บทที่ 6 ตอนที่ 6
เสียงของฟางข้าวอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ด้วยคิดว่าถ้าพูดกับเขาดีๆ ขอร้องเขา บางทีพ่อเลี้ยงอาจจะยอมออกไปจากห้อง แต่เธอคิดผิดถนัด
“ลืมไปแล้วหรือยังไงว่าเมื่อตอนเย็นเธอตบหน้าฉัน คิดหรือว่าคนอย่างฉันจะยอมให้ใครตบฟรีๆ โดยไม่เอาคืน”
“เอาคืน... พ่อเลี้ยงหมายความว่ายังไงคะ?”
หญิงสาวทวนคำด้วยน้ำเสียงหวาดๆ
“เอาคืน... ก็หมายความว่าฉันจะ ‘เอาเธอ’ ยังไงล่ะ อย่าแกล้งทำเป็นเข้าใจอะไรยากหน่อยเลยน่ะ บอกตรงๆ ว่าฉันชอบเธอนะ นมใหญ่ สะโพกใหญ่แบบนี้น่าจะขย่มมันสุดๆ”
ดวงตาของเขาวาวโรจน์ไปด้วยเพลิงราคะ เขตต์ตะวันพูดพลางสืบเท้าเข้าหาฟางข้าว คนที่รู้ว่าภัยกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้รีบตั้งสติแล้วทำท่าว่าจะวิ่งหนีออกไปจากห้อง แต่ช้ากว่ามือของพ่อเลี้ยง
“จะไปไหน”
ท่อนแขนกำยำของเขาเหวี่ยงออกมารัดรวบเอวเธอเอาไว้แล้วกอดแน่น
“อื๊อ... คนบ้า อย่าทำอะไรฟางนะคะพ่อเลี้ยง”
เสียงร้องวิงวอนน่าเวทนา
“เดี๋ยวเราจะสนุกด้วยกัน... เรามาเล่นผัวเมียกันดีกว่า... ฉันอยากเล่นจ้ำจี้กับเธอ”
“ไม่นะ... ฟางไม่เคย”
“ก็ทำแบบที่เธอเคยทำ มีเซ็กส์กันไม่เห็นจะยาก คนที่เคยใช้ชีวิตอยู่กับงานกลางคืนอย่างเธอกับแม่ของเธอน่าจะพบเจอเรื่องแบบนี้บ่อยๆ อย่ามาแกล้งตีหน้าซื่อว่ายังบริสุทธิ์สดใสไร้เดียงสาอยู่เลยน่ะ”
พูดจบเขาก็กระชากเธออย่างแรงแล้วผลักลงไปบนที่นอน
“ทำไมต้องทำรุนแรงด้วยล่ะ”
“ก็เพราะว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่คู่ควรกับความนุ่มนวลใดๆ ทั้งนั้นน่ะสิ”
เขตต์ตะวันตอบด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น สายตาของเขากวาดสำรวจไปทั่วเรือนกายของเธออย่างหื่นกระหายที่จะได้เชยชม
“อย่าทำอะไรฟางนะคะพ่อเลี้ยง… ฮือๆ สงสารฟางเถอะค่ะ”
ร่างบอบบางของหญิงสาวสั่นเทาราวกับลูกนก เธอยกมือไหว้วิงวอนทั้งน้ำตา กระถดกายถอยหนีจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังด้านหนึ่งของเตียง ขณะเขตต์ตะวันกำลังถอดเสื้อผ้าของตัวเอง
“อย่าเข้ามานะ… ”
อึดใจต่อมาร่างของพ่อเลี้ยงก็อยู่ในสภาพล่อนจ้อนเปลือยเปล่าโดยไม่มีความกระดากอายต่อสายตาของหญิงสาวแต่อย่างใด
“ทำให้ฉันมีความสุข... ถ้าถูกใจฉันสัญญาว่าจะเก็บเธอเอาไว้เป็นนางบำเรอ... เหมือนอย่างที่พ่อฉันเอาแม่เธอมาอยู่ในบ้านเพื่อเป็นนางบำเรอ”
ร่างซึ่งกำยำและเต็มไปด้วยมัดกล้ามของพ่อเลี้ยงเขตต์ตะวันโถมเข้าหาเรือนร่างน้อยๆ ของฟางข้าวโดยที่หญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัว
“ฮือๆ... อย่าทำอะไรฟางเลยนะคะ”
พ่อเลี้ยงพยายามเบียดลำตัวหนา แทรกเข้าไประหว่างง่ามขาที่ถูกบังคับให้อ้ากว้างออกรับลำตัวใหญ่โตของเขา
“ไม่เอานะ... ฮือๆ ฟางไม่เอา”
กำปั้นน้อยๆ รัวตีปั้นไหล่ของเขาพัลวัน หากแต่ร่างกำยำที่โถมทับอยู่บนเนื้อตัวของเธอกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
“ไม่นะ... ฟางไม่เอา”
สาวน้อยส่ายหน้าหวาดกลัว
“แต่ฉันอยากเอา”
ดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นด้วยความหื่นกระหายไม่ต่างจากซาตานผู้เต็มไปด้วยความกักขฬะ หยาบคาย ฝ่ามือทั้งสองข้างบีบขยำทรวงอกอวบใหญ่ของเธออย่างเมามัน
“ฮือๆ... ”
หยาดน้ำตากลมเกลี้ยงกลิ้งลงมาอาบนวลแก้มของฟางข้าว เขาไม่นุ่มนวลเลยสักนิด กลิ่นสุราที่กรุ่นมาจากลมหายใจของเขาช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าพ่อเลี้ยงกำลังอยู่ในอาการมึนเมาจนขาดสติ แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่เขาจะเอามาเป็นเหตุผลในการกระทำย่ำยีกับสิ่งหวงแหนของเธอ
“อู้ว... ของเธอทั้งอวบทั้งใหญ่ดีเหลือเกิน อย่างนี้เค้าเรียกว่านมใหญ่เกินตัว งั้นขอดูข้างล่างหน่อยนะว่าจะใหญ่เหมือนข้างบนหรือเปล่า”
มือใหญ่สอดซุกเข้าใต้ชายชุดนอนบางๆ ล้วงลูบไปตามหน้าขาตึงเต็ม ตะล่อมล้วงหนั่นเนื้อรูปทรงสามเหลี่ยม เบียดกันจนอูมแน่นอยู่ตรงหว่างขา
“ฮือๆ... ”
สาวน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้น เขากระชากสายชุดนอนบางๆ จนหลุดรุ่ยออกไปจากลาดไหล่สล้าง มืออีกข้างบีบคลึงทรวงอกอวบใหญ่อย่างแรงแล้วฝังใบหน้าจูบฟัดเต้าทรวงสลับไปมาทั้งสองข้าง
“นมเธอใหญ่เหลือเกิน... ดูสิ อู้ว... ทั้งสวยทั้งน่าดูด... หัวนมยิ่งสวย”
พ่อเลี้ยงเขตต์ตะวันตาวาวกับสิ่งที่เห็น สองเต้าเต่งตึงนั้นขาวจนแลเห็นเส้นเลือดสีเขียวกระจายเป็นสายรางๆ อยู่ภายใต้ผิวเนื้อนุ่มแน่น
เขาไม่รอรี รีบกดไหล่ของเธอตรึงเอาไว้กับที่นอน ในขณะที่ฟางข้าวลู่ไหล่สะท้าน จิตใจจกระเจิดกระเจิงไปด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดกลัว ทรวงอกเปล่าเปลือยเปิดให้เขาซุกไซ้ใบหน้าลงได้ถนัดถนี่
“อ๊อย... ”
การจู่โจมเร่าร้อนรุนแรงทำให้หญิงสาวหลับตาปี๋ เมื่อปลายลิ้นร้อนผ่าวบดขยี้ลงมาที่เม็ดหัวนมของเธอแล้วดูดแรงจนจุกหัวนมเต่งตั้งเป็นตุ่มไตแดงเรื่อ
“อ๊า... น่าดูดน่าเลียเหลือเกิน”
เขาก้มหน้าก้มตาดูดเลียแรงๆ จนยอดถันถูกกลืนเข้าไปปูดปลิ้นอยู่ในอุ้งปากกระหาย ลิ้นสาก ไล้ เลีย รอบป้านหัวนมจนปูดเป่งสลับไปมาทั้งสองข้าง
“อ๊า... ซี้ดส์”
ความเสียวซ่านทำให้ฟางข้าวสะดุ้งเฮือกด้วยความลืมตัว ใครไม่เป็นเธอก็คงไม่รู้ว่ามันทรมานแค่ไหน เขาจู่โจมกระทั่งแผ่นหลังของเธอแอ่นระแน้ขยับยกขึ้นจากที่นอน ในตอนที่ปลายลิ้นชุ่มน้ำลายของพ่อเลี้ยงเขตต์ตะวันแตะต้องลงมาที่เม็ดเชอร์รี่แดงปลั่ง
“อร่อยเหลือเกิน... หัวนมเธอสวยจริงๆ ฉันยังไม่เคยเจอของใครสวยอย่างนี้มาก่อน”
น้ำเสียงของพ่อเลี้ยงบอกความลุ่มหลงงงงวยกับความงดงามตรงหน้า เขาตาวาว พึมพำเหมือนคนเพ้อ ฟางข้าวรู้ว่าพ่อเลี้ยงคงดื่มมามากเพราะได้กลิ่นสุราจากเนื้อตัวของเขา
