บทนำ
ได้ยินที่นางวิไลร้องขอ นายบัญชาไม่รอรี รีบทาบฝ่ามือเข้ากอบกุมทรวงอกอวบใหญ่ของหล่อนแล้วบีบขยำสลับก้มหน้าลงดูดเลียปลายถันอย่างเร่าร้อนลนลานจนนางวิไลแอ่นกายสะท้าน ปลายหัวนมแดงปลั่งขยับยกขึ้นเป็นตุ่มไตรับริมฝีปากที่ครอบดูดลงมาจนลึกสุดวงป้านสีเนื้อ
“เสียวเหลือเกินค่ะคุณพี่... อร๊ายยย”
นางวิไลส่ายหน้าอกอวบใหญ่ให้นายบัญชาดูดเลียด้วยความลุ่มหลง ท่าทางของหล่อนบอกให้รู้ว่าเป็นหญิงเร่าร้อนในเชิงโลกีย์
ในจังหวะที่นางวิไลขยับบั้นท้ายขึ้นๆ ลงๆ บนหน้าตักของนายบัญชา ฟางข้าวมองเห็นได้ชัดเจนว่าแท่งเนื้อร้อนผ่าวของเขากำลังสอดเสียบเข้าใส่โพรงเนื้อหนึบแน่นของนางวิไลเป็นจังหวะ ทำเอาหล่อนวูบวาบไปหมดแล้ว สองแขนสวมกอดลำตัวหนาของนายบัญชาเอาไว้แน่น แอ่นทรวงอกอวบใหญ่ให้เขาดูดไซ้ ขณะปลายเท้าทั้งสองข้างยังขัดกันแน่นอยู่รอบเอวของเขา
บท 1
“ร้อนรัก... พ่อเลี้ยงไร่ส้ม”
เขาไม่ตบ... แต่เน้นจูบ พ่อเลี้ยงจิตใจโหดหินคนนี้กระทำย่ำยีกับเธอสารพัดโดยที่ไม่เคยบอก ‘รัก’ สักคำ
ในฐานะ ‘นางบำเรอ’ ของเขา แม้หญิงสาวยอมรับว่ารู้สึกเจ็บปวดและน้อยใจกับฐานะที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ บำเรอสวาทให้เขา ทว่าพ่อเลี้ยงผู้ดิบเถื่อนคนนี้ก็ ‘มีดี’ จนทำให้เธอหลงใหล ยอมเป็นทาสสวาทของเขา ยิ่งนานวันสาวน้อยก็ยิ่งค้นพบว่าเธอขาดเขาไม่ได้ แม้ผู้ชายคนนนี้จะร้ายเหลือทน... แต่เธอก็รักเขาเหลือเกิน
นิยายเรื่องนี้ประกอบด้วย
“ร้อนรัก... พ่อเลี้ยงไร่ส้ม” และ คลื่นรักทะเลครวญ
ผู้เขียน
กาสะลอง
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2537
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
ภายในบ้านหลังใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางไร่ส้มบนเนื้อที่หลายพันไร่ในจังหวัดเชียงใหม่
“เขตต์... แกพอจะมีเวลาสักครู่ไหม พ่อมีคนจะแนะนำให้แกรู้จัก”
นาย ‘บัญชา’ ผู้เป็นประมุขใหญ่ของบ้านรีบตะโกนถาม ‘เขตต์ตะวัน’ ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียว เมื่อเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่เกินกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรทำท่าว่ากำลังจะก้าวออกไปนอกบ้าน
เขตต์ตะวันเป็นหนุ่มใหญ่วัยสามสิบเจ็ดปี ใบหน้าหล่อเหลาคมคร้าม ผิวสีทองแดงคร้ามแดดสมชายชาตรี เขาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญที่รับผิดชอบดูแลการงานทุกๆ อย่างภายในไร่ส้มแทนนายบัญชาผู้เป็นบิดามานานหลายปี รวมทั้งฟาร์มโคนมที่กำลังเริ่มลงทุนสร้างเอาไว้ในจังหวัดเชียงราย
คนงานในไร่พากันเรียกชื่อของเขตต์ตะวันสั้นๆ ด้วยความเคยชินว่า ‘พ่อเลี้ยงเขตต์’
“ใครครับพ่อ”
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น หันมาถามถึงแขกคนสำคัญของบิดาด้วยแววตาสงสัย
นายบัญชายังไม่ได้ตอบคำถามของลูกชาย แต่รีบเดินนำเข้าไปในห้องรับแขกโดยมีร่างสูงใหญ่ของเขตต์ตะวันก้าวตามหลังมาติดๆ
“นี่คุณวิไล”
นายบัญชาแนะนำหญิงวัยกลางคน เขตต์ตะวันจ้องมองใบหน้าสะสวยของสตรีผู้ซึ่งบิดาอยากแนะนำให้รู้จักด้วยสายตาเพ่งพินิจพิจารณา
วิไลเป็นผู้หญิงสวย ผิวพรรณขาวปลั่งเกลี้ยงเกลาเพราะเป็นคนเหนือ เขตต์ตะวันเดาว่าอายุของหล่อนคงรุ่นราวคราวเดียวกับเขา
แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขตต์ตะวันกำลังให้ความสนใจมากกว่าวิไลก็คือสาวน้อยผู้มีใบหญ้าสะสวยสะดุดตา ผิวพรรณของเธอขาวสะอ้านและเปล่งปลั่งไปด้วยเลือดเนื้อของวัยสาวสะพรั่ง นั่งอยู่ข้างๆ สตรีผู้ถูกแนะนำเป็นคนแรก ซึ่งเขาเดาว่าน่าจะเป็นมารดาของเธออย่างไม่ต้องสงสัย เพราะมีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกันเหลือเกิน
“จากวันนี้ไปคุณวิไลจะมาอยู่กับพ่อ”
นายบัญชาบอกไม่อ้อม
“อ๋อ... เมียใหม่พ่อน่ะเอง... นึกว่าคนสำคัญที่ไหน แล้วนี่คงเป็นลูกติดสินะ... ถ้าผมเดาไม่ผิดนะ... ”
เขตต์ตะวันเอ่ยออกมาตรงๆ สายตาซึ่งอ่านอารมณ์ไม่ออกชำเลืองมองใบหน้าสะสวยของสาวน้อยที่นั่งเคียงข้างอยู่กับนางวิไลด้วยความลืมตัว
“เอ่อ... จะว่าอย่างนั้นก็ได้... เอาตรงๆ เลยละกัน คุณวิไลจะมาอยู่กับพ่อในฐานะเมียของพ่อ... ”
ตอนแรกนายบัญชาสะดุ้งเล็กน้อยกับคำพูดแบบขวานผ่าซากของเขตต์ตะวันซึ่งฟังดูไม่ให้เกียรติเมียใหม่ของตนเลยสักนิด แต่ปกติใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้นว่าเขตต์ตะวันเป็นแบบนี้ เขาโผงผาง เสียงดัง ดื้อรั้นเอาแต่ใจตัวเองจนติดเป็นนิสัย ซึ่งนายบัญชารู้ดีว่าต้นเหตุก็มาจากตัวเขาเองที่ตามใจลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้มาโดยตลอด เพราะเห็นว่าเป็นลูกชายคนเดียว ซ้ำยังเป็นเด็กกำพร้ามารดามาตั้งแต่เล็กๆ ด้วยภรรยาของนายบัญชาเสียชีวิตไปตั้งแต่ตอนที่เขตต์ตะวันยังเดินเตาะแตะ
“ก็โอเคนะครับ... อะไรก็ตามที่เป็นความต้องการของพ่อผมก็คงขัดข้องไม่ได้... และไม่กล้าขัด พ่ออยากทำอะไรก็ทำเถอะ เอาที่สบายใจก็แล้วกัน เอาเป็นว่าผมยินดีต้อนรับมาเป็นครอบครัวเดียวกันนะครับทั้งแม่ทั้งลูก”
ดูเหมือนว่าเขตต์ตะวันไม่ขัดข้องก็จริง หากแต่คนที่ได้ยินเขาพูดก็อดรู้สึกไม่ได้ว่ามีอาการประชดประชันเหน็บแนมอยู่ในน้ำเสียงเยียบเย็น ฟังดูก็พอจะรู้ว่าเขาไม่ได้เอ่ยออกมาจากไมตรีจิตอันแท้จริงเลยสักนิด
“แล้วนี่หนูฟางข้าวลูกสาวคุณวิไล”
นายบัญชาแนะนำสาวน้อยที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เมียใหม่
“สวัสดีค่ะคุณเขตต์”
คนถูกแนะนำยกมือไหว้นอบน้อม หญิงสาวนึกชื่นชมเขตต์ตะวันอยู่ในใจว่าเขาช่างหล่อเหลา เพียงแรกพบสบตาก็ทำเอาหัวใจของเธอกระตุกวูบ ผู้ชายคนนี้รูปร่างสูงใหญ่สมชายชาตรี ใบหน้าคมคร้าม น่าแปลกที่ท่าทางหยิ่งผยองของเขากลับทำให้ดูมีเสน่ห์เหลือหลาย
“เรียกพี่เขตต์ก็ได้จ้ะหนูฟาง... หรือจะเรียกพ่อเลี้ยงเหมือนคนอื่นๆ ก็ได้นะ”
นายบัญชารีบบอกกับหญิงสาว
“ค่ะ... งั้นหนูเรียกพ่อเลี้ยงเขตต์ดีไหมคะ จะได้เหมือนกับคนอื่นๆ”
ฟางข้าวส่งยิ้มหวานให้เขตต์ตะวัน แอบชำเลืองมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาแล้วเอ่ยถามเจ้าตัวเป็นเชิงขอความเห็น
“จะเรียกยังไงก็ได้ เอาที่สบายใจก็แล้วกันนะ”
เขตต์ตะวันไหวไหล่ด้วยความเคยชิน
“ค่ะ... พ่อเลี้ยง”
ฟางข้าวตอบยิ้มๆ แอบมองหน้าเขตต์ตะวันแบบกลัวๆ ด้วยรูปร่างของเขาสูงใหญ่มาก อีกทั้งแววตาก็ยังมีประกายดุกร้าว หนวดเครารกครึ้มเต็มใบหน้ายิ่งทำให้เขาแลดูดุขึ้นไปอีก
“ถ้าหมดธุระสำคัญของป๋าแล้วเห็นทีว่าผมคงต้องขอตัวนะครับ”
เขตต์ตะวันพยายามจะบอกให้รู้ว่าเขามีงานอื่นซึ่งสำคัญกว่ารออยู่
“อ้าว... จะรีบไปไหนวะ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยนี่นา นั่งคุยกันก่อนสิ”
นายบัญชาทำหน้าสงสัย
“ผมไม่อยากเสียเวลาครับ มีงานในไร่รออยู่”
บอกเพียงเท่านั้นเขตต์ตะวันก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ อึดใจต่อมาก็ขับรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อสีส้มคันใหญ่ออกมาจากลานหญ้าหน้าบ้าน ตรงไปยังทางดินเล็กๆ ที่มุ่งไปสู่ไร่ส้ม ท่ามกลางประกายแสงแดดสีทองของยามสายโรยตัวอยู่เหนือไร่ส้มเขียวขจี
ฟางข้าวมองตามร่างสูงใหญ่ของเขตต์ตะวันตาละห้อย รู้สึกน้อยใจที่ได้ยินเขาบอกว่าไม่อยากเสียเวลาอยู่คุยกับเธอ
“คุณวิไลอย่าถือสาเจ้าเขตต์ตะวันลูกชายผมเลยนะครับ ที่มันพูดเหมือนไม่ให้เกียรติคุณกับลูกสาว... เจ้าเขตต์มันก็เป็นแบบนี้”
นายบัญชาเอ่ยกับสองแม่ลูกซึ่งเขารู้ว่าคงต้องใช้เวลาสักพัก กว่าจะเคยชินกับนิสัยของพ่อเลี้ยงเขตต์ตะวันคนนี้
บทล่าสุด
#129 บทที่ 129 ตอนที่ 129
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#128 บทที่ 128 ตอนที่ 128
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#127 บทที่ 127 ตอนที่ 127
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#126 บทที่ 126 ตอนที่ 126
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#125 บทที่ 125 ตอนที่ 125
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#124 บทที่ 124 ตอนที่ 124
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#123 บทที่ 123 ตอนที่ 123
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#122 บทที่ 122 ตอนที่ 122
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#121 บทที่ 121 ตอนที่ 121
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026#120 บทที่ 120 ตอนที่ 120
อัปเดตล่าสุด: 1/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
สัญญารักประธานร้าย
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป













