บทที่ 8 ไม่ได้ลูบแก้ม แต่ถูหวย

"อื้อ~อย่าแกล้ง" มือเล็กปัดมือผมที่เกลี่ยแก้มนิ่มเล่นอยู่ออก

"มีเรียนเก้าโมงนะต้าร์ ตื่นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจะได้กลับห้อง" ผมเอ่ยเตือนก่อนจะกดจูบลงแก้มนิ่มด้วยความมันเขี้ยว ผมค่อนข้างติดนิสัยกัดแก้มยัยกีต้าร์เลยทีเดียว เวลาแกล้งให้โวยวายแล้วมันสนุกดี

เพราะเธอยังไม่ตื่นดีในตอนนี้ หากผมจะหอมจะจูบจะจุ๊บตรงไหนเธอก็จะยังไม่รู้ตัวและรวบสิ่งพวกนั้นไปตีเป็นความฝันทั้งหมด ผมทำบ่อยจนชินกับการที่ยัยนี่จะมาเล่าถึงความฝันนั้นด้วยความสะพรึงกลัว

"ทำไมพี่เอซในฝันกวนตีนจังวะ"

"..."ด่ากูกวนตีนอีกไอ้เด็กนี่

"เห้อ..." แล้วก็หลับตานอนหันไปทางอื่นละ และผมก็ตามไปกอดด้วยอยู่ดี

"ขี้เซา" ผมกดจมูกลงแก้มนิ่มซ้ำ ๆ เพื่อก่อกวนอีกคนให้ตื่นมาโวยวายสักที ดูท่าจะหลับลึกจริง ๆ

"ให้นอนต่ออีกหน่อยเดี๋ยวมาปลุก" ผมกดจูบลงที่ขมับก่อนจะลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ยัยนี่ก็หลับลึกซะจนนึกว่าซ้อมตาย

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เห็นว่าเธอยังหลับอยู่อีกทั้งยังมุดผ้าห่มอีก จะแกล้งให้ตื่นยังไงล่ะทีนี้

"ต้าร์ ต้าร์! เห้อ" หมดปัญญาจะปลุกแล้ว สุดท้ายผมก็ช้อนตัวเธอขึ้นมาอุ้มแล้วพาไปห้องน้ำวางร่างบางลงกับเค้าน์เตอร์ จากนั้นก็หยิบแปรงสีฟันมาบีบยาสีฟันให้เรียบร้อย

เหมือนพ่อที่ต้องคอยปลุกลูกวัยอนุบาลไปเรียนจริง ๆ นั่นแหละ ผมทำแบบนี้บ่อยจนชิน ถ้าวันไหนไม่ตื่นจริง ๆ ก็ต้องใช้วิธีนี้

"อือ....พี่เอซ อุ้มมาทำไมเนี่ย" น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยถามทั้งที่ตายังไม่ลืม

"ไม่ได้อุ้ม เธอเดินละเมอมาเองต่างหาก ฉันกลัวลื่นล้มในห้องน้ำถึงต้องมาดู"ตอแหลอีกแล้วกู

"ง่วง" งัวเงียแล้วมาซบอกผมเฉยแล้วมือของเธอก็แย่งแปรงไปจากมือผมเพื่อทำเอง

"มีเรียนเก้าโมงไม่ใช่หรือไง"ผมถามพลางลูบผมเธอไปด้วย ผมจำตารางเรียนเธอได้หมดเพราะเป็นคนช่วยลงช่วยจัดตารางให้

"อื้อ"

"รีบอาบน้ำแปรงฟังจะได้กลับห้อง เดี๋ยวไปสายก็บ่นฉันอีก"

"อื้อ"

"ค่อยไปนอนต่อในรถ ตื่นเลยแสบ"

"ก็ได้" งอแงเข้าไป ใครจะไปโอ๋หมาไซบีเรียนแบบยัยนี่กัน

"เลิกลูบแก้มต้าร์ได้แล้ว"

"ถูหวย ไม่ได้ลูบ"

"หน้าต้าร์ไม่ใช่ต้นตะเคียนหรือรังปลวกนะ" เธอมองค้อนด้วยสายตาดุ ๆ จากนั้นก็กระโดดลงมายืนที่พื้นแต่ก็ยังกล้าจะยืนหลับต่อ

"หลับขนาดนี้ ไปแข่งนอนระดับโลกเลยไป"

"ยุ่ง"

ผมนั่งรอต้าร์อาบน้ำแต่งตัวอยู่สักพัก พอเธอทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยผมก็พาไปลาพ่อกับแม่ก่อนจะกลับคอนโด ขึ้นรถมาก็ไม่วายที่จะหลับอีก เวลานอนเป็นสิ่งมีค่ากับเด็กมหาลัยมากยิ่งกับเด็กสถาปัตย์ที่ต้องนั่งตัดโมทั้งวันทั้งคืนแล้ว เธอคงจะพยายามเก็บเกี่ยวการนอนให้ได้มากที่สุด

มาคิดดูแล้วถ้ามีคนรู้ว่าเราคบกันมาหกปีก็คงจะน่าอัศจรรย์ใจที่คบกันมานานมากขนาดนี้ แท้ที่จริงเราเป็นพี่น้องธรรมดาที่อยู่ในสถานะข้อตกลงแฟนปลอม ๆ ผมก็ไม่รู้ว่าจะปิดเรื่องนี้กับครอบครัวได้อีกนานไหม จะอยู่ในสถานะนี้อีกนานแค่ไหน

จากจุดประสงค์ที่มีเธอไว้เพื่อตัดรำคาญแม่ ตอนนี้จุดประสงค์ของผมคือรั้งเธอไว้ให้อยู่กับตัวเองแบบคนเห็นแก่ตัวที่ไม่ได้มีความชัดเจนอะไร

แต่ผมแสดงออกชัดขนาดนี้...จะไม่รู้บ้างจริง ๆ เหรอ ผมไม่เข้าใจแฮะ

End Ace part

Guitar part

หลังจากกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนักศึกษาเรียบร้อยแล้วพี่เอซก็เป็นคนมาส่งฉันถึงคณะอีกเช่นเคย ก็ไม่รู้ว่าทำไมร่างกายมันถึงนอนไม่พอสักที ยิ่งเก็บเกี่ยวเวลานอนได้มากเท่าไหร่ก็เป็นเรื่องดีและฉันจะทำต่อไปก่อนที่ชีวิตแสนสงบสุขจะปั่นป่วนไปด้วยงานและการสอบของอาจารย์

แต่การนอนมากเกินไปก็ทำให้ฉันฝันอะไรที่พิลึกกึกกือเกี่ยวกับพี่เอซ พี่เอซในความฝันทำไมมันดูน่ารักวะ เขินอะ โดนหอมแก้มไม่หยุด พี่มันดูอ่อนโยนสุด ๆ แม้จะดูกวนตีนไปหน่อย ต่างกับชีวิตจริงลิบลับที่เอาแต่ทำหน้านิ่งพูดจาขวานผ่าซากพูดทีก็ประหยัดประโยคฉิบหาย ถ้าพี่เอซในความฝันมันทำแบบนี้ในชีวิตจริงบ้างชีวิตฉันคอมพลีทแล้วล่ะ บอกได้คำเดียวว่า 'รักตายเลย'

ความฝันอะไรจะเหมือนจริงทุกรอบขนาดนี้นะ สงสัยฉันจะเรียนหนักเกินไปแล้วช่วงนี้ สติฟั่นเฟือนหมด

"ลืมอะไรไหม" พอขับรถมาจอดถึงหน้าคณะพี่เอซก็ถามเพื่อย้ำเตือนฉันอีกรอบ

"ไม่ลืม พี่เช็ดแว่นด้วยมันเลอะ ว่าจะทักนานแล้ว "

"เห็นอยู่ ไอแพด โทรศัพท์ เอามาครบใช่ไหม พาวเวอร์แบงค์ล่ะ? แบตหมดมาโทรไม่ติดอีก" ย้ำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่ายิ่งกว่าพ่อฉันซะอีก

"เอามาครบแล้ว วันนี้พี่ไม่ต้องมารับต้าร์ก็ได้ เรียนถึงห้าโมงไม่ใช่เหรอ จะวนกลับไปกลับมาทำไม กลับเองได้เดี๋ยวให้เพื่อนไปส่ง" ไม่อยากทำให้เขาลำบาก อีกอย่างฉันว่าจะไปตามล่าหางานทำที่นอกจากร้องเพลงที่คลับพี่ไนท์ด้วย

"เออช่างหัวฉัน ไปเรียนได้แล้ว ตั้งใจเรียน"มือหนาผลักหัวฉันเบา ๆ เป็นการขับไล่ไสส่งกันชัด ๆ

"ค่ะ คุณพ่อจำเป็น!" ฉันพูดทิ้งท้ายก่อนจะลงจากรถมา แล้วเดินไปที่โต๊ะประจำที่อยู่ใต้ตึกอาคารเรียนเพื่อไปหาพวกเพื่อนฉันที่นั่งรออยู่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป