บทที่ 8 ดีลเเรก

เช้าวันอังคาร

อาคารสำนักงานใหญ่ยังเงียบสงัด แสงแดดยามเช้าส่องผ่านกระจกบานสูงเข้ามาตามโถงทางเดิน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ กับเสียงฝีเท้าของพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เดินตรวจพื้นที่เป็นระยะ

ชาลินีเดินออกจากลิฟต์พร้อมกระเป๋าสะพายใบเล็ก ก่อนมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง

07.03 น.

เธอมาเร็วกว่าหนึ่งชั่วโมง เมื่อคืนกว่าจะกลับถึงห้องก็เกือบตีหนึ่ง แต่คำพูดของฟรานโก้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว “พรุ่งนี้ กลับบ้านก่อนสามทุ่ม” ชาลินีตั้งใจแน่วแน่ว่าวันนี้จะทำตามคำสั่งนั้นให้ได้

หญิงสาววางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเปิดคอมพิวเตอร์ รอบตัวเงียบจนแทบได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ พนักงานคนอื่นยังมาไม่ถึง

ชาลินีหยิบสมุดเล่มเล็กขึ้นมาเปิด พลิกดูรายการงานที่จดเอาไว้จากเมื่อวาน ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

“วันนี้ต้องเคลียร์ให้หมด...”

ไม่นานนัก โทรศัพท์มือถือของชาลินีที่วางอยู่ข้างคอมพิวเตอร์ก็ดังขึ้น

กริ๊ง...กริ๊ง

หญิงสาวเหลือบมองหน้าจอ ก่อนชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อคนโทรเข้า

ฌอน

เธอกดรับสาย

“สวัสดีค่ะคุณฌอน”

“ขอโทษนะครับคุณชาลินี ผมโทรมารบกวนแต่เช้าเลย” น้ำเสียงของฌอนฟังดูเกรงใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“คือวันนี้ตอนสิบโมงมีประชุมเรื่องดีลวัตถุดิบกับเอเวอเรสต์ กรุ๊ปนะครับ ผมเพิ่งนึกได้ว่าเมื่อวานตอนเย็นลืมแจ้งคุณเรื่องเตรียมเอกสารสำหรับการประชุม” ฌอนหัวเราะแห้ง ๆ เล็กน้อย “เลยต้องโทรมารบกวนแต่เช้า ต้องขอโทษจริง ๆ ครับ”

ชาลินียิ้มบาง ๆ “ไม่เป็นไรค่ะคุณฌอน จริง ๆ ฉันเห็นตารางงานของท่านประธานตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

“อ้าว...คุณรู้แล้วเหรอครับ?”

“ค่ะ ฉันเช็กตารางงานของท่านประธานทุกวันอยู่แล้ว วันนี้เลยตั้งใจว่าจะเตรียมเอกสารสำหรับการประชุมไว้ให้เรียบร้อยก่อนสิบโมงค่ะ”

น้ำเสียงของเธอยังคงเรียบง่าย ราวกับเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว

แต่ฌอนกลับเงียบไปอีกครั้ง เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประทับใจเลขาคนใหม่ของฟรานโก้อยู่เล็กน้อย

เพิ่งเข้ามาทำงานไม่กี่วัน เธอกลับรู้จักจัดลำดับงานและตรวจสอบตารางของเจ้านายล่วงหน้าโดยไม่ต้องรอให้ใครมาคอยบอก ดูท่าท่านประธานจะได้เลขาที่ทำงานเป็นกว่าที่คิดนะ...

“ถ้าอย่างนั้นผมคงไม่ต้องรบกวนแล้วครับ”

“ค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการให้เรียบร้อยค่ะ”

“ขอบคุณมากนะครับคุณชาลินี แล้วก็...ขอโทษอีกครั้งที่โทรมาแต่เช้า”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

สายถูกตัดไป

ชาลินีวางโทรศัพท์ลง เธอลุกไปหยิบแฟ้มที่เกี่ยวข้องจากตู้เอกสาร ก่อนนำกลับมาวางบนโต๊ะ

บริษัทกำลังเจรจาซื้อวัตถุดิบสำหรับผลิตเครื่องประดับล็อตใหญ่จากเอเวอเรสต์ กรุ๊ป หนึ่งในผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบรายสำคัญของตลาด มูลค่าดีลครั้งนี้สูงถึงหลายร้อยล้านบาท

ชาลินีจึงตั้งใจตรวจเอกสารทุกฉบับอย่างละเอียด อ่านทุกบรรทัดอย่างตั้งใจ จนกระทั่ง…

“เดี๋ยวนะ…”

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เงื่อนไขการซื้อวัตถุดิบในร่างสัญญาฉบับก่อนหน้า ระบุราคาตามราคาตลาดในวันที่ส่งมอบ แต่ข้อเสนอฉบับล่าสุดกลับเพิ่ม ค่าธรรมเนียมปรับคุณภาพอีกสามเปอร์เซ็นต์

ชาลินีพลิกกลับไปดูเอกสารอีกฉบับทันทีกลับไม่มีเงื่อนไขนี้ระบุไว้ตั้งแต่แรก เธอหยิบเครื่องคิดเลขขึ้นมากดตัวเลขซ้ำอีกครั้ง สามเปอร์เซ็นต์อาจดูไม่มาก แต่เมื่อคำนวณจากมูลค่าการซื้อวัตถุดิบตลอดระยะเวลาสัญญา…มันกลับกลายเป็นเงินหลายสิบล้านบาท

“สามสิบแปดล้าน…” เธอนีพึมพำเบา ๆ ชาลินีจดรายละเอียดของเงื่อนไขดังกล่าวลงในสมุด ก่อนรวบรวมเอกสารทั้งหมดเข้าด้วยกัน เรื่องนี้ต้องให้ฟรานโก้รู้ก่อนเข้าประชุม หญิงสาวเงยหน้ามองไปยังห้องทำงานของประธานบริษัท ประตูยังคงปิดสนิท เธอเหลือบมองนาฬิกา

07.32 น.

“ยังไม่มาอีก...” เธอพึมพำเบา ๆ หญิงสาวคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนวางแฟ้มไว้ข้างตัว

คงต้องรอให้เขามาถึงก่อน เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เสียงประตูลิฟต์ก็ดังขึ้น...

ติ๊ง—

ประตูลิฟต์เปิดออก ฟรานโก้ก้าวออกมา วันนี้มีดีลสำคัญที่ต้องเจรจา มูลค่าหลายร้อยล้านบาททำให้เขาตั้งใจมาถึงบริษัทเร็วกว่าปกติ เพื่อทบทวนรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้งก่อนเริ่มประชุม

แต่ทันทีที่ก้าวพ้นประตูลิฟต์ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นแสงไฟจากโต๊ะเลขา ฟรานโก้ชะงักเล็กน้อย

เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ 08.04 น. คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว เมื่อคืนเธอกลับหลังเขาเกือบเที่ยงคืน แล้ววันนี้กลับมาถึงก่อนเขาอีก ?

ชายหนุ่มทอดสายตามองเธออยู่ครู่หนึ่ง หญิงสาวกำลังจดบางอย่างลงในสมุดเล่มเล็ก ก่อนพลิกเอกสารกลับไปกลับมาอย่างละเอียด สีหน้าจริงจังจนไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าเขาเดินผ่านไปแล้ว

ฟรานโก้เหลือบมองแฟ้มตรงหน้าเธอ ดีลเอเวอเรสต์

เขาไม่ได้พูดอะไร ก่อนเดินเข้าไปในห้องทำงาน แต่เพียงไม่นาน สายตาของเขาก็เผลอเหลือบออกไปทางกระจกใสอีกครั้ง ชาลินียังคงนั่งทำงานอยู่ที่เดิม หญิงสาวดูตั้งใจจนแทบไม่สนใจสิ่งรอบตัว

ฟรานโก้ถอนสายตากลับมา ก่อนก้มลงเปิดแฟ้มในมือ ฟรานโก้ส่ายหน้าเล็กน้อย นี่เขาได้เลขา หรือได้เครื่องจักรทำงานกันแน่

ไม่นาน เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป