บทที่ 9 เรื่องวุ่นๆ ในจวน

หลายวันผ่านไปในจวนตระกูลซูที่ดูเหมือนจะสงบสุขก็เกิดคลื่นลมละลอกใหญ่ขึ้นมาเมื่อมีสตรีวัยกลางคนกับสตรีวัยแรกแย้มสองนางมาถึงหน้าจวนก่อนจะร้องป่าวประกาศว่าคุณชายรองของจวนตระกูลซูทำบุตรสาวของนางตั้งครรภ์แล้วไม่รับผิดชอบ เมื่อมีเรื่องฉาวโฉ่เกิดขึ้นผู้คนมากมายต่างมารุมล้อมดูอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุกในความทุกข์ของคนอื่น

"ไหนคุณชายรองซูบอกว่าจะให้แม่สื่อมาสู่ขอลูกสาวของข้า ทำไมถึงได้เงียบหายไปเช่นนี้ ที่ข้ามาวันนี้ก็เพราะอยากจะมาทวงคำสัญญาที่คุณชายรองซูให้ไว้กับลูกสาวของข้า" หญิงวัยกลางคนร้องตะโกนเสียงดังยิ่งสร้างความสนใจให้กับผู้คนที่เดินผ่านไปมาเป็นอย่างมาก แต่ไม่ว่าอย่างไรประตูของจวนก็ยังไม่เปิดออกเสียที ยิ่งสร้างความโมโหให้แก่หนิงเหอเป็นอย่างมาก

"ท่านแม่ ข้าว่าพวกเรากลับกันเถอะเจ้าค่ะ" หลิงหลงเอ่ยบอกพร้อมกับเข้าไปจับแขนมารดาแล้วดึงให้เดินตาม แต่หนิงเหอกลับยื้อเอาไว้ไม่ยอมให้บุตรสาวดึงไปได้ง่ายๆ อย่างไรวันนี้นางก็จะต้องได้คำตอบจากคนตระกูลซูว่าจะรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร

"เจ้าอย่าหน้าบางไปหน่อยเลย อย่างไรวันนี้ข้าก็ต้องได้คุยกับคนตระกูลซู" หนิงเหอสะบัดแขนของบุตรสาวออก ก่อนจะเดินเข้าไปหน้าประแล้วจับห่วงเคาะแรงๆ อยู่หลายที คอยอยู่นานก็ไม่มีใครมาเปิดนางก็ใช้มือตบไปที่ประตูอย่างแรงด้วยความโมโห

"คนในจวนหูหนวกไปหมดแล้วหรือไร ถึงได้ไม่มีใครมาเปิดประตูสักคน" หนิงเหอตะโกนด่าว่าราวกับหญิงชาวบ้านไร้สกุล ไม่นานประตูในจวนก็ถูกเปิดออกก่อนจะเชิญสองแม่ลูกให้เข้าไปข้างใน ชาวบ้านที่รุมล้อมอยู่ถึงได้แยกย้ายกันกลับไป แต่ก็มีบางคนที่ยังไม่ยอมไปไหนเพราะอยากจะรู้ว่าเรื่องราวจะจบเช่นไร

หญิงวัยกลางคนและบุตรสาวเดินตามบ่าวรับใช้ไปตามทาง แต่สายตาก็มองนั่นนี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น หนิงเหอไม่คิดเลยว่าจวนของตระกูลซูจะใหญ่อลังการเช่นนี้ ถ้าหากว่าบุตรสาวของนางได้แต่งเข้ามาเป็นสะใภ้จะดีมากเพียงใดกัน แค่คิดว่านางจะได้นั่งกินนอนกินบนกองเงินกองทองก็มีความสุขเป็นอย่างมาก

"ตามข้ามาที่ห้องโถง" บ่าวรับใช้เอ่ยบอกสองแม่ลูกด้วยน้ำเสียงกระด้างก่อนจะเดินนำทั้งสองคนไปที่เรือนหลังหนึ่ง ในนั่นมีซูเฉินกับจางซื่อนั่งอยู่ พอหนิงเหอกับหลิงหลงเข้ามาก็เดินไปยืนหน้าของซูเฉินและจางซื่อทันที

"พวกเจ้าต้องการอะไรถึงได้มาเอ็ดหน้าจวนของเช่นนี้" ซูเฉินเอ่ยถามเสียงเข้มบ่งบอกถึงความไม่พอใจที่สองแม่ลูกมาสร้างความปั่นป่วนที่จวนของตนเอง ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังความจากบ่าวรับใช้แล้วแต่ก็อยากจะถามจากปากของสองแม่ลูกอีกครั้ง

"มิทราบว่าคุณชายรองซูอยู่ที่ใดกัน" หนิงเหอไม่ตอบแต่กลับเอ่ยถามถึงซูโยวแทน

"เจ้ามีเรื่องอันใดก็มาพูดกับข้า" ซูเฉินเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ในใจก็เริ่มโมโหแล้วเหมือนกัน สตรีสองนางนี้มารบกวนหน้าจวนของเขาดีเท่าไรแล้วที่เขาไม่เรียกทางการให้มาจับไปขังคุก

"ข้าว่านางคงมีเรื่องอยากจะพูดกับโยวเอ๋อร์เป็นแน่ ท่านพี่จะไม่ลองเรียกโยวเอ๋อร์มาถามไถ่เหตุการณ์หรือเจ้าคะ" จางซื่อเอ่ยบอกกับสามีด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พอซูเฉินได้ฟังก็สั่งให้บ่าวรับใช้ไปเรียกบุตรชายคนรองมาทันที

ซูโยวที่ได้รู้เรื่องว่ามีคนมาเอะอะโวยวายให้เขารับผิดชอบโดยการแต่งงานกับนาง ชายหนุ่มก็รีบไปหามารดาที่เรือนทันทีเพื่อให้มารดาช่วยคิดแก้ปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น เรื่องอะไรเขาจะต้องไปรับผิดชอบสตรีนางนั้นด้วย จริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้เขาสัญญาว่าจะให้บิดาส่งแม่สื่อไปขอนาง แต่พอเขาได้รู้ความจริงบางอย่างก็ทำให้เขาเปลี่ยนใจทันที

ทั้งสองคนยังไม่ได้ปรึกษาอะไรกันก็มีบ่าวรับใช้มาเชิญให้ทั้งสองคนแม่ลูกไปที่ห้องโถงทันที อนุเหวินกับซูโยวจึงต้องเดินตามบ่าวรับใช้ไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

"คารวะท่านพ่อ ท่านแม่ใหญ่ขอรับ" เมื่อมาถึงซูโยวก็ทำความเคารพซูเฉินกับจางซื่อก่อนจะหันไปมองสองแม่ลูกที่ยื่นอยู่ไม่ไกล หลิงหลงเห็นซูโยวก็ทำท่าจะเดินเข้าไปหาชายหนุ่มด้วยความดีใจ แต่ซูโยวกลับถอยหลังหนีอย่างรวดเร็ว ทำเอาหลิงหลงใบหน้าเสียขึ้นมาทันที

"สตรีนางนี้ต้องการจะพูดกับเจ้า" ซูเฉินเอ่ยบอกกับบุตรชายก่อนจะคอยดูว่าเรื่องมันจะจริงอย่างที่สตรีนางนี้ป่าวประกาศอยู่นอกจวนหรือไม่ ถ้าหากว่าเป็นความจริงเขาก็คงจะต้องลงโทษบุตรชายตามกฏของตระกูลที่ทำตัวเสเพลเช่นนี้

"เจ้ามาหาข้าทำไม ตอนนั้นข้าบอกอย่างชัดเจนแล้วนี่ว่าข้าจะไม่แต่งงานกับเจ้าแล้ว" ชายหนุ่มเอ่ยบอกหลิงหลงด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง ทำไมนางจะต้องมาสร้างความวุ่นวายให้เขาด้วย ไม่ใช่ก่อนหน้านี้ก็รับปากเขาแล้วมิใช่หรือว่าจะไม่มาเจอเขาอีก

"คุณชายรอง ข้ารักท่านด้วยใจจริงนะเจ้าคะ ได้โปรดเห็นใจข้ากับลูกในครรภ์ด้วย จะให้ข้าทำอะไรก็ยอม ขอเพียงคุณชายยอมรับลูกในครรภ์ของข้า" หลิงหลงเอ่ยอ้อนวอนชายหนุ่มด้วยน้ำตา จางซื่อเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาไม่คิดว่าซูโยวจะทำตัวเหลวไหลถึงขนาดทำสตรีนางนี้ตั้งครรภ์ 

"จะให้ข้ายอมรับลูกของคนอื่นเป็นลูกของข้าได้อย่างไรกัน" ซูโยวเอ่ยบอกออกมาเสียงดังลั่น ให้ตายยังดีที่เขารู้ก่อนหน้านี้แล้วว่านางตั้งครรภ์ก่อนที่จะรู้จักกับเขาเสียอีก แถมเขาก็ยังไม่เคยมีอะไรกับนางมาก่อนด้วยจะทำให้หญิงสาวตั้งครรภ์ได้อย่างไรกัน

"คุณชายรองปฏิเสธว่าไม่ได้ทำลูกสาวของข้าตั้งครรภ์อย่างนั้นหรือ" หนิงเหอได้ยินก็เอ่ยถามเสียงดังลั่นอย่างไม่เกรงกลัวใครทำเอาซูเฉินเริ่มที่จะปวดหัวขึ้นมากับเหตุการณ์ตรงหน้า

"ข้าเป็นลูกผู้ชายพอ ถ้าหากว่าข้าทำข้าก็จะยอมรับ แต่เรื่องที่ข้าไม่ได้ทำข้าไม่มีวันยอมรับเด็ดขาด" ซูโยวเอ่ยบอกเสียงแข็ง ถึงแม้จะเคยรู้สึกดีกับสตรีตรงหน้าแต่เขาก็ไม่อยากตัดอนาคตของตัวเองโดยการรับเลี้ยงลูกของคนอื่น

"คุณชายรองลูกของข้าคงมิได้ท้องกับไก่ได้หรอกนะ ถ้าหากว่าไม่ได้ท้องกับคุณชายรองแล้วลูกของข้าจะท้องกับใครกัน" หนิงเหอเอ่ยถามออกมาอย่างหมดความอดทน

"ไม่แน่ว่าลูกของเจ้าอาจจะท้องกับคนอื่นก็ได้ ทำไมจะต้องมาใส่ร้ายลูกของข้าด้วย" อนุเหวินเอ่ยออกมาเสียงดังด้วยความโมโห ข้าจะไม่ยอมให้สตรีสองคนนี้มาทำร้ายชีวิตของลูกข้าเป็นอันขาด ยิ่งคิดว่าบุตรชายดีๆ ของนางต้องมาแปดเปื้อนคำครหาของผู้คนก็ยิ่งโมโห

"นี่เจ้าว่าข้าโกหกอย่างนั้นหรือ" หนิงเหอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดพร้อมกับชี้ใบหน้าของอนุเหวินและพร้อมจะเข้าไปตบตี ยังดีที่หลิงหลงห้ามเอาไว้เสียก่อน

"โกหกหรือไม่โกหก ก็ให้พ่อค้าเนื้อแซ่ชุ่นมาตอบก็แล้วกัน" น้ำเสียงเย็นชาปานน้ำแข็งเอ่ยตอบพร้อมกับเดินเข้ามาในห้องโถงที่ทุกคนกำลังอยู่ หญิงสาวเดินเข้าไปทำความเคารพซูเฉินกับจางซื่อก่อนจะก้าวเท้าไปนั่งลงที่เก้าอี้ด้วยความมั่นใจ ไม่ใช่ว่าชาติก่อนก็เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้หรอกหรือ

ถึงทำให้น้องชายของนางต้องรับหลิงหลงมาเป็นอนุ แต่หลังจากนั้นไม่นานเรื่องทุกอย่างก็ปิดไม่มิดว่าจริงๆ แล้วหลิงหลงนั้นมีความสัมพันธ์กับพ่อค้าเนื้อแซ่ชุ่น แต่ด้วยความที่อยากยกระดับตนเองขึ้นจึงทำให้หาทางใกล้ชิดน้องชายของนาง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป