บทที่ 2 อาจารย์ บทที่ 2

 ซีดจนขาวเหนือกระดาษ ตาแดงจัด มือสั่นระริก  เธอตกใจลุกพรวด 

“อาจารย์!” 

เธอก้าวเข้ามาใกล้โดยไม่ทันคิด  มือเล็ก ๆ ยื่นมาแตะแขนเขาเบา ๆ 

“ตัวร้อนมากเลยค่ะ… เป็นอะไรรึเปล่า” 

สัมผัสนั้นเหมือนจุดไฟในเส้นเลือด  มือใหญ่ของเขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นจนเจ็บ  ดึงเธอเข้ามาแนบอกในความมืดทันที 

“ผมเตือนแล้ว…”  เสียงเขาสั่นระทึก ต่ำจนแทบเป็นเสียงคราง  “ถ้าไม่ไป… ผมจะหยุดตัวเองไม่ได้” 

พิมพ์ลดาหน้าแดงจัด หายใจติดขัด  เธอพยายามดึงมือออก แต่เขากำแน่นเกิน 

“อาจารย์… ปล่อยนะคะ… หนูกลัว” 

คำว่า “กลัว” ที่สั่นเทาในลำคอเธอ  คือคำสุดท้ายที่เขายังพอได้ยินในฐานะมนุษย์  เพราะหลังจากนั้น... 

มีเพียงเสียงฝน เสียงหายใจหอบของเขา  และเสียงหัวใจสองดวงที่กำลังจะพังทลายพร้อมกัน 

คืนนี้  ฝนไม่ใช่สิ่งเดียวที่กำลังเทลงมาไม่หยุด

ห้องแล็บชั้น 9 

แสงโคมไฟตั้งโต๊ะดวงเดียวสาดลงมาเป็นกรวยสีเหลืองนวล  ตกลงบนผมหางม้าของพิมพ์ลดาที่กำลังสั่นเบา ๆ ตามจังหวะหายใจ 

เธอรู้สึกถึงมันตั้งแต่สามทุ่ม  ความหนักอึ้งในห้องที่ไม่ใช่แค่ความชื้นจากฝน  แต่เป็นความร้อนจากร่างกายผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอมาตลอดสองชั่วโมงโดยไม่ขยับ 

ธัชชัยยืนพิงขอบโต๊ะของตัวเอง ห่างออกไปสามเมตร  แต่สำหรับเขาระยะนั้นใกล้เกินไปจนเส้นเลือดในขมับตุบ ๆ 

ทุกครั้งที่เธอขยับนิ้วบนคีย์บอร์ด เขาได้ยินเสียงมันชัดจนน่ารำคาญ  ทุกครั้งที่เธอกลืนน้ำลาย เขารู้สึกเหมือนมีคนเอานิ้วกรีดอกเขา 

เขากำลังนับลมหายใจตัวเอง  หนึ่ง… สอง… สาม… 

ถ้าถึงสิบแล้วยังไม่สงบ เขาจะเดินออกจากห้องไปเลย  แต่พอถึงเจ็ด พิมพ์ลดาหันมาถาม 

“อาจารย์ค่ะ… ตรงนี้หนูสงสัยนิดหน่อย” 

เสียงใส ๆ นั้นเหมือนมีดที่กรีดทะลุกำแพงที่เขาสร้างมาสามปี  เขาก้าวเข้ามาโดยไม่ต้องคิด 

เท้าข้างหนึ่ง… ข้างหนึ่ง…  จนยืนข้างหลังเธอสนิท  มือใหญ่สองข้างวางลงบนขอบโต๊ะ ขังเธอไว้ในวงแขน 

พิมพ์ลดาตัวเกร็งทันที  หัวใจเธอเต้นแรงจนเจ็บซี่โครง  เธอรู้สึกถึงความร้อนจากอกเขาแผ่มาที่แผ่นหลังตัวเอง  รู้สึกถึงลมหายใจที่รดต้นคอจนขนลุกซู่ 

เธอกลัว  แต่เป็นความกลัวที่แปลกประหลาด  ไม่ใช่กลัวเขาจะทำร้าย  แต่กลัวว่าตัวเองจะไม่กลัวพอ 

ธัชชัยก้มลงช้า ๆ  ริมฝีปากเกือบแตะติ่งหูเธอ  เขาหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อดูดกลิ่นเธอให้ลึกที่สุด  เปล่งกระซิบเสียงที่แตกออกจากอก 

“พิมพ์… ถ้าหนูยังนั่งอยู่ตรงนี้ อาจารย์จะไม่ปล่อยหนูกลับแล้วนะ” 

คำพูดนั้นทำให้พิมพ์ลดาแข็งทื่อ  น้ำตาคลอโดยไม่รู้ตัว  เธอพยายามขยับเก้าอี้ถอย แต่ขอบโต๊ะขวางอยู่ 

“หนู… ต้องกลับหอแล้วค่ะ”  เสียงเธอสั่นแทบกระซิบ 

เขาไม่ขยับ  นิ้วโป้งข้างหนึ่งยกขึ้นลูบใต้ตาเธอเบา ๆ  สัมผัสที่อ่อนโยนที่สุดที่เขาเคยให้ใคร  แต่สั่นระริกจนน่าสงสาร 

“ออกไปเดี๋ยวนี้”  เสียงเขาแหบแห้งจนแทบขาด “ออกไป… ก่อนที่อาจารย์จะทำอะไรหนู” 

พิมพ์ลดามองตาเขา  ตาที่แดงก่ำเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายวัน  เหมือนคนที่กำลังจมน้ำและเธอคือเชือกเส้นสุดท้าย  เธอเอื้อมมือไปจับข้อมือเขา  มือเล็ก ๆ สั่นเท่ากัน 

“อาจารย์… ป่วยเหรอคะ” 

คำถามนั้นทำให้ธัชชัยหลับตาปิดแน่น  เขารู้สึกถึงความร้อนของน้ำตาที่กำลังจะไหล  ความอัปยศที่กำลังกลืนเขา 

“ใช่… อาจารย์ป่วย”  เขากระซิบเสียงที่แตกออกจากอกจริง ๆ  “ป่วยหนักมาก… และยาเดียวที่พอจะช่วยได้… คือหนู” 

พิมพ์ลดาใจหายวูบ  เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดในน้ำเสียงนั้น  ความเจ็บปวดที่ไม่ใช่แค่ความต้องการทางกาย  แต่เป็นความทรมานของคนที่กำลังต่อสู้กับตัวเองจนใกล้ตาย 

เธออยากวิ่งหนี  แต่ขยับไม่ได้  เพราะถ้าเธอหนีตอนนี้  เธอรู้ว่าเขาจะพังทลายจริง ๆ 

“ครั้งสุดท้ายนะ พิมพ์”  เขาก้มลงจนหน้าผากแทบแตะกัน  ลมหายใจร้อน ๆ ผสมกัน  “ออกไปเดี๋ยวนี้… หรือไม่ต้องออกไปอีกเลย” 

ห้องเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจสองดวงเต้นพร้อมกัน 

พิมพ์ลดากลืนน้ำลาย  น้ำตาไหลลงแก้มโดยไม่รู้ตัว  เธอพูดเบา ๆ เสียงสั่น 

“หนู… กลัวค่ะ” 

ธัชชัยหลับตาลง  ร่างกายเขาเกร็งจนเห็นเส้นเอ็นที่คอปูด  น้ำตาร้อน ๆ ไหลลงแก้มเขาเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี 

“ผมก็กลัว” 

เขากระซิบเสียงที่แตกสุดขีด  “กลัวตัวเอง… มากกว่าที่หนูกลัวผมอีก” 

แล้วเขาก็ปล่อยมือจากขอบโต๊ะ  ถอยหลังไปหนึ่งก้าว  ให้ทางเธอ 

แต่พิมพ์ลดาไม่ขยับ  เธอนั่งนิ่งมือกำเสื้อกันหนาวแน่นจนนิ้วขาว  ดวงตาเปียกชื้นแหงนหน้ามองเขาตรง ๆ 

ในวินาทีนั้น  ธัชชัยรู้ตัวทันทีว่าเขาแพ้แล้ว  แพ้เด็กผู้หญิงที่กำลังร้องไห้ตรงหน้าเขา 

แพ้ความสงสารที่เธอมีให้  แพ้ความกลัวที่เธอไม่ยอมหนี 

และแพ้ตัวเองที่ไม่เคยชนะมาตั้งแต่แรก

แสงโคมไฟสีเหลืองนวลยังคงสาดลงมาเหมือนเดิม  แต่คราวนี้มันสาดลงบนผิวขาว ๆ ของพิมพ์ลดาที่กำลังร้อนผ่าว

ความเงียบห้าวินาทีนั้น  กลายเป็นจุดที่ธัชชัยยอมแพ้ให้กับตัวเองอย่างเต็มใจ

เขาก้มลงจูบเธอทันที จูบจริง ๆ ที่ร้อนแรงจนเธออ้าปากรับโดยไม่รู้ตัว  ลิ้นเขาเกี่ยวลิ้นเธอ ดึงดูดจนเธอครางเบา ๆ ในลำคอ

พิมพ์ลดาผลักอกเขาเบา ๆ  “อาจารย์… อ๊ะ…” 

แต่เสียงนั้นฟังดูเหมือนเชิญชวนมากกว่าขัดขืนเขายกข้อมือเธอขึ้นเหนือศีรษะ กดติดขอบโต๊ะ  อีกมือล้วงเข้าใต้เสื้อกันหนาว นิ้วเย็น ๆ ลากผ่านผิวท้องเนียนจนเธอสะดุ้งเสียว  แล้วลากขึ้นไปรูดเสื้อในขึ้นเหนืออก หัวนมสีชมพูอ่อน ๆ เด้งออกมาแข็งเป็นไต 

เขาก้มลงดูดข้างหนึ่งแรง ๆ  วนลิ้นรอบเม็ดจนพิมพ์ลดาแอ่นอก 

“อ๊า… อาจารย์…”

เสียงเธอหวานจนเขาครางในลำคอ 

“ชอบเหรอ… ชอบให้อาจารย์ดูดแบบนี้ใช่ไหม”

เขาละปากจากอกเธอ  ยกหน้ามองหน้าเธอที่หน้าแดงก่ำ ตาเยิ้มปริ่ม  แล้วยิ้มมุมปากครั้งแรกในรอบหลายปี

“ขอโทษนะ… แต่คืนนี้ผมจะหยุดไม่ได้แล้ว”

เขาจับเธอลุกขึ้น ดันร่างเล็ก ๆ ให้ติดกำแพง  มือล้วงเข้าใต้กระโปรง นิ้วกลางสอดเข้าไปในกางเกงในผ้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป