บทที่ 15 คนไม่สุภาพ

“อะแฮ่ม!” คนที่กระแอมไม่ใช่ดำรงศักดิ์ แต่เป็นนภัสวรรณที่เฝ้าสังเกตอาการลูกชายอยู่หลายวันมาแล้ว รพีเบือนหน้าหลบแล้วเดินไปแกะถุงใส่ของกินที่พ่อซื้อมาให้ เพียงขวัญจึงปลีกตัวเข้าไปในห้องน้ำ ล้างกะละมัง นำผ้าขนหนูที่ซักแล้วไปตากที่ระเบียงห้อง ก่อนที่จะขอตัวไปทำงาน

“หนูขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ เสร็จงานแล้วหนูจะรีบมาดูแลแม่ต่อค่ะ”

“จะรีบไปไหน กินข้าวเช้าด้วยกันก่อนสิ พ่อซื้อข้าวต้มมาเผื่อด้วย” ดำรงศักดิ์รีบพูด เพราะเพียงขวัญมีท่าทีจะออกจากห้องไปเสียเดี๋ยวนั้น

“เอ่อ...”

“อย่าเรื่องมาก ไปเอาชามมาใส่ข้าวต้มแล้วนั่งกินก่อน อดมื้อเช้ามากๆ มันไม่ดี” รพีเปรยเสียงเข้ม ทำให้เพียงขวัญต้องเดินไปหยิบชามมาใส่ข้าวต้มและอาหารอีกหลายอย่าง เธอนั่งกินข้าวต้มเงียบๆ เช่นเดียวกับคนอื่นๆ บรรยากาศยามเช้าดูเงียบสงัดเมื่อไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้กระทั่งรพี ปกติเขามักจะหาเรื่องเธอตลอดเวลา

“อิ่มแล้วเหรอ” รพีทักเมื่อเห็นเธอดันชามข้าวต้มออก

“ค่ะ”

“กินอย่างกับแมวดม แถมยังเหลืออีกด้วย ทำไมไม่กินเข้าไปให้มันเยอะๆ หน่อย ตัวผอมแห้งขนาดนี้ ลมพัดมาทีไม่ปลิวไปตามลมก็ดีแค่ไหนแล้ว” รพีบ่นเธออีก เพียงขวัญทำหน้างอ ไม่รู้จะพูดหรือต่อล้อต่อเถียงยังไงดี เนื่องจากอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่เสียด้วย

“น้องอิ่มก็คืออิ่ม กระเพาะคนเราไม่เท่ากันสักหน่อย ใครจะไปกระเพาะเท่าช้างเหมือนลูกล่ะ กินสองชามสามชามก็ไม่อิ่ม” นภัสวรรณหมั่นไส้ลูกชายนัก จึงว่าเข้าให้ รพีไม่สนใจ ยังทำหน้าล้อเลียนใส่เธออีก เพียงขวัญชักไม่ค่อยเข้าใจชายหนุ่มเสียแล้ว ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนยังไงกันแน่ บางทีก็เงียบขรึม บางทีก็กวนบาทา บางทีก็ดูนักเลงหัวไม้

รพีคว้าชามข้าวต้มของเพียงขวัญมากินต่อ เธอเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าเขาจะกินต่อโดยไม่รังเกียจ แต่มันไม่ถูกสุขอนามัย เพียงขวัญอ้าปากจะแย้ง แต่ก็หุบปากลงไป ไม่อย่างนั้นคงมีวางมวยกันยามเช้าแน่ๆ แต่ก็ช่างเถอะ... เธอไม่ได้เป็นฝ่ายกิน เขาเองต่างหากที่กินต่อจากเธอ และที่สำคัญเธอเองก็ไม่ได้มีโรคติดต่อและไม่ได้ป่วยอะไรด้วย

“รีบไปทำงานไม่ใช่เหรอ ถ้ารีบก็ไปสิ ไม่ต้องรอล้างชามหรอก เดี๋ยวฉันจัดการเอง” รพีบอก เพียงขวัญจึงลุกขึ้นแล้วขอตัวออกไปทำงาน

เมื่อเพียงขวัญปิดประตูลง ดำรงศักดิ์ก็หันมาคุยกับภรรยาที่นอนอ่านหนังสือพิมพ์บนเตียงทันที

“แม่... นั่นกิ๊กเจ้ารพีมันเหรอ” ดำรงศักดิ์ถาม รพีถือช้อนคาไว้อย่างนั้น ขมวดคิ้วขึ้น

“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ดูท่าลูกชายเราจะสนใจ”

“พ่อครับ ผมนั่งตรงนี้ทำไมไม่ถามผม ไปถามแม่ทำไม” รพีแย้งกลางบทสนทนา ไม่รอให้แม่พูดต่อ

“เอ้า! ถามแกมันจะไปได้เรื่องอะไร ในเมื่อแกน่ะมันปากหนักปากแข็งไม่เข้าเรื่อง”

“ผมพูดเรื่องจริง ยายแว่นนั่นไม่ใช่กิ๊กผม แล้วผมก็ไม่มีทางสนใจยายเฉิ่มนั่นหรอก” เขาวางช้อนลงในชาม ผลักชามข้าวต้มที่กินต่อจากเพียงขวัญออกห่างจากตัวเองอย่างเซ็งๆ

“พ่อจะคอยดูว่าจะจริงอย่างที่ปากพูดไหม ไม่ใช่ว่าปีหน้าพ่อกลับมาแล้วแกจับน้องทำเมียไปแล้วล่ะ”

“ไม่มีทาง!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป