บทที่ 15 บท 4.3
ตอนนี้ในหัวของเชมีแต่คำว่า’ฉิบหายแล้ว’ดังขึ้นซ้ำ ๆ หากเขารู้สักนิดว่าพี่โปรดจะตามมาด้วย เชก็คงไม่บอกว่าจะมาเข้าห้องน้ำ เขาคงนั่งเฝ้าโต๊ะอยู่อย่างนั้น แต่ใครจะคิดกันว่าอีกฝ่ายจะตามมา ร้อยวันพันปีเวลามาเที่ยว พี่โปรดไม่เคยตามไปเฝ้าที่ห้องน้ำด้วยซ้ำ...นี่เป็นครั้งแรก
“เดินไปดิ” เพียงแค่หมุนตัวหันกลับไป ยังไม่ทันได้พูดอะไร พี่โปรดก็พูดดักขึ้นมาเสียก่อน นั่นทำให้เชต้องหมุนตัวกลับ เดินตรงไปยังห้องน้ำอย่างไม่มีทางเลือก หลังดูท่าแล้วพี่โปรดก็คงไม่ยอมเดินกลับไปที่โต๊ะ
ภายในห้องน้ำชายค่อนข้างที่จะเงียบ ไม่ต้องต่อคิวรอเข้าห้องน้ำเหมือนฝั่งผู้หญิง เพราะไม่มีการทำผม เติมหน้า อย่างมากก็แค่ทาลิปมัน เซ็ตผมใหม่ แต่ส่วนใหญ่ต่างฝ่ายต่างรีบทำธุระส่วนตัวแล้วก็รีบกลับโต๊ะ
“เดี๋ยวรออยู่นี่” เมื่อเราเข้ามาถึงห้องน้ำ พี่โปรดที่เดินตามหลังกันมาติด ๆ ก็พูดขึ้นอีกครั้ง
“...”
“ทำไมไม่ใช้โถอะ” อีกฝ่ายเอ่ยถาม เมื่อเชเดินเข้าห้องน้ำที่มีชักโครก คราวนี้เขาไม่ได้ตอบคำถามพี่โปรด แต่ปิดประตูเสียงดังปังแทน
เมื่อเข้ามาภายในห้องน้ำ เชก็ไม่รอช้ารีบปิดฝาชักโครกแล้วนั่งลงเพื่อสงบสติอารมณ์ตัวเอง เชทำเป็นมาห้องน้ำ จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้ปวดหนักหรือเบาอะไร ก็แค่อยากเดินมาสงบสติอารมณ์เฉย ๆ
แต่อย่างที่บอก...เขาไม่คิดว่าพี่โปรดจะเดินตามมา
ภายในห้องน้ำเงียบสงบ เชรู้ว่าพี่โปรดยังรออยู่ที่เดิม อีกฝ่ายยืนรอเชอย่างเงียบ ๆ ไม่มีใครเข้ามาในห้องน้ำและไม่มีบทสนทนาเกิดขึ้นระหว่างเรา
มันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง...ปกติเวลามาเที่ยว เชจะชื่นชอบเวลาอยู่กับพี่โปรดมากที่สุด เขารู้สึกสบายใจ แต่ตอนนี้ทำไมระหว่างเรามันถึงอึดอัดเสียจนเชไม่อยากยืนอยู่ใกล้ ๆ อีกฝ่ายได้
เมื่อเชทำใจไว้แล้วว่าคืนนี้คงหลีกหนีพี่โปรดไม่ได้แน่ เขาจึงรวบรวมความกล้า เปิดประตูห้องน้ำออกไปเผชิญหน้ากับรุ่นพี่ร่วมคณะ ซึ่งพี่โปรดเองก็กำลังยืนพิงอ่างล้างมือ อีกฝ่ายยืนกอดอก มองมาที่เชด้วยสายตาที่ยากเดา
“ทำไมพี่โปรดจ้องหน้าเชอย่างนั้นล่ะครับ” เชเอ่ยถามอีกฝ่าย
“มองไม่ได้หรือไง”
“...”
“ถ้าทำเสร็จธุระในห้องน้ำเสร็จแล้ว ก็เดินตามพี่ออกมานี่” หลังพูดจบพี่โปรดก็เดินนำออกจากห้องน้ำไป ทิ้งให้คนข้างหลังอย่างเชถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
พี่โปรดไม่พอใจเรื่องอะไรกันแน่? คำถามนี้เชได้แต่ถามตัวเอง ขณะที่เท้าของเขาก็กำลังเดินตามรุ่นพี่ร่วมคณะขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าของร้าน
“พี่โปรด...”
“เอาหน่อยไหม สูบเป็นเพื่อนกัน” ยังไม่ทันได้พูดอะไร อีกฝ่ายก็ชิ่งพูดขึ้นมาก่อน พี่โปรดไม่พูดเปล่าแต่อีกฝ่ายยังยื่นซองบุหรี่ยี่ห้อ Vergenia Slim มาให้เชอีกด้วย แต่เขาส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่เอาครับ ไม่สูบ” เชปฏิเสธ ก่อนจะเดินไปยืนข้าง ๆ พี่โปรด หันหน้าไปทางเดียวกัน ปล่อยให้ลมตีเข้าหน้าของเราทั้งคู่ ไม่มีบทสนทนเกิดขึ้นระหว่างเรา เราแค่กำลังยืนมองวิสัยทัศน์ของกรุงเทพมหานครฯ ในยามค่ำคืนด้วยกันเท่านั้น
“ถ้าจำไม่ผิด ไอ้ซันบอกว่าเราเคยสูบ” นานนับนาทีกว่าพี่โปรดจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้น
“ครับ ก็เคยลอง แต่ไม่ติด”
“ทำไม?”
“ก็ไม่ชอบไงครับ เลยไม่ติด” เขาให้คำตอบไปตามตรง
เชเคยลองสูบบุหรี่ตอนเข้าปีหนึ่งใหม่ ๆ ตามประสาวัยที่พ้นชั้นมัธยมมาหมาด ๆ อยากรู้อยากลองไปเสียหมด แต่พอลองแล้วไม่โอเค ไม่ชอบ เชก็เลยหยุดสูบ มันก็แค่นั้น
เมื่อพี่โปรดได้ยินเช่นนั้นก็เงียบไปครู่หนึ่ง อีกฝ่ายมองบุหรี่ที่เจ้าตัวคีบเอาไว้อย่างใช้ความคิด ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง
“แล้วพี่สูบได้ไหม?”
“ครับ?”
“ก็เขาบอกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่จะเหม็นกลิ่นบุหรี่มากกว่าคนที่สูบเป็นประจำ แล้วพี่อยากคุยกับเช แต่อยากสูบบุหรี่ด้วยเหมือนกัน”
“พี่โปรดอยากสูบก็สูบสิครับ เชไม่ไปไหนหรอก” เชว่าพร้อมกับรอยยิ้มเล็กน้อย ก่อนรอยยิ้มนั้นจะจางหายไปในที่สุด
เมื่อเชว่าเช่นนั้นพี่โปรดก็ไม่รอช้า อีกฝ่ายคว้าไฟแช็กออกมา จุดไฟที่ปลายบุหรี่ของเจ้าตัว ก่อนจะยกมันขึ้นมา ออกแรงสูบเบา ๆ แล้วคีบเอาไว้อย่างนั้น
สายตาของพี่โปรดมองไปข้างหน้าอย่างคนใช้ความคิด เส้นผมของเจ้าตัวพลิ้วไหวไปตามแรงลมที่กำลังพัดผ่านตัวเราไป ส่วนเชก็มองควันบุหรี่ลอยละล่องไปตามลมอย่างเงียบ ๆ ความเงียบเข้าปกคลุมเราอีกครั้ง แต่ความอึดอัดไม่ได้มีมากมายเหมือนตอนอยู่ในห้องน้ำ
ภาพที่พี่โปรดกำลังสูบบุหรี่ คีบมันไว้อย่างชิล ๆ ทำให้เชรู้สึกว่าเรากำลังอยู่ในหนังรักสักเรื่อง แม้สิ่งที่อีกฝ่ายกำลังทำ มันคือการทำร้ายร่างกายตัวเอง แต่ก็ไม่ปฏิเสธไม่ได้มันดูดีและเท่มาก
“พี่โปรดสูบบุหรี่บ่อยไหมครับ” คราวนี้เป็นเชบ้างที่เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนี้
“ไม่บ่อย...พี่ไม่ชอบให้กลิ่นมันติดตัว ติดเสื้อผ้า เลยสูบแค่เฉพาะตอนเที่ยวกับตอนที่มีเรื่องเครียดมาก ๆ เท่านั้น” ว่าจบอีกฝ่ายก็ยกบุหรี่ขึ้นมาสูบอีกครั้ง
“แล้วตอนนี้?”
“ก็ทั้งคู่”
“...”
“ว่าแต่เราเถอะ เรื่องน้องขนมจีบนี่?”
“พี่โปรดก็เชื่ออย่างนั้นจริง ๆ เหรอครับ?”
“ไม่ได้เชื่อไอ้ซัน เชตอบว่ายังไงพี่ก็เชื่ออย่างนั้น แต่อยากฟังเชอธิบาย รุ่นน้องคนนั้นคือใคร” ริมฝีปากของพี่โปรดคลี่ยิ้มขณะที่กำลังถามไปด้วย เหมือนจะไม่ได้จริงจังมาก เหมือนถามสารทุกข์สุกดิบไปเรื่อย แค่เชกลับรับรู้ได้ถึงความจริงจังในน้ำเสียงนั้น
ซึ่งบางทีเขาอาจคิดไปเอง…
“ก็ไม่อะไรครับ รุ่นน้องในคณะ แต่อยู่คนละสาขา”
“…”
“น้องทักมาถามเรื่องเกมเลยได้คุยกัน แล้วเขาก็เอาขนมจีบมาฝาก เพราะบ้านเขาขาย”
“แค่นั้นเหรอ?”
“ก็แค่นั้นแหละครับ ถ้าพี่โปรดจะให้เชเล่าอีก เชก็ไม่มีอะไรจะเล่าแล้ว นอกจากจะเอาแชตตัวเองกับน้องมะปรางให้พี่โปรดดู” เชว่าอย่างติดตลก
“งั้นก็เอามาสิ อยากอ่านเหมือนกัน”
“...” คราวนี้เชเงียบ
“ล้อเล่น”
