บทที่ 8 ลงเอยรัก EP.8
หลังจากเหรียญหยอดตู้คีบตุ๊กตาหมด ตุ๊กตามากมายที่พี่สตรอมคีบมาได้ เราทำการแจกเด็ก ๆ ยกเว้นตุ๊กตาตัวสุดท้ายและตุ๊กตาหมีตัวที่มีสร้อยที่ฉันเก็บเอาไว้ไม่ได้แจกให้เด็ก ๆ
เด็ก ๆ ที่ได้รับตุ๊กตาต่างยิ้มรับดีใจกันอย่างมีความสุข การให้มีความสุขมากจริง ๆ
"สนุกมากเลยค่ะ เสียดายพรุ่งนี้ต้องกลับแล้ว" ฉันมานั่งพักให้หายเหนื่อย พลางพูดกับพี่สตรอมที่นั่งอยู่ข้างกัน
"พรุ่งนี้ฉันคงเหงาแย่" พี่สตรอมพูดตอบกลับมา พร้อมกับมองไปข้างหน้าโดยที่ฉันไม่รู้เป้าหมายของคุณเขา
"ไม่มีใครคอยกวนน่ะสิใช่ไหมคะ"
"ปกติฉันไม่ค่อยมีใครคุยด้วยหรอก แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่เคยง้อให้ใครมาคุยกับฉันเหมือนกัน"
"หนูเชื่อค่ะ กลับกันพอได้รู้จักพี่สตรอมพี่เป็นคนที่น่ารักมากคนนึงเลยนะคะ" ด้วยภายนอกดูเป็นคนเย็นชา หน้าโหดมาก ๆ และบางทียังดูไร้ความรู้สึกเหมือนยืนข้างต้นไม้ไม่สามารถพูดตอบกลับอะไรได้อย่างนั้น ไม่แปลกที่คนอาจจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาคุย แต่สำหรับฉัน…ฉันเป็นคนชอบคุย ชอบเล่น ชอบได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ เลยทำให้ฉันคุยกับคุณเขาได้เพราะฉันรู้สึกสนุกน่ะ เหมือนได้ละลายพฤติกรรมกัน
"น่ารักอย่างนั้นเหรอ" คุณเขาทวนคำของฉันยำ้อีกรอบ
"ค่ะ เดี๋ยวก็มีคนเข้ามาคุยด้วยค่ะ บางทีพี่สตรอมอาจจะต้องยิ้มสักหน่อย" อย่างน้อยรอยยิ้มก็ทำให้เรารู้สึกว่าเป็นมิตรกันน่ะ
"ถ้าอย่างนั้นฉันยอมอยู่เงียบ ๆ ดีกว่า"
"แต่เวลาพี่สตรอมยิ้มน่ารักมากเลยนะคะ"
"ไม่ต้องมาหลอกให้ฉันยิ้มเลยนะกระต่ายน้อย"
"ก็พี่สตรอมยิ้มแล้วน่ารักจริง ๆ นี่นาหนูไม่ได้โดหกสักหน่อย"
"ไม่ล่ะ ๆ "
ปฏิเสธกันอีกแล้ว ไร้เยื่อใยสุด ๆ
"ตามใจเลยค่ะ เพราะมีรอยยิ้มมากมายที่หนูได้รับจากคนอื่น" คนที่ฉันรู้จักมักเป็นคนอารมณ์ดี ยกเว้นเลนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายหากไม่เป็นพี่น้องกันฉันคิดว่าน้องชายฉันเข้าสู่วัยทองแล้ว
"คุณ!" จู่ ๆ ในขณะที่เราสองคนกำลังสนทนากัน มีใครบางคนกำลังโบกมือทักทายฉันอยู่อีกฝั่งทางเดินเสียงดัง
"คุณจิ้งจอก!" ฉันดีใจได้เห็นคุณจิ้งจอกรับโบกมือทักทายกลับไป
"ไม่เจอกันเลย วันนั้นคุณเป็นไงบ้างพอดีผมกลับก่อนเลยไม่ได้รอน่ะ ขอโทษด้วยนะ" ตอนนี้คุณจิ้งจอกมายืนตรงหน้าฉันแล้ว เราจึงได้สนทนากันและคุณเขาไม่ลืมรีบถามไถ่ถึงอาการฉันก่อนเลย
"ฮ่า ๆ วันนั้นฉันแค่ปวดหัวเพราะดื่มเยอะน่ะค่ะ ไม่ได้เป็นอะไรมากเลยสักนิด" ความจริงไม่จำเป็นต้องไปหาหมอด้วยซ้ำ แต่ฉันอยากได้คำแนะนำและวิธีการดูแลตนเองให้หายเร็ว ๆ และถูกต้องถูกวิธีต่างหาก ไม่อย่างนั้นฉันไม่เสียเวลาไปแน่นอน
"จริงสิ วันนี้คุณว่างไหมสนใจไปดื่มด้วยกันก่อนไหม"
"เวลานี้คุณชวนฉันดื่มแล้วเหรอคะ" นี่มันยังไม่ทันกี่โมงคุณจิ้งจอกชวนฉันไปดื่มเสียแล้ว
"จะได้วัดกันได้ไงว่าใครคอแข็งกว่ากัน"
"น่าเสียดายวันนี้ฉันคงไม่ว่างค่ะ"
"ทำไมล่ะ" คุณจิ้งจอกรีบถามฉันอย่างใส่ใจ
"ฉันต้องเตรียมตัวน่ะ เพราะพรุ่งนี้ฉันคงกลับฝั่งแล้วค่ะ" ฉันพูดเสียงเศร้า อารมณ์ตอนนี้มันกำลังรู้สึกสนุกและปรับตัวเข้ากับความมีสเน่ห์ของเรือได้ ทว่าเวลานั้นเดินเร็วเกินไปในความรู้สึกของฉัน เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ฉันต้องขึ้นฝั่งบอกลาการเดินทางบนเรือของฉันในเที่ยวนี้แล้วล่ะ
"อย่างนั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นสนใจไปเดินสำรวจเรือก่อนกลับไหม" คุณจิ้งจอกยังคงหากิจกรรมอื่นมาเสนอ
"คุณพาฉันไปได้เหรอคะ"
"แน่นอน สนใจไหม"
"สนใจค่ะ"
อะแฮ่ม!
ทันทีที่ฉันตอบตกลงไปแล้ว เสียงกระแอมนั้นดังขึ้นและไม่ใช่ใครพี่สตรอมนั่นเอง เป็นอะไรอีกแล้วนั่นท่าทางอารมณ์ไม่ดีอีกแล้ว
"เอ่อ...พี่สตรอมคะ นี่คุณจิ้งจอกเป็นคนที่ฉันรู้จักบนเรือนี่เองค่ะ" ฉันเอ่ยแนะนำคนมาใหม่ให้พี่สตรอมได้รู้จักด้วย
"สวัสดีครับคุณสตรอม" คุณจิ้งจอกทักทายพี่สตรอมด้วยอารมณ์ดี ต่างจากอีกคนที่เอาแต่นั่งแสดงท่าทางไร้มนุษยสัมพันธ์ที่ดีออกมาเลย จนคุณจิ้งจอกนั้นหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย ยังดีที่เงยหน้ามาพยักหน้ารับรู้ ฉันไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมพี่สตรอมถึงไม่มีคนคุยด้วย เป็นอย่างนี้นี่เอง...
"งั้นเราแยกกันตรงนี้ไหมคะ พี่สตรอมจะได้กลับไปทำงานด้วย" สถานการณ์ตรงนี้มันดูอึมครึมไปหมด ฉันจึงตัดบทด้วยการบอกลาพี่สตรอมเสียเลยดีกว่า
"จะไปไหนต่อเหรอกระต่ายน้อย"
"ว่าจะไปสำรวจเรือต่อน่ะค่ะ แล้วก็คงจะเดินเที่ยวเล่นกับคุณจิ้งจอกอีกนิดหน่อย" แพลนในหัวของฉันมีประมาณนี้ และฉันกำลังคิดว่าตอนนี้ฉันกำลังเสียเวลากับสถานการณ์ตรงนี้โดยเปล่าประโยชน์สุด ๆ ทั้งที่เวลาบนเรือของฉันนั้นเหลือน้อยลงขึ้นทุกวินาที
"ฉันว่าง" ว่างอะไรกันก่อนหน้านี้หน้าของพี่สตรอมแทบติดจอเพราะดูงาน ทำงาน ประชุมงาน รับสายโทรศัพท์ทุกสิบนาทีเลยด้วยซำ้หรือบ่อยกว่านั้นอีก
"ค่ะ ถ้าอย่างนั้นคุณไปพักผ่อนก็ได้ค่ะ"
"ฉันไปด้วยคนสิ"
คำขอร้องของพี่สตรอมทำให้ฉันต้องรีบหันไปมองคุณจิ้งจอกที่ยืนอยู่ข้างกัน เพราะคุณจิ้งจอกเป็นคนคิดกิจกรรมนี้ขึ้นมาและเอ่ยชวนฉัน ดังนั้นฉันไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะให้พี่สตรอมไปด้วยได้หรือไม่
"อะเอ่อ...คุณจิ้งจอกคุณโอเคไหมคะถ้าพี่สตรอมจะขอไปด้วยน่ะ"
"ได้สิ ไปหลายคนสนุกดีแต่ฉันคงดูแลได้แค่เธอนะ" คุณจิ้งจอกหันมาพยักหน้าและตอบฉันด้วยรอยยิ้ม
"ฮ่า ๆ ไม่เป็นไรเลยฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ" ฉันไม่ใช่เด็กน้อยเสียหน่อย ยังไงฉันก็ดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว
"ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเลยดีกว่า" เมื่อทุกอย่างไม่มีอะไรต้องเจรจาเพิ่มเติมแล้ว เราสามคนจึงเริ่มเดินสำรวจเรือกันโดยมีคุณจิ้งจอกเป็นผู้แนะนำ เหมือนกับมีมัคคุเทศก์มาคอยอธิบายเลยว่าแต่ละส่วนของเรือนั้นเป็นอย่างไร มีจุดกำเนิดอย่างไร มีส่วนประกอบอะไรบ้าง และข้อมูลอื่น ๆ อีกมากมาย เราเดินตั้งแต่ท้ายเรือชั้นล่างจนขึ้นมาชั้นบนสุดและจุดหัวของเรือจุดที่เป็นไฮไลท์สำคัญ
"ว้าว~ สวยมากเลย" ฉันมองทะเลสีนำ้เงินเข้มเป็นคลื่นไกลสุดลูกหูลูกตา เห็นเป็นเส้นระหว่างขอบฟ้ากับนำ้ทะเลไกลโพ้นทั้งสองด้าน ลมเย็นพัดเข้าปะทะร่างกายฉันราวกับได้เติมพลังได้จับมือกันกับลงธรรมชาติที่แสนวิเศษนี้ จนทำให้ฉันรู้สึกดีมาก ๆ เหมือนได้ถูกโอบกอดเอาไว้
"ความจริงจุดที่สวยที่สุดคือตรงนี้ต่างหาก" ทว่าจุดที่สวยงามกว่านี้ยังมี เพียงเท่านี้ฉันก็สะพรึงกับความงามของธรรมชาติมากแล้ว แต่กลับมีจุดที่ดูดีมากกว่านี้ขึ้นไปอีกอย่างนั้นเหรอ
"ตรงไหนเหรอคะ คุณพาฉันไปหน่อยสิ" ตัวฉันรีบเอ่ยขอร้องคุณจิ้งจอกให้รีบแนะนำจุดที่สวยที่สุดให้
"ตรงนั้น ระเบียงนั่นน่ะ" เมื่อฉันเห็นจุดที่คุณจิ้งจอกบอกแล้ว จึงรีบวิ่งไปยังระเบียงจุดหัวเรือทันที
"เดี๋ยวก็ล้มหรอก" เสียงของพี่สตรอมดุตามหลังตามมาทันที พร้อมกับคุณเขาทำหน้าบึ้งเดินเข้ามาใกล้ฉันเรื่อย ๆ
"ตรงนี้สวยมากจริงด้วย พี่สตรอมรีบมาดูสิคะ" ฉันกวักมือเรียกให้พี่สตรอมรีบเข้ามายืนดูด้วยกัน ลมตรงนี้เย็นมากแล้วทิวทัศน์รอบตัวนั้นยังดูดีมากเป็นพิเศษด้วย
"อืม...สวยมากจริงด้วย" สวยขนาดที่พี่สตรอมเอ่ยปากชมคิดเอาแล้วกันว่าต้องดีมากขนาดไหนกัน...
"ชอบจังเลยค่ะ เหมือนกำลังโดนโอบกอดโดยนำ้ทะเลอันกว้างใหญ่นี้เลยค่ะ วู้ว" ฉันกางแขนแล้วมองทอดสายตาออกไปไม่สนใจคนทั้งสองที่มายืนขนาบข้างฉันคนละข้างสองข้างฝั่งของฉัน
"ตรงนี้แหละที่ฉันคิดว่าเรือลำนี้สวยมากที่สุด"
"คุณเจ๋งมากเลยค่ะ แล้วคุณรู้ได้ยังไงกันคะว่าตรงนี้สวยมากขนาดนี้" ฉันค่อนข้างแปลกใจ ตรงนี้ไม่มีใครเลยและยังขึ้นมายากอีกด้วย
"เพราะความซนของฉันน่ะ อยากรู้อยากเห็นไปหมดจนได้มาเจอตรงนี้อีกอย่างฉันทำงานบนเรือนี้ด้วย" อ่า...แสดงว่าคุณจิ้งจอกแอบขึ้นมาแน่เลยทำงานบนเรือคงได้ชมวิวทิวทัศน์สวย ๆ แบบนี้ทุกวันเลยสินะดีจัง
เราสามคนยืนอยู่ด้วยกันนานมาก ๆ สองข้างทางขยับผ่านเพราะเรือนั้นลอยลำไปด้านหน้าตามกระแสนำ้เรื่อย ๆ ฝ่าคลื่นนำ้ และลมพัดมากมาย ฉันไม่นึกเลยว่าธรรมชาติที่ถูกสร้างขึ้นมาจะสวยงามได้ขนาดนี้
"ฉันมีงานต้องไปทำน่ะ เราลงกันเถอะ" ไม่นานมากนักคุณจิ้งจอกบอกออกมาทำให้ฉันนั้นหน้าหงอลงด้วยความเสียดาย
"ฉันขออยู่ก่อนได้ไหม คุณลงไปก่อนเลย"
"แต่ว่า..."
"พรุ่งนี้ฉันกลับแล้ว ขอนั่งอยู่ตรงนี้อีกสักพักฉันก็จะลงไปเก็บของแล้ว"
"ไม่ได้หรอก ข้างบนนี้หากมันมืดแล้วอันตรายมากเกินไปฉันปล่อยเธอไว้ไม่ได้หรอก" คุณจิ้งจอกเอ่ยปฏิเสธฉันอย่างจริงจัง
"ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอเอง" พี่สตรอมที่นั่งเงียบอยู่นานบอกกับคุณจิ้งจอกทำให้ตอนนี้บรรยากาศนั้นดูอึมครึมมีเรื่องให้ครุ่นคิดหนัก
"นี่ไงคะ พี่สตรอมอยู่เป็นเพื่อนฉันแล้ว คุณไม่ต้องห่วงหรอกฉันดูแลตัวเองได้"
"แต่ว่า..." ขณะที่คุณจิ้งจอกกำลังจะเอ่ยปฏิเสธอีกรอบ กลับมีสายโทรศัพท์โทรเข้ามาในเครื่องของคุณจิ้งจอกพอดี และดูเหมือนว่าปลายสายกำลังพูดเร่งให้คุณจิ้งจอกรีบไป
"คุณจิ้งจอกไม่ต้องห่วงนะคะ"
"เฮ้อ เอาเป็นว่าตามใจเธอแล้วกัน"
"เย่! ขอบคุณค่ะ" ฉันร้องดีใจออกมาเป็นเด็กน้อยราวกับได้ของเล่น อย่างน้อยโชคดีที่คุณจิ้งจอกติดงานและมีพี่สตรอมคอยอยู่ด้วยไม่อย่างนั้นฉันคงต้องไปจากสถานที่ตรงนี้เสียแล้ว
"ฮ่า ๆ เธอทำตัวเป็นเด็ก ๆ ไปได้ อย่าซนมากล่ะฉันไปแล้ว" สุดท้ายแล้วใบหน้าที่เคยเข้มครึมก่อนหน้านี้ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มสดใสจนฉันรู้สึกดีไปด้วย
"โอเคค่ะ ว่าแต่คุณชื่ออะไรเหรอคะ" เรายังไม่ได้รู้จักชื่อจริง ๆ กันเลย ทั้งที่เราไปด้วยกันและใช้เวลาด้วยกันนานมาก ๆ
"ฉันชื่อทาลา ที่แปลว่าหมาป่าน่ะ" วันนั้นที่คุณทาลาใส่หน้ากากฉันอาจจะเข้าใจผิด ความจริงคุณเขาใส่เป็นหมาป่าต่างหากสินะ
"ชื่อคุณเท่มากเลยค่ะ"
"อืม...ไว้เจอกันนะ"
"โอเคค่ะ ฉันชื่อลิลินนะ ยินดีที่ได้รู้จักคุณทาลาค่ะ"
อย่างน้อยเราก็ได้ทำความรู้จักกัน...
................................................................................................
