอย่างพอเหมาะ ทุกอย่างบนตัวชายหนุ่มดูเรียบง่าย ไม่มีเครื่องประดับฟุ่มเฟือย มีเพียงนาฬิกาเรือนหนึ่งบนข้อมือที่บอกฐานะได้มากพอโดยไม่จำเป็นต้องอวด
ชาลินีเผลอมองเขาอยู่สองวินาที
สองวินาทีที่นานเกินไปสำหรับการพบกันครั้งแรก
หล่อ...
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวรีบเก็บสีหน้าแทบจะทันที ไม่ได้สิ เธอมาที่นี่เพื่อสมัครงาน ไม่ได้มาชื่นชมหน้าตาเจ้านาย !ก๊อก...
“เชิญครับ” เสียงทุ้มเรียบนิ่งดังขึ้นจากในห้อง
ห้องทำงานกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีดำและไม้สีเข้ม ทุกอย่างเป็นระเบียบจนแทบไม่มีของวางเกินความจำเป็น แฟ้มเอกสารถูกจัดเรียงเป็นมุมฉาก ปากกาบนโต๊ะวางขนานกันอย่างไร้ที่ติ
ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีดำกำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของลูกครึ่งไทย-อิตาลีเงยขึ้นมาสบกับเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้มกลับไปยังแฟ้มประวัติในมือ
“นั่งครับ”
ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีคำทักทาย ไม่มีการแนะนำตัว บรรยากาศในห้องเงียบจนได้ยินเสียงพลิกกระดาษ
ชาลินีนั่งลงอย่างสำรวม วางมือบนตัก ก่อนจะเงยหน้าสบสายตาเขาอย่างมั่นคง
ฟรานโก้เปิดแฟ้มประวัติผ่านทีละหน้า
“ชาลินี”
“ค่ะ”
“เคยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ”
“ค่ะ”
“ลาออกเอง”
“…ค่ะ”
เขาไม่ถามเหตุผล เพียงปิดแฟ้มลงเบา ๆ ก่อนกดรีโมต จอมอนิเตอร์ด้านหลังสว่างขึ้นทันที ตารางงานแน่นตลอดทั้งวันปรากฏตรงหน้า
“พรุ่งนี้ เก้าโมงประชุมบอร์ด สิบโมงครึ่งพบนักลงทุนจากอิตาลี เที่ยงพบลูกค้ารายใหญ่ บ่ายประชุมฝ่ายผลิต สี่โมงให้สัมภาษณ์สื่อ หนึ่งทุ่มดินเนอร์กับคู่ค้าต่างประเทศ” เขาเว้นจังหวะ “แต่แปดโมงห้าสิบ ผู้ถือหุ้นโทรมาขอเลื่อนประชุม เก้าโมงห้า โรงงานแจ้งว่าวัตถุดิบล่าช้า เก้าโมงสิบ ลูกค้ารายใหม่จากสิงคโปร์ขอเข้าพบทันที”
ฟรานโก้วางรีโมตลง
“คุณมีเวลาสามสิบนาที จะทำอะไรก่อน”
ชาลินีไม่ได้รีบตอบ เธอกวาดสายตามองตารางงานทั้งหมดอีกครั้ง ไล่นิ้วตามลำดับเวลา ก่อนเงยหน้าขึ้น
“ดิฉันจะจัดลำดับผลกระทบก่อนค่ะ เรื่องไหนกระทบต่อรายได้และความน่าเชื่อถือมากที่สุด ต้องจัดการก่อน”
ฟรานโก้พยักหน้าเพียงนิด
“แล้วข้อแรก”
“ติดต่อผู้ถือหุ้นค่ะ”
เลขาอาวุโสที่นั่งจดบันทึกอยู่มุมห้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
ฟรานโก้ถามทันที “ทำไม”
“โรงงานมีผู้จัดการรับผิดชอบอยู่แล้วค่ะ แต่ผู้ถือหุ้นคาดหวังคำตอบจากผู้บริหารโดยตรง หากปล่อยให้รอนาน ความเชื่อมั่นจะลดลง ส่วนโรงงาน ดิฉันจะประสานผู้จัดการฝ่ายผลิตให้เริ่มแก้ปัญหาทันที ระหว่างที่ดิฉันจัดการเรื่องผู้ถือหุ้น”
ห้องเงียบลง ฟรานโก้ยังไม่ละสายตา
“แล้วลูกค้ารายใหม่ล่ะ”
“ยังไม่รับนัดทันทีค่ะ”
“ทำไม”
“เพราะดิฉันยังไม่มีข้อมูล การพบทันทีโดยไม่มีการเตรียมตัว อาจเสียลูกค้าได้ง่ายกว่าการขอเวลาเตรียมข้อมูลอีกหนึ่งชั่วโมง”
เขาเอนหลังเล็กน้อยก่อนจะถามต่อ “ถ้าลูกค้าบอกว่าจะบินกลับคืนนี้”
“ดิฉันจะขอประชุมออนไลน์ช่วงค่ำ หรือให้ทีมที่เกี่ยวข้องเข้าไปพบแทนค่ะ”
“แล้วถ้าหากฝั่งนั้นยืนยันว่าจะพบเฉพาะฉันล่ะ”
ชาลินีนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ดิฉันจะเรียนตามตรงว่าเราต้องการเวลาตรวจสอบข้อมูลเพื่อให้คำตอบที่ถูกต้อง ดิฉันยอมเสียโอกาสหนึ่งครั้ง ดีกว่าเสียความน่าเชื่อถือทั้งบริษัทค่ะ”
ฟรานโก้หมุนปากกาในมือ ไม่มีคำชม ไม่มีคำวิจารณ์ เพียงเปิดแฟ้มหน้าถัดไป
“เลขาคนก่อน โดนผมตำหนิต่อหน้าที่ประชุม วันรุ่งขึ้น…เธอลาออก” เขาเงยหน้าขึ้น “ถ้าเป็นคุณล่ะ”
ชาลินีสูดลมหายใจเข้าเบา ๆ
“ดิฉันจะรับคำสั่งก่อนค่ะ”
ฟรานโก้เลิกคิ้วนิดเดียว
“ไม่เสียศักดิ์ศรีหรือ”
“ศักดิ์ศรีสำหรับดิฉัน ไม่ใช่การเอาชนะคนอื่นค่ะ แต่คือการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด” เธอมองเขาตรง ๆ
“แล้วคุณจะไม่โกรธหรือ"
“โกรธค่ะ” คำตอบสั้น ๆ ทำให้เลขาอาวุโสชะงัก
“แต่ดิฉันจะแยกเรื่องงานกับความรู้สึก ระหว่างประชุม ดิฉันมีหน้าที่รักษาภาพลักษณ์ของผู้บริหาร หลังประชุม ดิฉันจะขอเข้าพบเป็นการส่วนตัว พร้อมหลักฐานว่าอะไรผิด อะไรถูก และเราจะป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำได้อย่างไร”
ฟรานโก้มองเธอนิ่ง
“ถ้าผมไม่ยอมรับล่ะ”
“ดิฉันก็ยังต้องทำงานให้ดีที่สุดค่ะ เพราะเป้าหมายของดิฉันไม่ใช่เอาชนะท่านประธาน แต่คือทำให้งานสำเร็จค่ะ”
ความเงียบปกคลุมทั้งห้อง ฟรานโก้หยิบแฟ้มอีกเล่มขึ้นมา
“เอกสารฉบับนี้ มีตัวเลขผิด แต่ลูกค้ากำลังจะเซ็นภายในหนึ่งนาที คุณจะทำอย่างไร”
“ฉันจะยุติการเซ็นค่ะ"
“มูลค่าสัญญาห้าร้อยล้าน”
“ค่ะ”
“ลูกค้าอาจยกเลิก”
“ก็ต้องหยุดค่ะ”
“แล้วคุณจะรับผิดชอบไหวหรือ หากลูกค้าล่มดีลนี้ขึ้นมา”
