บทที่ 1 ลงเอยรัก EP.1

ณ เรือสำราญ

ในยามเย็นย่ำบรรยากาศดีเป็นที่สุด ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยตกลับขอบนำ้ทะเลอันไกลโพ้นสุดสายตาออกไป เสียงดนตรีเริ่มคลอเคล้าเข้ากับบรรยากาศที่กำลังเริ่มมืดและสายลมพัดผ่าน พาหวนให้กลิ่นดอกไม้หอม ๆ ได้ล่องลอยไปทั่วทั้งรำเรือใหญ่ ในขณะที่กำลังมีงานเต้นรำสำคัญในคำ่คืนวันนี้เกิดขึ้น

"เลน เดี๋ยวพี่มานะไปเข้าห้องนำ้ก่อน"

"พี่ลิลินกินเยอะอ่ะ เร็ว ๆ นะ เดี๋ยวมาไม่ทัน" 

"โอเค ๆ ฝากกระเป๋าหน่อย" 

"โอเค เลนรอตรงนี้นะ" 

"เดี๋ยวพี่รีบมา" 

ฉันรีบรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่ง พลางพยุงกระโปรงยาวของตนเองยกสูงจากปลายเท้าเล็กน้อยเพื่อไม่ให้สะดุด ตอนนี้ฉันปวดท้องเบามาก ๆ คงเป็นผลจากนำ้ผลไม้สุดแสนอร่อยนั่น ฉันจัดการดื่มไปหลายแก้วขณะทานอาหารมื้อเย็นกับครอบครัวแน่ ๆ เลย

"โอ้ย! ทำไมมันไกลจัง" ฉันกึ่งวิ่งกึ่งเดินก้าวมาไม่มีหยุด พลางกวาดสายตามองหาป้ายสัญลักษณ์ห้องนำ้บนเรือสำราญใหญ่ เส้นทางดูยาวไกลเหลือเกินจนตอนนี้ฉันแทบทนไม่ไหว ตัดสินใจรีบวิ่งซอยเท้าเพื่อหาห้องนำ้ให้เร็วที่สุด หากแต่จะขอความช่วยเหลือสอบถามใครดันไม่มีใครผ่านทางมาเสียอีก

กรี๊ด! ตุบ!

จับกบ ใช่! ตอนนี้ฉันหน้าคะมำจับกบบนพื้นพรมเสียแล้ว 

"ฮือ คุณไม่คิดจะหันมาดูหน่อยเหรอ ชนคนล้มขนาดนี้อ่ะ" ฉันหันกลับไปถามผู้ชายคนนึง ด้วยความหงุดหงิด ชนคนล้มแล้วทำไมกลับหน้ามึนเดินไปเฉย แทนที่จะพูดกล่าวขอโทษกันก็ยังดี 

"ก็เธอลุกขึ้นมาแล้ว" 

"ห้ะ! แล้วมันเกี่ยวอะไรกันคะ คุณจะให้ฉันนอนอยู่แบบนั้นเหรอ" ต้องเป็นคนแบบไหน ขนาดยืนคุยกันยังหันหลังให้ฉันเลย ดีที่ขาฉันไม่พลิกไม่แพลงไม่อย่างนั้นเกิดเรื่องแน่ ๆ 

"ถ้าเธอลุกได้ ส่งเสียงถามฉันได้ก็คงไม่เป็นไรมากหรอกใช่ไหม ฉันเสียเวลามามากพอแล้วล่ะขอตัวแล้วกัน" 

ฉันได้แต่ยืนนิ่งมองแผ่นหลังคุณเขาไกลออกไปด้วยความสับสน สรุปฉันผิดที่ทำคุณเขาเสียเวลารึเปล่า พูดอย่างนี้ฉันรู้สึกผิดไปด้วยเลย แต่ช่างเถอะ! เป้าหมายของฉันตอนนี้คือ ห้องนำ้ สิ่งรบกวนระหว่างทางฉันขอไม่สนใจแล้วกัน!

"โอ้โห! นี่พี่ลิลินไปนานมากจนผมนึกว่าหลับในห้องนำ้ไปแล้วเนี่ย โทรศัพท์ก็ไม่เอาไปโทรตามไม่ได้ด้วย" กลับมาถึงจุดนัดหมาย ตอนนี้ฉันสบายตัวและอารมณ์ดีมาก ๆ แล้ว จึงได้แต่รู้สึกผิดกับน้องชายที่ยืนรออยู่คนเดียว

"ขอโทษนะเลน" 

"ไม่เป็นไร อะนี่ของพี่อ่ะแล้วหน้ากากผมล่ะ" หน้ากากที่ว่าคือหน้ากากสำหรับใส่ร่วมงานเต้นรำตามแบบกำหนดน่ะ

"นี่ไง" ฉันเปิดกระเป๋าที่เลนส่งให้หยิบหน้ากากที่น้องชายถามหาออกมา

"เดี๋ยวนะพี่ลิลิน หน้ากากกระต่ายเนี่ยนะ เลนไม่เอาเด็ดขาดอ่ะ" เลนทำท่าปฏิเสธจริงจัง

"ก็พี่อยากใส่หมาป่าอ่ะ เลนเอาอันนี้ไม่ได้เหรอ" หน้ากากกระต่ายมันน่ารักเกินไป ฉันกลัวว่าฉันจะกลายเป็นฝันร้ายของคนที่ชอบกระต่ายน่ะสิ เพราะคนอย่างฉันคงเหมาะกับกระต่ายป่ามากกว่าน่ะ

"เลนเป็นผู้ชายใส่สูทขนาดนี้นะพี่ลิลิน" เลนยังคงส่ายหน้าปฏิเสธไม่ยอมอ่อนข้อให้ฉันสักนิด 

"ก็ได้ ๆ พี่เอาหน้ากากกระต่ายเองก็ได้" 

"โอเค" 

เราสองคนต่างพากันช่วยกันใส่หน้ากากเพื่อเตรียมเข้าไปร่วมงานตามสถานที่ที่จัดเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ เราสองคนทำการแลกบัตรเพื่อเข้าร่วมงานกัน พร้อมกับมองหาครอบครัวว่าอยู่มี่มุมไหนเพื่อจะได้เตรียมตัวเดินเข้าไปในงานได้ถูกต้อง

"โอ๊ะโอ...ใครเป็นกระต่ายน้อยครับเนี่ย" เสียงเด็กน้อยน่ารักสดใสของน้องคินหลานชายของฉัน ลูกสาวของพี่ลลินเอ่ยทักทาย ในขณะที่เด็ก ๆ เองก็อยู่ในชุดดูดีกันทั้งคู่เลย 

"อาลิลินเองค่ะ" 

"สวัสดีครับอาลิลินสุดสวย กับอาเลนสุดหล่อ" 

"ฮ่า ๆ เด็กนี่ตาดีมากนะพี่ลิลิน" เลนชอบใจใหญ่เมื่อโดนเด็กชม 

"พี่คิน ทำไมพี่คินไม่ชมณรินบ้างล่ะคะ" เกิดการน้อยใจกันเกิดขึ้นระหว่างน้องสาวกับพี่ชาย 

"โอ๋ ๆ น้องณรินของพี่คินสวยเหมือนกันครับ" 

"คิกคิก รักพี่คิน" 

"พี่คินรักน้องณรินเหมือนกันครับ" สองแสบหันมากอดกันอย่างรักใคร่ เรียกรอยยิ้มของครอบครัวฉันได้เป็นอย่างดี ใครจะอดใจไหวกันเจ้าสองแสบน่ารักกันมากขนาดนี้นี่นา

"เลนตื่นเต้นไหม" ยิ่งเวลาเดินผ่านไปนานเท่าไหร่ ความตื่นเต้นของฉันยิ่งเพิ่มมากขึ้น แสงไฟสีเหลืองประดับประดาเริ่มสว่างท่ามกลางความมืดของท้องฟ้า ยามที่ดวงอาทิตย์ลับขอบนำ้ทะเลลงไปจนสุดสายตา นั่นแสดงให้เรารู้ว่า ใกล้ถึงเวลาเริ่มงานแล้วล่ะ ผู้คนมากมายเริ่มเดินทยอยเข้ามาร่วมงานกัน จนฉันคิดว่างานนี้มันใหญ่กว่าที่ฉันคิดเอาไว้เสียอีก 

"ไม่นะ ทำไมเหรอหรือว่าพี่ลิลินตื่นเต้น" เลนดูปกติไม่มีท่าทีตื่นเต้นแม้แต่น้อย ต่างกับฉันที่มือเย็นฉำ่มองดูบรรยากาศรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้นไม่หยุด

"ใช่สิ งานใหญ่มากเลยนะเลน" ฉันทั้งตื่นเต้นที่ได้มาร่วมงาน และกังวลกลัวตนเองจะปล่อยไก่ใส่ใครเขาน่ะ ฉันกลัวขายหน้ามาก ๆ เพราะงานนี้มีความหมายกับคนที่ฉันรักมากเหมือนกัน 

"พี่ลิลินอย่าเผลอไปเหยียบเท้าใครเข้าล่ะตอนเต้นรำน่ะ มีนักธุรกิจทั้งนั้นระวังเขาไม่พอใจจับพี่หมกใต้เรือนะ" 

"ปากนะเลน! หยุดเลยพี่ยิ่งกลัว ๆ อยู่" ชีวิตของฉันโตมากับเรื่องอะไรแบบนี้ผ่านหูอยู่บ่อยครั้ง ธุรกิจนั้นมันมีหลายด้าน แล้วแต่ว่าเราจะได้รับรู้ด้านไหน ส่วนฉัน...รับรู้ทุกด้านแม้กระทั่งด้านที่น่ากลัวอย่างที่เลนพูดมา

"เลนพูดหยอกเล่นน่า...เชื่อเถอะว่าพี่เขยเราน่ะคัดคนมาร่วมงานแล้วจริง ๆ " 

"ก็จริงของเลนนะ" 

"เด็ก ๆ ได้เวลาแล้ว เราไปข้างในกันค่ะ" คุณแม่ของฉันเอ่ยเรียกพวกเราทุกคนที่พร้อมกันมาก ๆ เพื่อจะได้เดินเข้าไปร่วมงานด้านในกัน หลังจากมาอยู่ตรงมุมดอกไม้กันสักพักใหญ่แล้ว 

ในงานเต้นรำคำ่คืนวันนี้ ทุกคนล้วนใส่หน้ากากปิดบังใบหน้ากันไว้ตามใจชอบ บางคนเป็นหน้ากากสีขาวขนนกสวย บางคนเป็นหน้ากากสีดำดูลึกลับ ล้วนสลับกันไปตามความชอบของผู้ใส่ แต่ที่สำคัญทุกคนแต่งชุดกันสวยงามเข้าตามที่งานกำหนด จะมีผู้หญิงแค่เพียงคนเดียวในคำ่คืนนี้ที่โดดเด่นกว่าใคร นั่นคือพี่สาวของฉันเอง ไม่รู้ว่ารู้รึยัง...ว่าพวกเราทั้งครอบครัวมาที่นี่เพื่อเซอร์ไพร์สเลยนะเนี่ย 

"พี่ลิลินดูดิ ตรงนั้นอย่าหล่ออ่ะขนาดปิดหน้ากากเอาไว้นะเนี่ย" 

"เลนอย่าบอกนะว่า..." 

"อย่าบ้าพี่ลิลิน เลนบอกว่าพวกเขาหล่อใช่ว่าเลนจะชอบผู้ชายเชิงชู้สาวด้วยกันเองเสียเมื่อไหร่ล่ะ" 

"ฮ่า ๆ พี่แค่แกล้งเล่นน่ะ แต่ถ้าชอบก็ไม่ติดนะครอบครัวเราเปิดกว้างอยู่แล้ว" 

"อืม ๆ "

เรื่องรัก ๆ บางทีฉันเองยังไม่เข้าใจแก่นแท้สักเท่าไหร่ หวังว่าสักวันฉันจะได้เรียนรู้นะว่าจริง ๆ แล้ว รักแท้นั้นคืออะไร...

แต่จะว่าไป ตรงที่เลนบอกมีผู้ชายยืนอยู่ประมาณสามคน ล้วนแต่งชุดดำสนิทมีเพียงเข็มกลัดที่เน็กไทเป็นเหมือนเพชรสีแดงเลย ฉันไม่แน่ใจนักเพราะอยู่ค่อนข้างไกล แต่รู้ว่าพวกเขาดูดีกันมาก ๆ เลยล่ะ เหมือนหลุดออกมาจากโลกการ์ตูนนิยายมาเฟียอย่างไงอย่างนั้นเลยล่ะ

'สวัสดีทุกท่านครับ ขอต้อนรับเข้าสู่งานเต้นรำในคำ่คืนวันนี้...' 

ได้เวลาสนุกแล้วสินะ...

ฉันได้เข้าร่วมวงเต้นรำที่มีผู้คนมากมายเข้ามาร่วมสนุก ทั้งพาคู่ของตนเองมาและมาทำความรู้จักกันทีหลัง ทุกคนเริ่มออกลวดลายเต้นกันอย่างไม่มีใครอยอมใคร เสียงดนตรีดังชัดแน่นเพิ่มจังหวะความสนุกพาให้ฉันสับสนท่ามกลางทุกคนได้เข้ามามีความสุขตรงจุดเต้นรำตรงนี้ พาลพาให้ฉันมาอยู่ที่กลางวงอย่างงุนงง 

ในตอนนี้ฉันกำลังมองหาจุดเริ่มต้นอีกทีอีกครั้ง เพราะฉันยังไม่มีคู่เต้นรำเลย และเหมือนทุกอย่างจะถูกเวลากำหนดวางไว้ เมื่อมีใครคนหนึ่งกับฉันยังคงโดดเดี่ยวไร้คู่ในตอนนี้ ได้บังเอิญเดินหาคู่กันจนมาบรรจบพบคู่กันพอดี 

"เอ่อ...ฉันเต้นไม่ค่อยเก่งนะคะ" ถ้าให้ฉันเต้นปาจิงโกะท่าโก๊ะ ๆ ของตัวเองน่ะฉันถนัดมาก ๆ แต่กลับกันงานเต้นรำที่ดูเป็นทางการฉันเองไม่ค่อยถนัดเอาเสียเลย สุดท้ายเพื่องานนี้ฉันยอมทำให้พี่สาวที่ฉันรักก็ได้

"หึหึ...อย่างนั้นเดินกันไหมล่ะ" 

"คะ คุณพูดว่าอะไรนะคะ ฉันได้ยินไม่ชัดเลยค่ะเสียงดนตรีดังมาก" ฉันพยายามฟังที่คุณเขาพูดแล้ว ต้องขอโทษจริง ๆ ฉันแทบไม่ได้ยินอะไรนอกจากเสียงพึมพำจากคุณเขาโดยไม่สามารถจับใจความได้เลยสักนิด

"เปล่าน่ะ" คุณเขาพูดให้ดังขึ้นกว่าเดิม แล้วพาฉันเดินเข้ามาร่วมในแถวขบวนวงกลมที่ทุกคนกำลังออกสเต็ปเหมือนกันราวกับซ้อมเต้นเข้าคู่กันมานาน อย่างนี้ก็ดีเลยฉันจะได้คัดลอกท่าเต้นตามได้

"อย่างนั้นเราเต้นตามเขากันก็ได้ค่ะ" 

"อืม เธอเริ่มเลย" 

ความสนุกเริ่มขึ้น ลวดลายท่าทางนั้นดูประยุกต์เข้ากันตามยุคสมัย ฉันสนุกมาก ได้เต้นได้เรียนรู้และทำความรู้จักกับคนข้าง ๆ และที่สำคัญคุณเขาเต้นเป็นเหมือนกันนะเนี่ย ถือว่าเท้าไฟเลยล่ะ ถนัดมากก็ไม่ยอมบอกกั๊กอีกแล้ว 

"ฮ่า ๆ สนุกมาก คุณเต้นเก่งมากเลยค่ะ" ทั้งท่าหมุนตัวฉัน ยกตัวขึ้น ยกมือ ขยับขา คุณเขาตรงจังหวะเป๊ะ ต่างกันกับฉันที่บางจังหวะเผลอพลาดไปโดนเท้าคุณเขาหลายรอบเลย เป็นสาเหตุได้พูดขอโทษบ่อย ๆ น่ะ

"อีกสักเพลงไหมล่ะ" 

"ฉันเกรงใจค่ะ เมื่อสักครู่ฉันเผลอเหยียบเท้าคุณตั้งหลายรอบเลย ขอโทษด้วยนะคะ" ฉันพูดขอโทษกับคุณเขาพลางก้มหัวขอโทษด้วย 

"ไม่เป็นไรหรอก ถือว่าได้ฝึกไงครับ" คุณเขาใจดีจัง อย่างน้อยวันนี้ฉันก็ได้เจอคนดี ๆ แม้ว่าหน้ากากจะปิดบังใบหน้านี้ไว้ก็ตามคุณหน้ากากจิ้งจอก

"ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วยนะคะ" 

"ครับ" คุณเขายื่นมือมารอรับมือฉันเอาไว้ แต่ฉันกลับถูกดึงให้เปลี่ยนคู่เต้นรำจากหญิงสาวใครบางคนแทน คงเป็นแขกที่มาร่วมงานจนฉันต้องสลับคู่มาอยู่กับใครไม่รู้ที่ใส่หน้ากากสีดำสนิทปิดเพียงครึ่งหน้า ดูน่ากลัวเลยล่ะโชคดีที่มีขนนกสีดำเงาประกอบบนหน้ากากด้วย จึงช่วยลดความน่ากลัวลงไปได้เยอะเลย

"อะ...เอ่อ คุณต้องการเปลี่ยนคู่ไหมคะ" ฉันเกรงใจคุณเขามาก ๆ บางทีคุณเขาอยากจะมาร่วมสนุกหาคนเต้นเก่ง ๆ มากกว่าเด็กสาวเต้นรักสนุกอย่างฉัน 

"หึ...กลัวเหรอ" 

"ฉันเหรอคะ" 

"เธอนั่นแหละ กระต่ายน้อย..." 

................................................................................................

บทถัดไป