บทที่ 9 บทที่9 อาบน้ำกัน

กริ๊งงงง

"ประชุมด่วน" ผอ. ทำหน้าเบื่อหน่ายก่อนจะรีบผละตัวออกห่าง "คืนนี้ฉันจะไปหา ต่อให้เธอจะเป็นประจำเดือน ประจำปี ก็ช่าง"

"คนบ้าาาา"

"ได้ยิน"

"เฮ้อ ขอตัวก่อนนะคะ"

"ไปแต่ตัว..ทิ้งหัวใจไว้สิ"

คำพูดช่างสรรหา สาวน้อยไม่ได้ตกหลุมพราง ทำหน้าตาทะเล้นใส่อีกต่างหาก

โรงอาหาร

"นี่..โนราห์ ได้ข่าวว่าเพื่อนเธอมีแต่รอย" ฝันเดินมาโดยมีพวกรุมล้อม "มันเพิ่งมาส่งงานตะกี้"

"ยัยนั่นไม่ใช่เพื่อนฉัน"

"ก็เห็นเธอเหมือนจะออกตัวแทนมัน แต่ก็นะ..พวกนักเรียนทุนก็ต้องคบคนประเภทเดียวกัน"

"พูดจบหรือยัง?น่ารำคาญ"

แม้จะพูดตัดบทแต่ภายในใจกลับกังวล หลังจากไม่เจออิงหลายวัน โนราห์ตัดสินใจเดินตามหาที่ร้านกาแฟแถวสถาบันที่อีกฝ่ายเคยบอกไว้ว่าทำงานพาร์ทไทม์

"รับอะไรดีคะ" พนักงานคนอื่นเดินเข้ามาพร้อมถือกระดาษเมนู "ร้านเรามีชีสเบอรี เป็นเมนูแนะนำค่ะ"

"ขอสอบถามหน่อยได้ไหมคะ..อิง เอ่อ พนักงานชั่วคราวที่นี่มาทำงานไหม"

"อ๋อออ วันนี้น่าจะลานะคะ ได้ยินข่าวว่าไม่สบาย แต่จะเป็นแบบนี้ในช่วงพ่อแม่เดินทางกลับมา จะว่าแปลกก็แปลกอยู่นะคะ อุ๊ย! พูดเยอะเกินไปขออภัยค่ะ เดี๋ยวคุณลูกค้านั่งรอสักครู่นะคะจะรีบไปสั่งเมนูแล้วให้พนักงานมาเสิร์ฟ"

ยิ่งได้ยินเพื่อนร่วมงานเอ่ยถึง โนราห์ผู้ที่ไม่สนใจโลกภายนอกกับรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา สุดท้ายตัดสินใจขอบ้านเลขที่เพื่อตามหา

ในซอยถัดไปเป็นหมู่บ้านเล็ก รั้วชิดติดกันขายทาวน์เฮาส์ชั้นเดียวที่มีหลากหลายสี

บ้านสีเหลืองอ่อน ติดที่ดินรกร้าง คือแผนที่จากเพื่อนร่วมงานของอิงซึ่งจดรายละเอียดเอาไว้ค่อนข้างชัดเจน

"โนราห์!" ทันทีเมื่อย่างก้าวเข้าไปใกล้ปรากฏเสียงเรียกตะโกนไล่หลังออกมาจากป่าที่อยู่ด้านข้างพร้อมกับถั่วฝักยาวเต็มตะกร้า

"อิง.."

"มาทำอะไรแถวนี้เหรอ"

"แค่หลงทางมา"

"เข้ามาบ้านเราก่อนไหม"

อีกฝ่ายพูดพรางลุ้นคำตอบเนื่องจากไม่เคยมีเพื่อนมาก่อน และ ไม่มีใครรู้ด้วยว่าตัวเองอยู่บ้านหลังไหน ทำให้น่าตื่นเต้นไม่น้อย

ในบ้าน

"โนราห์กินข้าวมาหรือยังเรามีไข่เจียวนะ" อิงพูดด้วยรอยยิ้มสดใสแต่ทว่า..

"ทำไมแขนขามีแต่รอยฟกช้ำ"

"ไปเก็บผักตกต้นไม้บ้างอะไรบ้าง แฮ่"

"เธอคิดว่าฉันโง่หรือไง? รอยแบบนี้มันถูกเฆี่ยนตีชัดๆ สมัยนี้เขาไม่มีระบบทาสแล้วนะ"

"อย่าพูดแบบนั้นเลยที่เรามีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะแม่กับพ่อ"

บางอย่างทำให้สงสัย โนราห์ตัดสินใจถาม "พ่อกับแม่ที่ให้กำหนดเธอมาจริงๆ ใช่ไหม"

"เปล่าหรอก..เราเป็นลูกสาวของเพื่อนพวกเขา พ่อแม่ของเราประสบอุบัติเหตุตายตอนที่เราเพิ่งเกิดเขาก็เลยอาสารับเลี้ยง อีกอย่างญาติที่ไหนก็ไม่ประสงค์จะรับเราไป ครอบครัวของเราไม่ได้รวยมากอยู่ตามข้างนอก"

"รับมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กก็สมควรที่จะเอ็นดู ไม่ใช่มาทุบตีทารุณแบบนี้!"

โนราห์พูดอย่างโมโหขณะที่น้ำตาของอิงไหลแต่ก็รีบบาดเช็กเพื่อไม่อยากให้เห็นความอ่อนแอ

แกร๊ก

"พะ พ่อ!!" เสียงเปิดประตูเผยให้เห็นร่างใหญ่กำยำหนวดเครายุ่งเหยิง "ทำไมวันนี้พ่อรีบกลับจังเลยคะ"

"กูไม่ค่อยสบาย แล้วอีนี่ใคร?"

"เพื่อนของหนูเองชื่อโนราห์ คือเอารายงานที่หนูไม่ได้ทำมาให้น่ะค่ะ"

"มึงมีเพื่อนด้วยเหรอ เหอะ คงไม่ใช่ประเภทพากันไปแรดมั่วผู้ชายหรอกนะ"

ได้ยินอย่างนั้นโนราห์ลุกผึ้งยืนประจันหน้ากับพ่อเลี้ยงที่ดูท่าทางหัวร้อน

"แรดหรือมั่วกับผู้ชายก็ยังดีกว่าบางคนที่ตบตีแม้กระทั่งเด็กที่ตัวเองเลี้ยงดูมา" อิงรีบคว้าแขนโนราห์ห้ามปราม

"ปากเก่งฉิบหาย ฮ่าๆ มึงไปคบกับอีอิงได้ยังไงเนี่ย อีนี่มันโลกสวยแถมโง่จะตาย"

"อิงไม่ได้โลกสวยหรือโง่เพียงแค่เคารพพวกคุณที่เลี้ยงดู แล้วเป็นห่าอะไรชอบทุบตีผู้หญิง"

หมับ!

ทันทีชายตัวใหญ่ก็ตรงมากระชากข้อแขนโนราห์ เมื่อเห็นท่าทางไม่ดีอิงจึงรีบยกมือไหว้พ่อเลี้ยง "อย่าทำอะไรเพื่อนหนูเลยนะคะพ่อ หนูยอมหมดทุกอย่าง ขอร้องล่ะอย่าทำอะไรโนราห์"

"ก็ให้มันทำสิฉันจะแจ้งตำรวจ!" ความอวดดียังมีมากล้นอยู่ในตัว โนราห์ไม่แม้แต่หลบเลี่ยงความโหดร้ายแต่กับต่อสู้แม้เสียเปรียบอีกฝ่าย "เอาสิ!! แน่จริงก็ตบกูสิ"

เพียะ

"โนราห์!!!"

ช่วงภพค่ำใต้สะพานลอยไม่ไกลจากบ้านของอิง โนราห์นั่งอยู่มองแม่น้ำสายใหญ่ไหลเชี่ยวไปมา ก่อนจะหันหน้ามาหาอิง

"ทนอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นได้ยังไง" เสียงเล็กเอ่ยถาม "สักวันมันก็ฆ่าตายหรอก"

"ก็เราไม่มีทางเลือกนี่นา เรียนให้จบมีงานทำจะได้ออกไปอยู่ตัวคนเดียว"

"ผู้หญิงที่เธอเรียกว่าแม่..เขาไม่ช่วยอะไรเลยหรือไง"

"ก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ พ่อเลี้ยงเราอารมณ์ดุร้ายจะตาย ขอโทษนะที่ทำให้ต้องเจ็บตัว"

อิงก้มหน้าลงแววตาขุ่นมัวไปด้วยน้ำใส โนราห์ลุกขึ้นยืนปัดกระโปรงพร้อมพูดเสียงชัดเจน "ฉันไม่รับคำขอโทษ เอาเป็นว่าเจอกันที่โรงเรียน ถ้าเธอหายไปอีกโดยที่ไม่บอกอะไร..ต่อไปก็ไม่ต้องมาคุยกัน"

คำพูดนี้ทำให้อิงเงยหน้าขึ้นมองผู้หญิงตัวเล็ก

ใบหน้าสวยยามลมพัดผ่านผมยาวสลวย หรือนี่จะเป็นเพื่อนคนแรกในชีวิต

ตึก ตึก

โนราห์ขึ้นรถโดยสารเข้าจากนั้นเดินเข้าไปในซอยก่อนจะ เข้าหอพัก สังเกตได้ว่ามีใครบางคนยืนอยู่หน้าประตูในลักษณะหันหลัง

"นี่มาจริงเหรอคะเนี่ย" ปรากฏว่าเป็น ผอ. โนราห์หิ้วกระเป๋าค่อยๆ เดินตรงไปหา

"รอตั้งนานแล้วเธอไปไหนมา"

"หนูก็ต้องมีเรื่องอื่นหรือธุระให้จัดการ"

"เดี๋ยว..."

"อะ โอ๊ยยยย"

เพียงแค่เขาหันหน้ามาก็เห็นรอยฟกช้ำเลือดซิบมุมปาก มือหนาแตะสัมผัสเพียงบางเบาแต่ตัวเล็กกับร้องลั่นราวเจ็บปวดหนักหนา

"ไปมีเรื่องกับใครมา?!" เบสจ้องเขม็ง

"ปะ เปล่าหรอกค่ะ หนูไม่ได้เป็นอะไร"

"เธอจะบอกความจริงหรือให้ฉันตามหาเอาเอง บอกมาใครทำร้ายเธอ!!"

"อย่าเสียงดังสิคะ..คนอื่นก็ตกใจหมดหรอก"

โนราห์ตัดสินใจหยิบกุญแจเพื่อไขประตูเข้าไปในห้องเนื่องจากตอนนี้ยังไม่มืดค่ำคนผ่านไปมาก็ต่างจดจ้อง

ไม่อาจจะเลี่ยงได้จึงตัดสินใจเล่าเรื่องชีวิตทางบ้านของอิงให้กับเขาฟัง อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องแบกรับเรื่องอึดอัดไว้เพียงลำพัง

"ฉันมีโปรเจกต์ที่จะให้นักศึกษาอยู่หอพักด้านในซึ่งเป็นสถานที่ที่เพิ่งซื้อเตรียมเอาไว้" เสียงทุ้มบอกกล่าว "แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ประชุมฝ่ายไหน คงต้องรอการอนุมัติประมาณห้าหกเดือน"

"แปลว่าถ้ามีหอพักด้านในสถานศึกษา อิงก็จะได้ไม่ต้องอยู่กับพ่อแม่ใช่ไหมคะ"

"ก็คงอย่างนั้น แต่จะดูอีกทีว่าค่าใช้จ่ายหรืองบประมาณน้ำพุ่งสูงไปเท่าไหร่อาจจะไม่ได้อยู่ฟรี"

ผู้หญิงที่ดูท่าทางเข้มแข็งตอนนี้แววตาอ่อนล้า ทันที คนตัวสูงจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเช็ดเลือดที่กบมุมปาก

เสียงเย็นชาพูดแผ่ว "ฉันขอสั่งห้ามไม่ให้เธอไปไหนลำพังหรือว่าดื้อรั้นทำเรื่องที่เสี่ยงอันตราย ถ้าหากเธอรู้สึกไม่ปลอดภัยให้โทรศัพท์มาหาหรือเด้ง LINE ส่งข้อความมา"

"คุณผู้อำนวยการจะว่างหรือคะ..วันๆ มีแต่สาวนักศึกษาห้อมล้อม คงไม่มีเวลามาสนใจเรื่องอื่นหรอกมั้ง" โนราห์พูดประชดประชัน

"เฮ้อออ เบื่อเด็กขี้หึงจัง"

"ใครหึงไม่ทราบคะ อย่าเข้าข้างตัวเองไปหน่อยเลย"

"ไม่อยากจะเถียงแต่ดูเหมือนข้อมือของเธอเองก็บาดเจ็บ ถ้างั้น..วันนี้ฉันจะอาสาเป็นคนดูแลเธอให้ อันดับแรกก็ ไปอาบน้ำกัน"

"!!!!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป