บทที่ 4 ลงเอยรัก EP.4
"เดี๋ยวพี่ลิลิน เลนยังไม่ทันได้เล่นนำ้เลยจะรีบไปไหนเนี่ย"
"พี่เล่นจนมือเปื่อยแล้ว เลนอยากเล่นก็เล่นไปสิ" อยู่ในสระนำ้รอตั้งนานมองดูน้องชายตนเองจีบสาว กว่าจะกลับมานำ้แข็งในแก้วนำ้ผลไม้ก็ละลายหมดแล้ว อย่างนี้จะไม่ให้โมโหหมดอารมณ์เล่นนำ้ได้อย่างไรกัน
"อะไรอ่ะ พี่ลิลินงอนเลนเหรอครับ" พอรู้ว่าฉันกำลังไม่พอใจ นำ้เสียงนี่เริ่มแปลเปลี่ยนเป็นออดอ้อน แล้วอย่างนี้ฉันจะใจแข็งกับน้องชายที่น่ารักได้อย่างไรกัน
"ไม่ได้งอนสักหน่อย"
"ไม่จริงอ่ะ พี่ลิลินไม่มองหน้าเลนดีกันนะ ไปเล่นสไลเดอร์ตรงนั้นกันไหม"
"ไม่เอาอ่ะ แดดร้อนมากแล้วถ้าเลนอยากเล่นพี่นั่งรอเป็นเพื่อนแล้วกัน"
"โอเคก็ได้ เดี๋ยวเลนไปซื้อขนมมาให้กินระหว่างนั่งรอดีไหม"
"อืม"
"โอเค พี่ลิลินรอเลนก่อนเดี๋ยวเลนจะรีบไปซื้อมาแล้วกัน" เมื่อตกกันแล้ว เลนรีบเดินไปซื้อขนมอีกครั้งส่วนฉันขอนั่งรอที่เก้าอี้ดูดนำ้ส้มรออยู่แถวนี้ คนเริ่มมากันมากขึ้นเรื่อย ๆ จากสระนำ้ที่คล้ายเป็นส่วนตัวในตอนแรกเริ่มมีคนมาอยู่ในทุกมุมทุกจุด และฉันคิดว่าคงจะมีคนถยอยเข้ามากันอีกเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน
รอไม่นานนักขนมประมาณห้าห่อถูกวางลงที่ตักของฉัน พร้อมกับเลนที่ลงไปเล่นนำ้อย่างสนุก ส่วนฉันได้แต่นอนอาบแดดกินขนมรอเลนเล่นนำ้จนพอใจ จะได้กลับขึ้นห้องกันเสียที
"สนใจเปลี่ยนจากกินขนมเป็นดื่มไวน์ด้วยกันไหมครับ" เสียงผู้ชายคนนึงเอ่ยขึ้นใกล้ ๆ ฉัน ไม่รู้ว่าพูดกับใครเพราะบริเวณเก้าอี้ใกล้กันมีคนนอนอาบแดดอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน
"คุณชวนฉันเหรอคะ" สรุปคุณเขาชวนฉันเหรอ เพราะมองดูอีกทีเก้าอี้ข้าง ๆ นั้นก็ว่างเสียแล้วแต่มีของวางอยู่คงจะจองเอาไว้น่ะ
"มีคนให้ผมมาชวนคุณน่ะครับ"
"ดื่มไวน์ตอนเช้าแบบนี้อย่างนั้นเหรอคะ"
"ครับ คุณสนใจไหมครับ"
"ไม่ล่ะค่ะ" เมื่อวานฉันพึ่งดื่มจนไม่ได้สติไปเอง ขอพักก่อนดีกว่าอีกอย่างนี่พึ่งจะกี่โมงกี่ยามเอง ดื่มไวน์แต่หัววันอย่างนี้มีหวังวันนี้ฉันอยู่ไม่ทันมองดูดวงอาทิตย์ยักษ์ตกลับขอบนำ้ทะเลแน่นอน
"ถ้าอย่างนั้นเปลี่ยนเป็นนำ้ผลไม้ก็ได้ครับหรือว่าคุณมีใครรออยู่แล้วรึเปล่าครับ" หืม...มีการต่อลองด้วย
"ค่ะ ฉันดูน้องเล่นนำ้อยู่น่ะค่ะ ไม่สะดวกน้องฉันยิ่งว่ายนำ้ไม่เก่งอยู่ด้วยค่ะคงไปด้วยไม่ได้จริง ๆ ค่ะ" ว่ายนำ้ไม่เก่งก็บ้าแล้ว ขอโทษทีนะเลนที่พี่สบประมาทกับเหรียญทองแชมป์ว่ายนำ้ห้าปีซ้อนของแก แต่ตอนนี้พี่ต้องเอาตัวรอดก่อน
"ไม่เป็นไร ฉันนั่งดื่มมันตรงนี้ก็ได้" ไม่ทันที่คุณเขาจะเอ่ยตอบ แต่ใครอีกคนกลับเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ด้านหลังของคนที่ชวนฉันคุย คนใหม่เดินถือแก้วไวน์วนมืออย่างคล่องแคล่วทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างสระ โดยที่ยังอยู่ในชุดคลุมอาบนำ้สีขาวสะอาดตา ผมที่เปียกถูกเสยขึ้นมีเพียงบางเส้นที่ตกลงมาปิดหน้าผากเนียนเอาไว้ เขาคือคนที่ฉันเจอที่สระเมื่อเช้านี้นี่เอง
"ตามสบายค่ะ" เก้าอี้มันของสาธารณะอยู่แล้ว ฉันไม่ว่าคุณเขาหรอกนอนกินขนมต่อดีกว่า
"พรุ่งนี้เธอว่างไหม"
"ว่างค่ะ"
"อย่างนั้นสิบโมงตรงเราลงมาเจอกันหน่อยไหม ฉันคิดข้อตกลงออกแล้ว"
"ที่ไหนคะ" ดีเหมือนกัน จะได้จบกันเสียทีไม่อย่างนั้นคงรู้สึกติดค้างอยู่อย่างนี้ไม่ดีแน่
"แล้วเธอคิดว่าเดทแรกสำหรับเธอที่ไหนน่าประทับใจสุดล่ะ"
เดทแรกที่น่าประทับใจสำหรับฉันเหรอ...
"ไม่รู้สิคะ ตอนนี้คำตอบไม่มีในหัวฉันค่ะ" เรื่องนี้น่าคิดเหมือนกันนะ สถานที่ไหนที่จะทำให้เรารู้สึกประทับใจได้มากที่สุด
"อืม...เหมือนว่าฉันดูรีบร้อนเกินไป" คุณเขาบ่นพึมพำพลางยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มอย่างดูดี
"พี่ลิลิน!" เลนเดินขึ้นจากสระนำ้มาคิ้วขมวดขึ้นมาทันทีเลย
"เล่นเสร็จแล้วเหรอ" ฉันถามเลนพลางส่งผ้าให้เลนเช็ดตัวเพื่อเราจะได้เดินกลับห้องกัน
"อืม ไปกลับห้องกัน" เลนไม่พูดอะไรมากนัก รีบเก็บของที่วางอยู่ใส่กระเป๋ารวมถึงถุงขนมที่ฉันยังไม่ได้แกะแล้วรีบจูงมือพาฉันกลับห้องอย่างรวดเร็ว
"ใครเหรอ" เดินมาไกลสักระยะนึงเลนหยุดถามฉันด้วยนำ้เสียงเข้มมากที่สุดที่ฉันเคยได้ยินในชีวิตเลย
"เขาคือคนที่พี่แพ้พนันไพ่อ่ะ"
"เมื่อวานพี่ลิลินเล่นพนันไพ่เหรอ เดิมพันอะไรอ่ะทำไมถึงเล่นแล้วยังไม่จบเกมแบบนี้" เลนหยุดเดินแล้วถามฉันด้วยนำ้เสียงดังกว่าเดิม หากเมื่อวานเลนมาเดินเที่ยวเล่นกับฉันรับรองเลยว่าสถานที่นั้นเลนคงพาฉันเดินไกลกว่าห้าสิบเมตรแน่นอน หรือบางทีไม่พาเดินผ่านด้วยซ้ำ จึงเป็นเรื่องที่ทำให้เลนค่อนข้างโมโหมากพอสมควรเลยล่ะ
"ก็เดิมพันด้วยชิปมูลค่ามหาศาลกับข้อตกลงที่ผู้ชนะต้องการให้ทำอะไรก็ได้หนึ่งข้อน่ะ" คราวนี้เป็นฉันที่ตอบเสียงอ้อมแอ้ม เวลาเลนโมโหน่ะน่ากลัวไม่แพ้คุณพ่อเลยสักนิด
"พี่ลิลินคิดอะไรอยู่อ่ะ"
"พี่ขอโทษ"
"เฮ้อ~ แล้วมันเสนอมารึยังว่าข้อตกลงนั้นต้องการอะไร"
"ยังเลยอ่ะ"
"ถ้าทางนั้นเสนอมาพี่ก็รับไปเดี๋ยวเลนไปด้วย ถ้าคิดไม่ซื่อนะเล่นจะกระทืบให้คอยดูสิ"
"เป็นนักเลงไปได้ ไหนสัญญากันแล้วไงว่าจะใจเย็นกว่าเดิม"
"คุณแม่บอกแล้วว่าแล้วแต่สถานการณ์ให้ตัดสินใจเองได้เลยพี่ลิลินลืมเหรอ"
"แล้วแต่เถอะ ระวังติดคุกหัวโตพี่ไม่รู้ด้วยนะ"
"ดีเลยเลนจะได้มีสมองเยอะ ๆ " ดูความคิดน้องชายฉันสิ ไม่แปลกใจหรอกทำไมถึงได้โสดเป็นเพื่อนฉันอยู่อย่างนี้ เลนน่ะถ้าได้รู้จักจริง ๆ ไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยขี้เล่นคนนึงเลย หวังว่าน้องสะใภ้ฉันในอนาคตจะโชคดีได้แฟนเหมือนได้ลูกชายเพิ่มอีกคนนึงเลยน่ะ เรียกได้ว่าได้ทั้งแฟนได้ทั้งลูกจำลองเลยน่ะ
เราสองคนพี่น้องเรียกได้ว่าเหมือนแฝดกันเลย ต่างกันที่เลนเนี่ยสูงมาก ๆ สูงพอ ๆ กับคุณพ่อเลย ทำให้เวลาใครเห็นเราสองคนเดินคู่กันบ้างก็ทักว่าเป็นแฟนกันบ้าง เป็นสามีภรรยากันบ้าง นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คนนอกเข้าใจผิดและไม่กล้าเข้ามาจีบเราสองคนพี่น้องเลยก็ได้นะ...
เราสองคนพากันกลับห้องต่างคนต่างแยกเข้าห้องตนเองเพื่ออาบนำ้และพักผ่อน วันนี้เราคงไม่ทำอะไรนอกจากนอนกันแล้วล่ะ พักสักหนึ่งวัน...พรุ่งนี้ฉันมีแพลนว่าจะไปสวนสนุกก่อนเดินทางกลับ
ติ้งหน่อง~
'พรุ่งนี้เจอกันที่สวนสนุกนะ เวลา 09:00 น. ' ฉันไม่เจอใครนอกจากกระดาษโน๊ตหนึ่งใบติดไว้ตรงกล้องส่องดูคนนอกที่มาเรียก เหมือนรู้เลยแฮะว่าพรุ่งนี้เราจะไปสวนสนุก...
ณ สวนสนุก
ฉันยืนรอแอบ ๆ อยู่บริเวณหน้าทางเข้า วันนี้ฉันค่อนข้างรู้สึกปวดหัวระดับนึงคงเป็นเพราะเมื่อคืนนี้ฉันกับเลนพาหลานไปเล่นของเล่น ก่อนจะพากันมานั่งดื่มบนชั้นดาดฟ้าของเรือเพื่อชมบรรยากาศในตอนที่ส่งหลานเข้าห้องเรียบร้อยแล้ว เหมือนว่าฉันจะพักผ่อนน้อยเกินไปเลยหนักหัวนิดหน่อย ส่วนเลนนอนหลับสนิทเรียกก็ไม่ตื่น ทำให้ฉันต้องมาเล่นสวนสนุกคนเดียววันนี้
"เฮ้! จำกันได้ไหม" ฉันสะดุ้งเมื่อใครสักคนก้มหน้าลงมาทักทายฉันอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่ฉันเองนึกไม่ออกว่าคุณเขาคือใครกัน...
"อ่อ...ขอโทษนะคะ คุณคือ..."
"ฮ่า ๆ ว่าแล้วเธอจำฉันไม่ได้แน่นอน คนที่เธอเหยียบเท้าฉันน่ะ"
"อ่อ คุณจิ้งจอกนี่เอง บังเอิญจังเลยนะคะ" ถ้าหากพูดถึงเรื่องนี้ คงเป็นคุณเขาแน่นอนที่ฉันปล่อยไก่ใส่หลายรอบ หากเป็นเล็บขบนะฉันคิดว่าคุณเขาคงต้องตัดนิ้วทิ้งเลยล่ะเพราะฉันเหยียบเรียกได้ว่าเล็บจมเลยล่ะ
"ใช่แล้ว บังเอิญจังคุณมากับใครเหรอ" คุณจิ้งจอกถามฉันพลางมองรอบ ๆ ฉันด้วย คงจะมองหาคนที่มากับฉันเพื่อทักทาย
"ฉันมา...คนเดียวค่ะ"
"เหมือนกันเลย คุณสนใจไปเล่นเครื่องเล่นด้วยกันไหม"
"ก็ดีนะคะ"
"งั้นเราเริ่มด้วยอะไรกันดีล่ะ ไวกิ้งไหมหรือว่าที่หมุน ๆ สูง ๆ อันนั้นดี"
"โอ้โห...งั้นคุณจิ้งจอกเล่นเลยค่ะ ฉันขอยืนรออยู่ข้างล่างแล้วกันค่ะ"
"ฮ่า ๆ ฉันล้อเล่น เราเริ่มเล่นตั้งแต่อันแรกเลยดีกว่าไปเล่นม้าหมุนกัน"
"โอเค แบบนี้ค่อยไปด้วยกันได้ค่ะไปต่อแถวกัน"
"ไปกันคุณกระต่าย"
อีกด้านหนึ่ง
"ผมทำตามที่นายสั่งแล้วนะครับ แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงเอ่อ..."
"เพราะฉันคงใจดีเกินไป กระต่ายน้อยถึงได้ดื้อซนมากขนาดนี้"
................................................................................................
