บทที่ 14 หาลูกสะใภ้
เพียงขวัญตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เห็นรพีนอนหลับอยู่บนเก้าอี้ เธอขยี้ตาแล้วหยิบแว่นขึ้นมาสวมเพื่อให้มองชัดๆ ใช่... เขาหลับบนเก้าอี้จริงๆ ด้วย เธอลุกขึ้นเดินมาสะกิดปลุกเขาเบาๆ แต่รพียังคงนอนเอาหัวพิงกับผนังห้อง แม้ยามหลับเขายังคงเต๊ะท่ามาดมากไว้อย่างน่าหมั่นไส้
“พี่รพีคะ” มือน้อยเขย่าแขนเขาเบาๆ
“พี่รพี ตื่นไปนอนที่โซฟาดีกว่าค่ะ”
เงียบฉี่... เขายังคงหลับลึกเหมือนเดิม เพียงขวัญจึงเอามือโบกไปด้านหน้า พลัน... มือหนาว่องไวคว้ามือน้อยไว้หมับ หญิงสาวสะดุ้งโหยง
“ว้าย!”
“ตื่นแล้ว” เขาบอกกับเธอ แต่ยังคงจับมือน้อยไว้แน่น เพียงขวัญหน้าขึ้นสีเรื่อ ชักมือออกจากการเกาะกุมของเขา รพีอมยิ้มแล้วลุกขึ้นยืน เธอกระเถิบกายถอยห่าง ก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบสายตา
“ขอใช้โซฟาต่อนะ” รพีพูดขึ้นลอยๆ แล้วเดินไปที่โซฟา มุดตัวเข้าไปในผ้าห่มเช่นเดียวกับเธอ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเรือนกายสาวละมุนฟุ้งไปทั่วที่นอน รพีเคลิ้มหลับไปในเวลาไม่นานนัก ขณะที่เพียงขวัญได้แต่มองชายหนุ่มที่หลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความงุนงง
อะไรของเขา...
เมื่อคืนเธอคิดว่าเขาน่าจะกลับไปนอนที่บ้านเฉกเช่นทุกวัน ไม่ได้คิดว่าจะนอนบนเก้าอี้แบบนี้ แต่ก็ช่างเถอะ... เธอมีเวลาสงสัยไม่มากนัก เพียงขวัญรีบเข้าไปอาบน้ำแล้วเตรียมอุปกรณ์เช็ดตัวให้นภัสวรรณ
พอออกมาจากห้องน้ำ เธอก็เห็นอาคันตุกะรายใหม่ที่เป็นชายวัยกลางคน ท่าทางทะมัดทะแมงหันมามองเธอด้วยแววตาสงสัย คิ้วสีเทาขมวดขึ้นเล็กน้อยก่อนจะคลายออกเมื่อได้ยินนภัสวรรณแนะนำ
“หนูเพียงขวัญ คนที่แม่เล่าให้พ่อฟัง” เธอบอก เพียงขวัญถึงทราบว่าชายคนนี้คือพ่อของรพี
“สวัสดีค่ะ” เธอรีบเอากะละมังไปวางที่โต๊ะแล้วยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
“สวัสดี ขอบคุณหนูมากนะที่ช่วยดูแลภรรยาพ่อ” เขาว่า เพียงขวัญรู้สึกกระดากไม่น้อย
“ไม่ต้องขอบคุณหนูหรอกค่ะ มันเป็นหน้าที่ที่หนูจะต้องรับผิดชอบ เป็นหนูซะอีกที่ต้องขอบคุณพวกคุณที่ไม่เอาความ...”
“เรื่องมันผ่านไปแล้ว ไม่เป็นไรหรอกน่า เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด แล้วนี่... เจ้ารพีมันไปอดหลับอดนอนมาจากไหน” ดำรงศักดิ์เปรยขึ้น เพ่งสายตาไปที่เจ้าลูกชายตัวดีที่หลับอุตุบนโซฟาอย่างไม่สนใจใคร
“เมื่อคืนผมก็มัวแต่คิดว่าเมื่อไหร่คุณดำรงศักดิ์จะขึ้นมาหาภรรยาสักที ไปอยู่สงขลานานจนผมคิดว่าไปมีเมียน้อยที่นั่นซะแล้ว” รพีพูดทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่ ดำรงศักดิ์อยากจะเตะปากเจ้าลูกชายตัวดีสักที ข้อหาพูดจาหางานให้เขาต้องตามแก้ เสียแต่ว่านภัสวรรณไม่ใคร่สนใจนัก หันมาคุยกับเพียงขวัญแล้วจึงให้เพียงขวัญปิดม่านเพื่อเช็ดตัว
“นั่นปากหรือทวารหนักกันเจ้ารพี ปากพล่อยหางานให้พ่อแล้วเชียว”
“ผมก็แค่สงสัยเลยตั้งข้อสังเกต”
“พ่องานยุ่งเลยไม่ได้กลับมา” ดำรงศักดิ์บอกกับลูกชาย
“ยุ่งทั้งปีนั่นแหละ”
“ปีหน้าก็เกษียณแล้ว อย่าทำตัวเป็นเด็กขาดความอบอุ่นนักเลย” ดำรงศักดิ์ว่าลูกชาย รพียักไหล่ไม่สนใจ ดำรงศักดิ์จึงพูดขึ้นมาอีก
“หาลูกสะใภ้ให้พ่อสักคนน่าจะดีไม่น้อย”
“ไม่ล่ะครับ ขี้เกียจยุ่งยากวุ่นวาย อยู่แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว” รพีทำหน้าแหยง พอดีกับที่เพียงขวัญเปิดม่านออกมา เธอเช็ดตัวให้นภัสวรรณเรียบร้อยแล้ว ดวงตาคมเผลอมองสบดวงตากลมโตใสแจ๋วเข้าให้ รพีจึงเงียบปากลง
