บทที่ 14 บท 4.2
ปฏิเสธเสียงแข็งไปแล้วว่าไม่อยากเที่ยว อยากอิ่มเอมกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่เชก็ต้องแพ้ลูกตื๊อของเพื่อนอยู่ดี คราวนี้ไอ้ซันมารูปแบบใหม่ ยิ่งทำให้เชปฏิเสธไม่ได้ อีกฝ่ายไม่ได้เอาพี่โปรดมาล่อเหมือนอย่างทุกที แต่ใช้วิธีการให้พี่เฟิร์นโทรมาชวนเชเอง นั่นทำให้เขาไม่สามารถปฏิเสธได้
การเที่ยวคราวนี้ เราไม่ได้มาร้านประจำเหมือนอย่างทุกที เนื่องจากอยากเปลี่ยนบรรยากาศใหม่ เจอคนใหม่ ๆ บ้าง พี่เฟิร์นจึงชวนมาอ่านนั่งดื่มแถวปิ่นเกล้าแทน
บนโต๊ะ…เชไม่ใช่สายเอ็นเตอร์เทนเพื่อน ไม่ใช่คนหาหัวข้อคุย เขาเงียบที่สุดในโต๊ะ กินเหล้า กินเบียร์ของตัวเอง ฟังคนนั้นคนนี้พูดไปเรื่อย ออกความคิดเห็นบ้างเป็นบางครั้ง เขาไม่เคยเดินไปนั่งโต๊ะอื่น เพราะรู้ว่าตัวเองชวนคุยไม่เก่ง เชเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ตอนหัดเข้าสังคมใหม่ ๆ แต่ถึงอย่างนั้น ทุกครั้งที่มีการรวมตัว เขาก็มักจะถูกชักชวนให้มาด้วยเสมอ
ก่อนเมาเชจะเป็นคนที่เงียบที่สุดในกลุ่ม แต่พอมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกายมากเกินไป เชก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ใคร ๆ ก็บอกว่าเชเมาแล้วยั่ว แต่เขากลับคิดว่าตัวเองไม่ได้ยั่วอย่างที่ถูกกล่าวหา เชก็แค่ชื่นชอบการสกินชิฟมากกว่าปกติเท่านั้น
การสังสรรค์บนโต๊ะเริ่มต้นได้เกือบสองชั่วโมงแล้ว ตั้งแต่มาเชยังไม่เห็นพี่โปรดเลยและเขาก็ไม่คิดจะถามหาอีกฝ่ายจากใคร ๆ ด้วย เชกำลังสับสน...ปกติเวลามาเที่ยว เชมักจะตัวติดกันกับพี่โปรด เขาชอบคุยกับอีกฝ่าย ชอบนั่งข้าง ๆ กัน แต่ตอนนี้เชทั้งอยากเจอหน้าและไม่อยากเจอพี่โปรดในเวลาเดียวกัน
“อ้าว ไหนว่าจะไม่มา”
“ว่างแล้ว ก็เลยแวะมา” นึกถึงได้ไม่เท่าไร อีกฝ่ายก็ปรากฏตัวอย่างกับสั่งได้ ไม่ต้องหันไปมองเชก็รู้ว่าใครมา
เพียงแค่ได้ยินเสียงของอีกฝ่าย เชก็เกิดอาการเกร็งชั่วขณะ ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองตามเสียง ถ้าใครไม่ได้จับตามองดี ๆ ก็คงไม่รู้ว่าเชแอบเกร็ง ตอนได้ยินเสียงพี่โปรด
พี่โปรดทิ้งตัวลงข้างเชอย่างเคยชิน ในขณะที่เชกลับนั่งเกร็ง ไม่หันไปทักทายหรือแม้แต่จะหันไปมองด้วยซ้ำ นับตั้งแต่วันที่เชได้ไปกินข้าวเย็นกับพี่โปรด คุยเรื่องแฟนเก่าที่อยากกลับมาคืนดี เราก็คุยกันน้อยมาก พี่โปรดถามอะไรมา เชก็ตอบสั้น ๆ แล้วไม่มีการถามกลับสักครั้ง
เรื่องพี่หญิง แฟนเก่าที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนจริง ๆ หรือเปล่า ยังเป็นปริศนาจนถึงวันนี้ เชไม่เคยคิดถามความจริงจากพี่โปรดหรือค้นหาความจริงนั้นด้วยตัวเอง เพราะเขาเชื่อว่าไม่ช้าก็เร็วความจริงที่อยากรู้จะปรากฏ
คนอื่น ๆ บนโต๊ะคงไม่รับรู้ถึงบรรยากาศที่อึดอัดนี้ มีแค่เชและซันเท่านั้นที่รับรู้ ไอ้ซันนั่งตรงข้ามกัน อีกฝ่ายกินแอลกอฮอล์ไปแล้วในปริมาณที่มาก ไม่รู้ว่าเมาหรือว่าแค่กรึม ๆ กันแน่ มันสบตาเชอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มพูดอะไรบางอย่างออกมาซึ่งเขาก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะหยิบมาเป็นประเด็นสนทนา
“รู้เปล่า...เดี๋ยวนี้ไอ้เชเสน่ห์แรงนะพี่ มีสาวมาจีบด้วย”
“ใคร ๆ ใครมาหลงน้องเช” พี่คนหนึ่งบนโต๊ะถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“ชื่อมะปราง ๆ ปีหนึ่ง” พอได้จังหวะ มีคนสนใจปุ๊บ ไอ้ซันที่เปิดประเด็นขึ้นก็รีบฟ้องยกใหญ่
“เฮ้อ...ก็ไปเชื่อมัน น้องเขาแค่เอาขนมจีบมาฝากเอง บ้านน้องขาย” เชอธิบายพร้อมถอนหายใจออกมา แต่ทว่าไอ้ซันก็ไม่ยอมเช่นเดียวกัน
“มันอ่อนหัดอะพี่ ไม่รู้ว่ามีหญิงมาจีบตัวเอง เอาขนมจีบมาฝากเหี้ยไร กล่องใหญ่ฉิบหาย กินทั้งหมู่บ้านก็ไม่หมด”
“ถ้ามึงเมาแล้วก็หุบปากไปเลย ไอ้เพื่อนเวร” เชพูด พร้อมชี้หน้าซันอย่างคาดโทษ
“อ้าว…เชไม่ได้คุยกับไอ้โปรดอยู่เหรอ เห็นวันนั้นไอ้โปรดบอกว่าไปกินข้าวกับเช”
“ค—คุยอะไรล่ะพี่ กินข้าวกันตามประสาพี่น้องไม่ได้หรือไง” ไม่ต้องถึงมือพี่โปรด เชก็รีบปฏิเสธทุกคนทันที ก่อนจะหันไปขอความร่วมมือจากคนข้างกาย
“เนอะ พี่โปรดเนอะ”
“....” แต่พี่โปรดกลับไม่ให้ความร่วมมือ
เพียงเท่านั้นความเงียบก็บังเกิดขึ้นบนโต๊ะ มันอึดอัดจนเชอยากจะร้องไห้ ก่อนที่พี่เฟิร์นที่เป็นสายเอ็นเตอร์เทนจะรีบแก้สถานการณ์ทันที
“เออ! กูมีเรื่องเหี้ย ๆ ในบริษัทจะเล่าให้ฟัง...”
เชได้แต่ขอบคุณพี่เฟิร์นในใจเป็นพันครั้ง ถ้าไม่ได้อีกฝ่ายเป็นคนกู้สถานการณ์เอาไว้ เบี่ยงเบนความสนใจของคนบนโต๊ะไปคุยเรื่องอื่น เชต้องแย่กว่านี้แน่ หลังทุกคนไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องของเชและพี่โปรดอีกแล้ว เขาจึงตั้งท่าลุกขึ้น เตรียมไปเข้าห้องน้ำเพื่อตั้งสติ
“จะไปไหนอะ” ทันทีเชลุก พี่โปรดก็ลุกขึ้นตาม อีกฝ่ายเอ่ยถามและพร้อมตั้งท่าจะเดินตามเช
“เชไปเข้าห้องน้ำครับ”
“โอเค”
“พี่โปรดไม่ต้องตามมาก็ได้ เชไปคนเดียวได้” เขารีบปฏิเสธ เมื่อพี่โปรดตั้งท่าจะเดินตามมาจริง ๆ
“เดินไป” พี่โปรดว่าเสียงเข้ม พร้อมกับดันหลังเชให้เดินไปข้างหน้า นั่นทำให้เขาไม่มีทางเลือก ต้องเดินนำอีกฝ่ายไปยังห้องน้ำ
