บทที่ 7 กลัวการเปลี่ยนแปลง

พอเธออาบน้ำเสร็จผมก็เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อ ในหัวก็ยังหาคำตอบกับตัวเองไม่หยุด ผมว่าผมมีคำตอบนะ แต่ไม่รู้จะพูดออกไปยังไง ถ้าพูดออกไปมันต้องตลกแน่ ๆ ผมไม่แน่ใจ...ว่าตอนนี้ต้าร์รักผมอยู่ไหม น่าปวดหัวจริง ๆ ที่ผ่านมาเวลาทะเลาะกันต้าร์ไม่เคยมุ่งมั่นที่จะเลิกแล้วหนีจากกันแบบนี้

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จพอผมเดินออกมาไอ้เด็กขี้วีนก็หลับไปแล้ว โทรศัพท์ก็วางไว้บนหัว ครั้งก่อนต้าร์นอนหลังผมเธอเลยเอาหมอนข้างสารพัดอย่างมากั้น แต่วันนี้เธอดันชิงหลับก่อนเองนี่แหละ

"เดี๋ยวก็ปวดหัว" ผมบ่นแต่ก็หยิบโทรศัพท์ของเธอมาชาร์จแบตให้ ผมห่มผ้าให้เธอจนถึงคอเพราะกลัวยัยนี่จะตัวแข็งตายซะก่อน ไม่ได้เป็นห่วงอะไรหรอกนะ

ผมขึ้นไปบนเตียงแล้วลูบผมกีต้าร์เบา ๆ ไม่ได้เอ็นดูหรอก เอ็นดูไม่ลงด้วยซ้ำ คนอะไรดุอย่างกับหมาไซบีเรียน

"ไม่ติดหมอนข้างบ้างเหรอวะ...งั้นไม่เป็นไร" ผมดึงแขนเธอมาพาดไว้บนตัวผม

ว้า....มีคนละเมอกอดผมซะแล้ว ผมจึงถือโอกาสรวบตัวเธอมากอดไว้ซะเอง...เพราะวันนี้อากาศเย็น! และผมติดหมอนข้าง ไม่ได้อยากกอดอะไรหรอก ใครมันจะอยากกอดหมาไซบีเรียนแบบนี้วะ ไม่มีทาง

"หลับไม่ฝัน อย่าฝันร้าย ขี้เกียจโอ๋"

จุ๊บ

"จุ๊บหน้าผากแบบนี้แล้วก็อย่าฝันว่าฉันไปมีกิ๊กที่ไหนแล้วกัน...พี่ก็มีแต่เธอนี่แหละ"

ถ้าจะให้ดีก็ล้มเลิกความคิดที่จะไปจากผมด้วยจะดีมาก ความคิดไร้สาระพวกนี้โยนทิ้งที่ไหนได้ก็โยนไปเถอะ

เช้าวันต่อมา

06.35 น.

ผมตื่นขึ้นมาเพราะนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้เมื่อคืน ผมรีบลุกขึ้นมาปิดมันทันทีเพราะกลัวกีต้าร์จะตื่น ผมก้มมองคนในอ้อมแขนต่อด้วยยิ้มบาง ๆ ที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จากที่ผมดึงเธอมากอด ก็กลายเป็นเธอซะเองที่มุดอกผมทั้งคืน นาน ๆ ทีเราจะได้นอนด้วยกันแบบนี้ จะว่าไปก็หลับสบายดีเหมือนกัน

กีต้าร์ขี้หนาว แม้ผมจึงห่มให้จนถึงคอและเพิ่มแอร์แล้วก็ตาม แต่ด้วยเพราะฝนตกเมื่อคืนจึงทำให้อากาศเย็นกว่าปกติ

กีต้าร์หลับลึกตื่นยาก วันไหนที่เธอมีเรียนเช้าผมจะต้องคอยไปปลุกเธอถึงห้องตลอดเพราะเจ้าตัวนั้นนั่งตัดโมเดลถึงดึกดื่นและนอนเกือบเช้าแทบทุกวัน ถ้าวันไหนผมว่างผมก็จะไปคอยช่วย แต่ถ้าวันไหนผมติดงานผมก็อาจจะต้องนั่งเคลียร์ของตัวเอง และสิ่งที่ทำได้คือทำอาหารไว้หรือไม่ก็ซื้ออาหารร้านโปรดของเธอมาติดไว้ให้ ไม่งั้นเธอคงเอาแต่กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกวันแน่

อีกอย่างคือกีต้าร์เป็นโรคกระเพาะ ผมต้องคอยเตือนให้กินข้าวตรงเวลาตลอด แต่เด็กดื้อก็คือเด็กดื้อที่ชอบเถียงคำไม่ตกฟากซ้ำยังปากเก่งแต่สุดท้ายก็ยอมกินอยู่ดี

ผมใส่ใจทุกอย่าง การช่างสังเกตของผมปกติมักเอาไว้ใช้กับงายหรือคนที่ไม่น่าไว้ใจ ทว่าสำหรับเธอผมใช้เพื่อดูแล

แต่นิสัยชอบเอาชนะของเธอมันทำให้ผมสนุกและปวดประสาททุกครั้งที่ต้องมานั่งถกเถียงด้วย มันเลยทำให้ผมอยากจะกวนให้เธอหัวร้อนทุกวัน

"เมื่อไหร่จะเลิกปากเก่งสักที" ถึงจะพูดแบบนี้แต่ผมก็กดจูบลงบนริมฝีปากบางเบา ๆ ไม่มีการรุกล้ำใด ๆ เป็นการลงโทษที่เมื่อวานเธอพูดจาไม่เข้าหูผม เอะอะก็จะเลิกเอะอะก็จะไป งอนอะไรนักนะ ผมไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย อุตส่าห์ซื้อเค้กไว้ให้ย้อนหลังแทนคำขอโทษก็ไม่กิน ซื้ออะไรให้ก็ไม่เอา

เป็นไปได้หรือไงที่อยู่ด้วยกันมาถึงหกปีจะไม่มีความรักก่อตัวเกิดขึ้น สี่ปีแรกเราไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกันมากนักชอบตีกันตามประสา สองปีให้หลังเราได้อยู่ใกล้กันมากขึ้นจนมันเริ่มมีความรู้สึกพิเศษงอกเงยขึ้นมา จริง ๆ อาจจะเริ่มมีตั้งแต่ก่อนหน้าแล้วผมก็แค่ไม่รู้ตัว รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นคนขี้เบื่อ แต่ไม่เคยเบื่อเธอนะ ไม่มีใครเหมือนกีต้าร์ได้สักคน แม้จะมีกฎบ้าบอคอแตกที่ผมดันเสือกไปตั้งไว้ แล้วกลายเป็นคนแหกซะเอง

กีต้าร์เองก็ไม่อยากแพ้ เธอเอาแต่บอกรักผมลับหลัง

ผมเองก็ไม่อยากยอมเพราะเดี๋ยวเธอจะได้ใจไป

กีต้าร์เข้ามาในชีวิตผมตอนเธอมอหนึ่งเพราะเธอเตะบอลมาโดนหน้าผมจนแว่นแตก วนเวียนอยู่รอบๆ ตัวไม่จบสิ้นตีกันทุกวันจนสนิท ผมรู้จักเธอดี นิสัยเธอแต่ละอย่างผมก็มีวิธีรับมือหมด

สองสามปีแรกที่เริ่มต้นสถานะปลอม ๆ นี้ผมไม่คิดว่าตัวเองจะมีใจให้กีต้าร์เลย ใช้ชีวิตตามปกติสุขทุกอย่าง จนถึงตอนนี้เธอก็ยังคงอยู่แต่พ่วงด้วยสถานะแฟนปลอม ๆ ที่ดันเหมือนแฟนจริง ๆ เราคงจะสวมบทบาทแนบเนียนกันเกินไปถึงได้หึงหวงกันไปมาไม่หยุดสักที ทุกครั้งที่ทะเลาะกันกีต้าร์มักจะยังอยู่ตรงนี้ แต่ผิดที่ครั้งนี้เธอกำลังจะหาทางหนีไป ซึ่งผมก็ต้องรั้งไว้...รั้งไว้ให้ได้นานที่สุด

ผมไม่แน่ใจว่ากีต้าร์รักผมจริง ๆ หรือแค่แกล้งบอกเล่น ๆ เป็นการเย้าหยอก แล้วแบบนี้จะให้ผมไปบอกก่อนก็มีหวังอกหักหน้าแตกพอดี เรามันก็แค่คู่รักจอมปลอมที่ตีกันเป็นงานอดิเรกยิ่งกว่าทานยาหลังอาหารสามมื้อ ก็เท่านั้นแหละ

ที่เป็นอยู่ในตอนนี้มันก็ดี ผมกลัวการเปลี่ยนแปลง หากเปลี่ยนแปลงไปเป็นแฟนกันจริง ๆ ผมจะเสียเธอไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ มันเป็นความสับสนที่ทำให้ผมชั่งใจในความสัมพันธ์นี้มานาน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป