บทที่ 9 ความไว้วางใจครั้งแรก
ก๊อก...ก๊อก...
ฟรานโก้เงยหน้าจากเอกสาร
“เชิญครับ”
ประตูเปิดออก ชาลินีเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มในมือ
“ท่านประธานคะ”
“มีอะไร”
“ฉันเจอข้อผิดปกติในสัญญาดีลเอเวอเรสต์ค่ะ”
ฟรานโก้เลิกคิ้ว “อะไร”
ชาลินีเดินเข้าไปหาเขา ก่อนยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้ “ตัวเลขในข้อเสนอฉบับล่าสุดไม่ตรงกับเงื่อนไขในร่างสัญญาค่ะ”
ฟรานโก้รับเอกสารไปอ่าน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“คุณคำนวณแล้ว?”
“ค่ะ”
“เท่าไหร่”
“ประมาณสามสิบแปดล้านบาทค่ะ ถ้าใช้เงื่อนไขนี้ตลอดระยะเวลาสัญญา”
ฟรานโก้เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนปิดแฟ้มลง
“เข้าประชุมด้วย”
ชาลินีชะงัก “คะ?”
“ผมเชื่อว่าคุณรู้เรื่องนี้ดีที่สุด”
“เจ้านายคนนี้นี่...” เธอพึมพำกับตัวเอง เดิมทีหน้าที่ของเธอมีเพียงเตรียมเอกสาร ประสานงาน และจัดการตารางต่าง ๆ เท่านั้น ส่วนการประชุมสำคัญระดับหลายร้อยล้านบาทควรเป็นหน้าที่ของผู้บริหารและฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่จู่ ๆ เธอกลับถูกลากเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมประชุมเสียอย่างนั้น
“งานเพิ่มอีกแล้ว...” ชาลินีบ่นเบา ๆ ก่อนก้มมองแฟ้มในมือ เอาเถอะ อย่างน้อยเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เธอเป็นคนตรวจพบเอง หญิงสาวหมุนตัวกลับออกจากห้องไป เพื่อเตรียมเอกสารเพิ่มเติมสำหรับการประชุม
ประตูปิดลง ภายในห้องทำงานกลับมาเงียบอีกครั้ง
ฟรานโก้นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะ เขาหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านอีกครั้ง แต่คราวนี้สายตากลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวหนังสือเท่าไรนัก ภาพหญิงสาวที่นั่งทำงานอยู่ตั้งแต่เช้ายังคงติดอยู่ในหัว
เมื่อคืนกลับหลังเขา วันนี้กลับมาก่อนเขา และเมื่อครู่ยังเป็นคนค้นพบความผิดปกติของดีลมูลค่าหลายร้อยล้านด้วยตัวเอง ฟรานโก้เคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ เดิมทีเขาคิดว่าเธอเป็นเพียงเลขาคนใหม่ที่ขยันเกินเหตุ
แต่ดูเหมือนว่า...เลขาคนนี้จะไม่ได้มีดีแค่ความขยันเสียแล้ว
สิบโมงตรง
ห้องประชุมใหญ่เต็มไปด้วยผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ฝั่งหนึ่งเป็นทีมเจรจาของเอเวอเรสต์ กรุ๊ป อีกฝั่งคือทีมผู้บริหารของบริษัทฟรานโก้
ฟรานโก้นั่งอยู่หัวโต๊ะ ถัดลงมาคือฝ่ายการเงิน ฝ่ายจัดซื้อ และผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ส่วนเก้าอี้อีกตัวหนึ่ง…
คือ คีริน รองกรรมการผู้จัดการ เขานั่งอยู่ทางขวามือของฟรานโก้ในตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของบริษัทได้แทบทุกส่วน ชายหนุ่มแต่งกายด้วยสูทสีเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพ ดูไม่มีอะไรผิดปกติ
ไม่มีใครรู้ว่าข้อกำหนดเรื่องค่าธรรมเนียมสามเปอร์เซ็นต์ในข้อเสนอฉบับล่าสุดนั้น มีเขาเป็นคนผลักดันอยู่เบื้องหลัง คีรินไม่ได้ต้องการให้ดีลล่ม เขาต้องการเพียงให้ฟรานโก้เซ็นสัญญาที่เสียเปรียเพราะทุกครั้งที่ฟรานโก้พลาด…เขาจะมีเหตุผลมากพอที่จะตั้งคำถามกับการบริหารของอีกฝ่าย วันนี้ก็เช่นกัน
หากดีลนี้ผ่านไปพร้อมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหลายสิบล้านบาท คีรินก็จะมีอีกหนึ่งเรื่องไว้ใช้กดดันฟรานโก้ในการประชุมผู้บริหารครั้งต่อไป
การประชุมเริ่มขึ้น ตัวแทนจากเอเวอเรสต์นำเสนอข้อเสนอฉบับล่าสุดอย่างเป็นทางการ
คีรินพลิกเอกสารในมืออย่างใจเย็น เมื่อถึงประเด็นเรื่องค่าธรรมเนียม เขาจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้น
“ผมดูเงื่อนไขนี้แล้ว” ทุกคนหันมามอง
คีรินยิ้มบาง ๆ “ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ”
ฝ่ายจัดซื้อหันมามองเขา
คีรินพูดต่อด้วยน้ำเสียงเป็นกลาง “ทางเอเวอเรสต์เองก็เป็นผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบรายใหญ่ ราคาตลาดมีความผันผวน การเพิ่มค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ก็พอมีเหตุผล”
ฟรานโก้ไม่ได้ตอบ เพียงพิงหลังกับเก้าอี้ ฟังอย่างเงียบ ๆ
คีรินเหลือบมองเขา “หากเราต้องการให้ดีลนี้เดินหน้าต่อ ผมคิดว่าเงื่อนไขนี้ไม่ควรเป็นปัญหาครับ”
รอยยิ้มยังคงอยู่บนใบหน้า ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาด ฟรานโก้จะต้องตัดสินใจว่าจะยอมรับเงื่อนไข หรือจะเสี่ยงให้ดีลมูลค่าหลายร้อยล้านบาทหลุดมือ
แต่แล้ว…“ขออนุญาตค่ะ” เสียงของหญิงสาวดังขึ้น
คีรินหยุดหมุนปากกาในมือ สายตาเคลื่อนไปยังชาลินี เธอกำลังเปิดเอกสารตรงหน้า “ดิฉันคิดว่าเราควรตรวจสอบเงื่อนไขนี้อีกครั้งค่ะ”
คีรินหรี่ตาลงเล็กน้อย
“ข้อกำหนดเรื่องค่าธรรมเนียมปรับคุณภาพสามเปอร์เซ็นต์…” ชาลินีเลื่อนเอกสารไปตรงกลางโต๊ะ “ในร่างสัญญาฉบับก่อนหน้าไม่มีเงื่อนไขนี้ค่ะ”
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบลง ตัวแทนเอเวอเรสต์ชะงัก คีรินเองก็หยุดนิ่ง เขามองหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง เธอไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงกล่าวหา เพียงแค่เอาตัวเลขมาวางบนโต๊ะ
“จากปริมาณวัตถุดิบที่บริษัทต้องซื้อในแต่ละปี หากใช้เงื่อนไขนี้ ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นประมาณสามสิบแปดล้านบาทตลอดระยะเวลาสัญญาค่ะ” ชาลินีอธิบายอย่างใจเย็น “และถ้าบริษัทต้องรับภาระต้นทุนเพิ่มในส่วนนี้ ดิฉันคิดว่าเราควรต่อรองราคาพื้นฐานของวัตถุดิบลง เพื่อให้ต้นทุนรวมยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมค่ะ”
ตัวแทนเอเวอเรสต์รีบอธิบาย “ค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นเงื่อนไขมาตรฐานของทางเราครับ”
ชาลินีพยักหน้า “เข้าใจค่ะ” เธอเปิดเอกสารอีกฉบับ “แต่ถ้าเป็นเงื่อนไขมาตรฐานจริง ดิฉันคิดว่าควรระบุไว้ตั้งแต่ข้อเสนอฉบับแรก ไม่ใช่เพิ่มเข้ามาในฉบับสุดท้าย”
คำพูดนั้นทำให้คนทั้งห้องเงียบ คีรินมองเธอนิ่ง
“ถ้าทางเอเวอเรสต์ต้องการค่าธรรมเนียมในส่วนนี้จริง ๆ เราสามารถปรับราคาพื้นฐานของวัตถุดิบลงได้ค่ะ” ชาลินีเลื่อนข้อเสนออีกฉบับไปตรงหน้าอีกฝ่าย
“แบบนี้ทั้งสองฝ่ายยังรักษาผลประโยชน์ของตัวเองได้ และบริษัทของเราก็สามารถควบคุมต้นทุนได้เหมาะสมกว่าเดิม”
การเจรจาดำเนินต่อไปอีกเกือบสองชั่วโมง...
