บทที่ 1 เรื่องที่ 1 อาจารย์ บทที่ 1
หกปีที่แล้ว
ธัชชัยเพิ่งกลับจากอเมริกา หลังเรียนจบปริญญาเอกที่ MIT ตอนนั้นเขาอายุแค่ยี่สิบเก้า หล่อเหลา เสียงต่ำเย็น ได้รับการต้อนรับเป็นดาวรุ่งของคณะ นักศึกษาหญิงกรี๊ดกันทั้งมหาลัย
เขาไม่เคยสนใจใคร
ปีแรกที่สอน เขาเกือบเสียการควบคุมครั้งแรก นักศึกษาปี สี่คนหนึ่ง หน้าตาคล้ายน้องสาวที่ตายไปตอนเขาอายุสิบเจ็ด
เธอเดินมาถามงานส่วนตัวในห้องอาจารย์ตอนดึก เขาจับมือเธอแน่นจนช้ำ แล้วพูดด้วยเสียงที่ตัวเองไม่รู้จัก
“ออกไปเดี๋ยวนี้… ก่อนที่ฉันจะทำอะไรเธอ”
เธอตกใจร้องไห้วิ่งหนี วันรุ่งขึ้นเธอขอเปลี่ยนอาจารย์ที่ปรึกษา และไม่เคยมองหน้าเขาอีกเลย
หลังจากนั้นเขาจึงเริ่มไปหาจิตแพทย์ ผลตรวจออกมาเป็นโรคภาวะทางเพศสูงเกินไปเป็นครั้งคราว หรือเมื่อพบคนที่ไปกระตุ้นความทรงจำอันเจ็บปวดในวัยเด็ก และการเก็บกดทางเพศจากการที่แม่ของเขาเคร่งศาสนา เขาไม่เคยช่วยตัวเองเลยสักครั้ง
เสียงของหมอยังก้องในหู “ถ้าคุณยังกดไว้นานกว่านี้ มันจะระเบิดหนักขึ้นทุกครั้ง และคุณจะควบคุมตัวเองไม่ได้เลย”
เขาจึงเลือกทางแก้แบบสุดโต่ง ไม่มีแฟน ไม่ดูหนังโป๊ ไม่ช่วยตัวเอง หลบผู้หญิงทุกคนที่ดูบริสุทธิ์เกินไป และมันสงบได้ห้าปีเต็ม
จนกระทั่งเขาเจอพิมพ์ลดา นักศึกษาปีหนึ่ง เทอมแรก
มันเป็นวันศุกร์สุดท้ายของสัปดาห์ปฐมนิเทศ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง
ธัชชัยยืนอยู่บนเวทีข้าง ๆ คณบดี เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ เนกไทกรมท่า กางเกงสแลคสีดำสนิท สูงหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ด ไหล่กว้าง ยิ้มน้อยที่สุดตามสไตล์เขา
เด็กปีหนึ่งกว่าสี่ร้อยคนนั่งเรียงแถว เสียงพูดคุยจอแจ จน กระทั่งพิธีกรประกาศ
“เชิญ รศ.ดร.ธัชชัย วรรณะ มาพูดให้โอวาทรุ่นน้องครับ”
เขาขึ้นเวทีเดินช้า ๆ ไมค์ในมือเย็นเฉียบ เสียงต่ำเย็นดังขึ้นทันทีที่เขาพูดประโยคแรก
“ยินดีต้อนรับสู่คณะวิศวกรรมศาสตร์”
เด็กทั้งหอประชุมเงียบกริบ มีแต่เสียงกรี๊ดเบา ๆ จากแถวหลัง เขาพูดต่ออีกสามนาที สายตากวาดผ่านแถวหน้าโดยไม่ตั้งใจ
แล้วมันก็หยุดนิ่ง
แถวที่สามจากหน้า ขวาสุด เด็กผู้หญิงคนหนึ่งยกมือขึ้นสูง ผมยาวดำตรง ตาโต ใส่เสื้อนักศึกษาขาวสะอาดเอี่ยมอ่อง ผิวขาวจนดูซีดใต้แสงไฟสปอตไลต์ เธอยกมือถามด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว
“อาจารย์คะ… วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ต้องเก่งคณิตศาสตร์มากไหมคะ”
คำถามธรรมดา ๆ ที่ถามกันทุกปี แต่กลิ่นแชมพูส้มอ่อน ๆ ของเธอ ลอยขึ้นมาถึงเวทีชัดเจนราวกับมีคนเปิดขวดแชมพูตรงหน้าเขา
ในเสี้ยววินาทีนั้น ทุกอย่างในตัวเขาหยุดทำงาน
หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก เลือดสูบฉีดลงล่างทันที ท่อนเนื้อใต้กางเกงกระตุกครั้งเดียวแรง ๆ จนเขาต้องขยับขาเล็กน้อยเพื่อกลบ เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหลังคอ
เขายืนนิ่งสองวินาทีเต็ม ๆ ไมค์ในมือสั่นเบา ๆ เด็กทั้งหอ ประชุมเริ่มซุบซิบ เขาบังคับตัวเองตอบสั้น ๆ
“ต้องเก่ง… แต่ถ้าตั้งใจจริง ไม่มีอะไรยาก” เขารีบวางไมค์ทันที ก้าวลงจากเวทีเร็วมากจนคณบดีสงสัย
อาจารย์หนุ่มพุ่งเข้าห้องน้ำชั้นล่าง ล็อกประตู ถกกางเกงลง ลำแกร่งสีอ่อนแข็งเต็มที่จนเส้นเลือดปูด ท่อนในมือร้อนผ่าวมีน้ำใสไหลออกได้กลิ่นคาวฟุ้ง เขาเอามือกุมแล้วก้มตัวลง หายใจหอบเหมือนคนวิ่งมานาน
“ไม่… ไม่ได้…” เขาพึมพำกับตัวเอง แต่ภาพเธอยังติดตา ตาใส ๆ นั้น กลิ่นส้มนั้น
คืนนั้นเขาเข้าโรงพยาบาลเป็นครั้งแรก ความดันขึ้นสูงเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี หมอต้องฉีดยาคลายกล้ามเนื้อถึงสองเข็ม เขานอนร้องไห้คนเดียวในห้อง ICU เพราะรู้ตัวทันทีว่า
เด็กคนนั้นคือ “ทริกเกอร์” ที่อันตรายที่สุดในชีวิตเขา
และชื่อของเธอคือ พิมพ์ลดา สิริวัฒน์
หลังจากนั้น เขาขอเปลี่ยนรายชื่อนักศึกษาที่เขารับเป็นที่ปรึกษาทุกครั้งที่เห็นชื่อเธอ ขีดฆ่า ขอเปลี่ยน ขอสลับ
จนปีนี้ หัวหน้าภาคบังคับ
“ธัชชัย... คุณต้องรับพิมพ์ลดาเป็นผู้ช่วยวิจัยโปรเจกต์ลับนี้ให้ได้ เด็กคนนี้เก่งที่สุดในรุ่น ถ้าไม่รับ ผมจะตัดงบคุณ”
เขาพยักหน้าเงียบ ๆ แต่ในใจรู้ดี นี่คือโทษประหารชีวิตของเขา
วันจันทร์แรกของเทอม เสียงรองเท้าส้นเตี้ยเคาะพื้น พิมพ์ลดาเดินเข้ามา ยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ อาจารย์”
กลิ่นส้มอ่อน ๆ ลอยมาเต็ม ๆ ธัชชัยกำปากกาแน่นจนหักครึ่ง เหงื่อเย็น ๆ ผุดเต็มฝ่ามือ
เขารู้ทันที ครั้งนี้เขาแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต่อสู้ และสิ่งที่อยู่ในร่างกายหลังจากสงบมาสามปีเต็มนับจากเจอเธอ กำลังจะกลับมาอย่างโหดร้ายกว่าที่เคยเป็นมา
ฝนเทลงมาเหมือนฟ้าจะถล่มโลก เสียงมันกระหน่ำกระจกห้องแล็บชั้นเก้าไม่ขาดสาย จนทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นเพียงเสียงสีเทา
ธัชชัยยืนพิงกรอบประตู มือข้างหนึ่งกำลูกบิดแน่นจนข้อนิ้วซีด อีกข้างยกขึ้นกุมขมับที่กำลังปวดตุบ ๆ เขาบอกตัวเองมาตลอดบ่ายว่า วันนี้ต้องให้เธอกลับก่อนมืด
แต่เด็กคนนั้นยิ้มหวานแล้วพูดว่า “อีกนิดเดียวค่ะอาจารย์”
แค่นั้นแหละเขาก็แพ้ อาคารทั้งหลังมืดสนิท ไฟฟ้าดับมานานเกินสิบนาที ไฟฉุกเฉินสีเลือดสลัว ๆ เป็นแสงเดียวที่หลงเหลือ
แสงฟ้าผ่าที่สาดเข้ามาเป็นช่วง ๆ ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนหนังสยองขวัญราคาถูก
เธอนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงดวงเดียวที่ยังสว่าง ผมยาวเปียกชุ่มเพราะวิ่งฝนขึ้นมา เสื้อนักศึกษาขาวบางติดผิวจนเห็นเสื้อในสีครีมชัดเจน
กลิ่นแชมพูส้มเปียกฝนลอยเต็มห้อง มันคือกลิ่นที่เขาหลบมาตลอดสามปี
เขายืนนิ่งอยู่นาน พยายามหายใจเข้าลึก ๆ ทางปากเหมือนที่หมอสอน แต่ยิ่งหายใจ กลิ่นนั้นยิ่งแทรกเข้าไปในปอด
เข้าไปในเลือด เข้าไปในจุดที่เขาไม่เคยอยากให้ใครแตะ
แล้วไฟฉุกเฉินก็กะพริบครั้งสุดท้าย ดับยาว ความมืดกลืนทุกอย่าง มีเพียงแสงจอสีฟ้าอ่อน ๆ กับเสียงฝนที่หนักกว่าเดิม
ธัชชัยก้าวเข้าไปในห้อง ฝีเท้าแต่ละก้าวเหมือนไม่ได้เป็นของเขาเอง เสียงฝนกลบทุกอย่าง แม้แต่เสียงหัวใจตัวเองที่กำลังเต้นผิดจังหวะ
“พิมพ์…”
ชื่อเธอหลุดออกจากปากเขาเป็นเสียงแหบพร่าที่เขาไม่รู้จัก เธอหันมา ใบหน้าเด็ก ๆ ใต้แสงฟ้าผ่า
“ค่ะอาจารย์… ไฟจะดับนานไหมคะ”
แสงฟ้าผ่าสาดเข้ามาพอดี เห็นหน้าเขา
