บทที่ 17 บท 5.1

            หลังจากที่เราถอนจูบออก ต่างฝ่ายต่างก็ทำตัวไม่ถูกชั่วขณะ เราสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ  พอได้นึกถึงเหตุการณ์ในอดีต เชก็หลุดขำออกมาอีกระลอก เราเคยยืนกอดกันกลางผับ กลางร้านเหล้ามานับครั้งไม่ถ้วน พอได้ใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม กลายเป็นว่าต่างฝ่ายต่างทำตัวไม่ถูก

            เมื่อไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่บนชั้นดาดฟ้าแล้ว เราทั้งคู่จึงเดินจับมือกันกลับเข้าไปในร้าน ตอนนี้เหตุการณ์เมื่อครู่ผ่านไปได้เกือบสิบนาทีแล้ว เชก็ยังใจเต้นแรงอยู่ มันเป็นความทรงจำที่ดี สำหรับเช...มันเป็นจูบที่ดีที่สุด

            เพราะได้จูบกับคนที่ตัวเองชอบ...

            เรื่องจูบกับพี่โปรด มันเป็นความลับหรือเปล่า เชก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ ๆ เขาคงไม่เล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนสนิทฟัง เพราะรู้ว่าตัวเองจะโดนดุซึ่งเชก็ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว

            เพราะเป็นเพื่อนสนิทกับไอ้ซันมาเป็นปี เชรู้ด้วยว่าถ้าหากอีกฝ่ายรู้จะบ่นว่าอะไร มันก็คงหนีไม่พ้นบอกว่าเช ให้จูบกับพี่โปรดง่ายเกินไป ซึ่งเรื่องนี้เชเองก็แอบคิดเหมือนกัน แต่จะให้เขาปฏิเสธจูบจากคนที่ตัวเองชอบ มันก็เป็นเรื่องยากเกินไป ถ้าหากซันยืนอยู่ที่เดียวกับเชยืนตอนนี้ ไม่แน่...อีกฝ่ายก็อาจทำเหมือนกัน

            เมื่อเราเดินกลับมาที่โต๊ะก็มีรุ่นพี่คนอื่น ๆ นั่งอยู่ประมาณสองสามคน ส่วนเพื่อนเชและรุ่นพี่คนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไป บ้างก็ไปขอแจมกับโต๊ะอื่น บ้างก็ไปยืนอยู่หน้าเวที เพราะวันนี้มีศิลปินมาเล่นดนตรีสดให้ฟัง

            เรากลับมานั่งเฝ้าโต๊ะเหมือนอย่างทุกที เชทิ้งตัวลงนั่งข้างพี่โปรด อีกฝ่ายยังคงจับมือเขาเอาไว้ อันที่จริงพี่โปรดจับมือเชมาตั้งแต่อยู่บนชั้นดาดฟ้าแล้ว อีกฝ่ายเคยผละออกไปรอบหนึ่ง แต่ก็กลับมาจับซ้ำอยู่ดี       

            เราปล่อยให้ความเงียบเริ่มก่อตัวระหว่างเราอีกครั้ง เสียงดนตรีไม่ได้ถูกให้ความสนใจเท่าที่ควร ขณะที่นั่งข้างกัน จับมือกันอยู่ พี่โปรดก็เล่นนิ้วเชไปเรื่อย อีกฝ่ายเดี๋ยวก็ลูบ เดี๋ยวก็งอนิ้วให้อย่างคนไม่มีอะไรทำ มันไม่ได้ทำเชเจ็บ ตรงข้ามกัน มันกลับทำให้เชรู้สึกจั๊กจี้

            ฝั่งเชเองพอเห็นว่าพี่โปรดกำลังเพลิดเพลินกับการเล่นมือของเขา ก็ได้แต่นั่งเงียบ มองอีกฝ่ายเล่นมือตัวเองทั้งรอยยิ้ม

            “พี่เล่นมือเชเพลินขนาดนี้ ไม่คิดจะห้ามกันเลยหรือไง” พี่โปรดพูดขณะที่ยังเล่นมือเชไม่หยุด

            “ก็เห็นว่ากำลังเล่นเพลินไงครับเลยไม่ห้าม”

            เชอยากเป็นคนที่คุยเก่งกว่านี้ เขาอยากเป็นฝ่ายชวนพี่โปรดคุยบ้าง แต่ก็ไม่รู้จะชวนคุยเรื่องอะไร สุดท้ายเราจึงเงียบกันอยู่อย่างนั้น เชคิดว่าตอนนี้มือทั้งสองข้างของเขา กำลังถูกใช้งานอย่างคุ้มค่า เพราะมือข้างหนึ่งก็ตักกับแกล้มกินเล่น มืออีกข้างก็ถูกพี่โปรดกุมไว้

            “วันนี้พี่โปรดดื่มเยอะจังครับ” เชท้วง หลังเห็นอีกคนยกแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นดื่มอีกครั้ง

            มันเป็นแก้วที่เท่าไรไม่รู้…นับตั้งแต่เรากลับมานั่งที่โต๊ะพี่โปรดก็ดื่มไม่หยุด ดูท่าทางอีกฝ่ายก็ไม่ได้เครียดอะไร แต่ไม่รู้ทำไมถึงดื่มเยอะนัก หากพี่โปรดมากับเพื่อน เชคงไม่ก้าวก่ายเรื่องนี้ แต่วันนี้อีกฝ่ายขับรถมา เขาจึงอดเป็นห่วงไม่ได้

            “เป็นห่วงเหรอ?”

            “ต้องห่วงสิครับ” เชพูด ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะรุ่นน้อง คนที่แอบชอบ คนที่พยายามจะตัดใจหรือคนที่เจอกันเฉพาะตอนเที่ยว ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน เชก็เป็นห่วงทั้งนั้น

            “...”

            “ถ้าเมาแล้วเชไม่ให้ขับรถนะ มันอันตราย เสี่ยงทั้งจะเจอตำรวจแล้วก็อุบัติเหตุด้วย” เชว่า เขาไม่ยอมแน่ ๆ หากคืนนี้อีกฝ่ายจะขับรถกลับ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งซัดแอลกอฮอล์เข้าไปเยอะขนาดนั้น

            “แล้วนี่เป็นอะไรครับ” เมื่อพี่โปรดหยุดพฤติกรรมยกดื่ม ๆ แล้ว เชจึงเอ่ยถามอีกฝ่าย

            “ไม่รู้ดิ อยากเมามั้ง” พี่โปรดว่าพร้อมหัวเราะในลำคอเล็กน้อยและเพราะอีกฝ่ายหัวเราะนี่แหละ เชจึงไม่เชื่อในคำตอบเท่าไรนัก

            “มันต้องไม่ใช่เหตุผลนี้สิครับ..”

            “งั้นเอาเหตุผลนี้แล้วกัน...เชเคยบอกว่าไม่ใช่เหรอว่าอยากเห็นตอนพี่เมา นี่ไงกำลังทำให้ดู”

            ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหน เชไม่เคยมองพี่โปรดออกเลย พี่โปรดไม่เคยบอกว่าแท้ที่จริงแล้วเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่ ต้องเป็นเชทุกครั้งที่คาดเดาว่าพี่โปรดอาจคิดอย่างนั้น พี่โปรดอาจคิดอย่างนี้ หากว่ากันตามจริงช่วงวัยเราห่างกันไม่กี่ปีเอง แต่ไม่รู้ทำไมเขาไม่เคยวิ่งตามความคิดพี่โปรดทันสักครั้ง

            “งั้นถ้าพี่ไม่ไหว พี่ขอไปนอนห้องเราได้ไหม”

            “ได้ครับ ถ้าพี่โปรดไม่ไหวก็ไปค้างห้องเชก่อนก็ได้ หายเมาแล้วค่อยกลับ” เชรับปาก

            “แล้วนี่เชไม่ดื่มเหรอ”

            “ไม่เอาอะ ถ้าพี่โปรดดื่มหนัก เชก็จะไม่ดื่ม”

            “...”

            “เดี๋ยวกลับไม่ไหวทั้งคู่”  

            พอเชอนุญาติให้พี่โปรดไปนอนค้างห้องได้ คำว่า ‘ลิมิต’ ก็ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมอีกฝ่ายอีกต่อไป เขาเพิ่งรู้ว่าเวลาพี่โปรดมาเที่ยวแต่ละครั้ง อีกฝ่ายต้องยับยั้งตัวเองแค่ไหน อยากดื่มแอลกอฮอล์มาก ๆ มีเรื่องเครียดยังไง ก็ต้องดื่มในปริมาณที่น้อย เพื่อที่ตัวเองจะได้ขับกลับรถกลับไหว

            ตอนนี้พี่โปรดกำลังทำให้เชเห็นว่าเวลาที่เจ้าตัวเที่ยวมันเป็นอย่างไร ดูเหมือนการรวมตัวกันครั้งนี้ เชจะแตะแอลกอฮอล์น้อยที่สุดในกลุ่ม เพราะเขารับปากพี่โปรดไปแล้ว เชจึงได้แต่นั่งมองอีกฝ่ายดื่มแอลกอฮอล์ แก้วที่เท่าไร...เชก็ขี้เกียจนับแล้ว แค่เห็นพี่โปรดยิ้ม อยากดื่มเท่าที่ตัวเองต้องการ เชคิดว่ามันก็คุ้มแล้ว หากคืนนี้เขาต้องเป็นฝ่ายแบกพี่โปรดกลับห้อง

            ดูแลตามประสารุ่นน้องที่ดี...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป