บทที่ 13 ยายเบื๊อก
"หยุดจามได้แล้วยายเบื๊อก!"
"พี่รพีก็ถอยออกไปห่างๆ สิคะ" เธอดันตัวเขาออกห่าง รพีถอนหายใจ
"แฟนเธอสูบบุหรี่ไหม"
"หนูยังไม่มีแฟนค่ะ" เพียงขวัญตอบ รพีกระตุกยิ้มริมฝีปาก หัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"แล้วคนที่คุยด้วยเมื่อกี๊ล่ะ"
"แค่คนที่คุยด้วยเฉยๆ ค่ะ ยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกัน" เธอบอกแล้วก้มหน้าหลบสายตาด้วยความขัดเขิน รพีอยากรู้จึงถามต่อ
"คุยกันนานหรือยัง"
"ยังค่ะ"
"ยังไม่นานนี่คือกี่เดือน" เขาซักไซ้ เพียงขวัญเงยหน้ามองคนถามด้วยความงง นี่เขาจะสงสัยอะไรนักหนา ที่สำคัญมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเธอด้วย ครั้นจะเอ่ยปากแย้งไม่อยากตอบแต่ก็กลัวฤทธิ์พ่อเจ้าประคุณ เธอไม่อยากทะเลาะหรือมีปากเสียงกับเขาเท่าไหร่นัก
"ประมาณเดือนนึงค่ะ" เพียงขวัญกลั้นใจบอกออกไป รพีผิวปากหวือ เอาสองมือสอดในกระเป๋ากางเกง เอนกายพิงประตูระเบียง ท่าทีสบายๆ แบบนั้นเธอไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรหรือรู้สึกอย่างไรกับเรื่องของเธอ
"นี่ก็ดึกแล้ว หนูขอตัวไปนอนก่อนนะคะ" เธอบอกกับเขาแล้วยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดจมูกตัวเองป้อยๆ รพีไม่ตอบ เธอจึงเดินออกไป แต่ก่อนจะออกนอกประตู เขาก็รั้งต้นแขนเธอไว้เสียก่อน
"จะคบกับใคร จะคุยกับใครก็ดูให้ดีๆ แล้วเวลาจะเอากันก็อย่าลืมป้องกัน ไม่งั้นเดี๋ยวจะป่องไม่มีพ่อ” เขาเตือนด้วยความปรารถนาดี แต่ความปรารถนาดีนี้กลับกลายเป็นถ้อยคำดูถูกในความเข้าใจของเด็กสาว เพียงขวัญสะบัดแขนออกแล้วผลักเขาเต็มแรง
“คนทุเรศ! พูดอะไรออกมา น่าเกลียด หนูไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายสักหน่อย!” เพียงขวัญตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความโกรธ หน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู
“ฉันพูดเรื่องจริง ทำไมต้องโกรธอะไรขนาดนั้น สมัยนี้คนจะเอากันไม่ได้เกี่ยวว่าใจง่ายหรือไม่ง่ายสักหน่อย คนรู้สึกรักกัน ชอบพอกัน จะเอากันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก” เขาพูดสบายๆ ไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนหรือตื่นเต้นอะไรกับเรื่องพรรค์นี้ อาจเพราะผ่านอะไรๆ มาพอสมควร จึงเห็นว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่คนฟังนี่สิ เหมือนกับไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีก่ำสุกกว่าเดิมอีก
“ถ้ายังไม่ได้แต่งงานกัน ก็ไม่ควรมีอะไรกันนะคะ!” เธอสวนขึ้นมาทันควัน รพียักคิ้วขึ้นมานิดนึงเป็นเชิงแปลกใจ ริมฝีปากคลี่ยิ้มยกมุมปากขึ้น ดวงตาเป็นประกายวาววับ
“อ๊ะ... ไม่ควรก็ไม่ควร ฉันแค่เตือนไว้เฉยๆ ไม่ได้ว่าเธอใจง่ายสักหน่อย” รพีเดินไปอยู่ริมระเบียง เพ่งสายตามองวิวไปยังตัวเมืองเชียงใหม่ที่มีแสงไฟพร่าพรายในยามค่ำคืน เมืองที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเต็มตัวไปแล้ว
“หนูขอตัวไปนอนก่อน” เพียงขวัญพูดแค่นั้นแล้วเดินเข้าห้องทันที รพีเหลียวศีรษะไปมองแผ่นหลังไหวๆ แล้วก็อมยิ้ม
เขายืนอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ พอรู้สึกว่าน้ำค้างเริ่มลงก็เข้ามาในห้องอีกครั้ง คราวนี้หลับกันทั้งแม่และเด็กสาวที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ เพียงขวัญซุกกายลงในผ้าห่มของโรงพยาบาล โผล่เหลือเพียงใบหน้าเล็กๆ เท่านั้น เครื่องหน้าของเธอดูจิ้มลิ้มพริ้มเพรานัก รพีนั่งลงข้างกายเธอแล้วเอามือเกลี่ยๆ ใบหน้านวลเล่น มองอย่างเพลินตาก่อนจะรีบสะบัดหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติ
เขาคงเป็นบ้าไปแล้วที่มองยายแว่นนี่สวย!
