บทที่ 8 บท 3.1
คำพูดของซัน เชเอากลับมาคิดไม่ใช่ไม่คิด….
หลังกลับมาถึงห้อง แทนที่เชจะได้นอนหลับอย่างที่ใจคิด กลับกลายเป็นว่าในหัวของเขา มีแต่เรื่องของพี่โปรดอยู่เต็มไปหมด คำพูดของซันยังคงแล่นวนอยู่ในหัว จนเชต้องย้อนถามตัวเองอีกครั้งว่าเขาคิดดีแล้วหรือยังที่รู้สึกแบบนั้นกับพี่โปรด
ชอบไปก็เท่านั้น มีความเสี่ยงว่าจะผิดหวังก็สูง แต่เชก็ยังชอบอยู่ดี ความรู้สึกมันเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เชคิดไปอีกทาง แต่ความรู้สึกกลับสวนทางกัน เขารู้ดีว่าการชอบพี่โปรด มันอาจต้องผิดหวังมากกว่าสมหวัง แต่จะให้ทำยังไงได้ ในเมื่อคนมีรู้สึกไปแล้ว
เชรู้ดีว่าการที่ซันพูดแบบนั้น เพราะความหวังดีล้วน ๆ เพื่อนคงไม่อยากให้เขาเจ็บ เชก็เข้าใจได้ เพราะพี่โปรดเองก็ไม่ใช่เล่น ๆ ใคร ๆ ต่างบอกว่าพี่โปรดใจร้ายกันทั้งนั้น
เชได้ยินชื่อพี่โปรดมานาน กิตติศัพท์ของพี่โปรด เขาได้ยินตั้งแต่ยังไม่ทันได้เห็นหน้า แต่พอได้มีโอกาสรู้จักจริง ๆ เชกลับไม่คิดเหมือนอย่างคนอื่น
ความจริงพี่โปรดไม่ได้ใจร้ายเลย อีกฝ่ายก็แค่ใจดีเกินไป จนทำให้คนรอบตัวมักหลงคิดไปเองว่าพี่โปรดมีใจให้ ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวไม่ได้คิดอะไรเลย พี่โปรดก็แค่ใจดี ตามอุปนิสัยของเขา
“คนละสังคมเลยว่ะ” เชพึมพำ ขณะที่เขากำลังนอนไถหน้าจอโทรศัพท์ไปเรื่อย ๆ พอลบโพสต์ทุกอย่างที่สื่อถึงพี่โปรดออกหมดแล้ว เชก็กดรับคำขอของอีกฝ่าย
เมื่อเราเป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊กแล้ว เขาก็ไม่รอช้ารีบกดเข้าไปในหน้าโปรโฟล์ของพี่โปรด ดูความเคลื่อนไหว ดูทุกโพสต์ของพี่เขา ไม่ใช่แค่เฝ้าดูแค่โพสต์สาธารณะเหมือนอย่างทุกที
เราเรียนมหา’ลัยเดียวกัน เรียนอยู่คณะเดียวกัน แต่ในโลกออนไลน์ของพี่โปรด เชกลับรู้สึกว่ามันอยู่คนละสังคม พี่โปรดไม่ใช่สายโพสต์สเตตัส บ่นทุกเรื่องบนโลกออนไลน์ ส่วนใหญ่อีกฝ่ายจะลงรูปไปเที่ยว เที่ยวต่างประเทศ เที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อน กับครอบครัวหรือไม่ก็ลงรูปงานที่เคยรับถ่ายแบบเอาไว้
เพื่อนในเฟซบุ๊กของพี่โปรดมีไม่มากนัก จำนวนยอดไลก์รูปของอีกฝ่ายมีเยอะกว่าเพื่อนในเฟซฯ ดูเหมือนพี่โปรดจะไม่ใช่คนรับแอดฯไปทั่ว เพื่อนที่มีร่วมกันส่วนใหญ่มีแต่คนในคณะที่คุ้นตาคุ้นตากันทั้งนั้น ไม่ก็เป็นผู้ใหญ่ที่เชไม่รู้จักและผู้หญิงสวย ๆ ถ้าไม่อยู่ต่างมหา’ลัย ก็อยู่ต่างคณะกัน
หลังจากวันนั้นเชก็พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองโดยการอ่านหนังสือมากขึ้น เขาอ่านทั้งการ์ตูนและชีตเรียน เนื่องจากใกล้จะสอบแล้ว วันไหนขี้เกียจหน่อยก็นอนดูซีรีส์ เขาทำกิจกรรมทุกอย่างที่จะทำให้ตัวเองเลิกหมกหมุ่นเรื่องพี่โปรด
โชคดีที่ไอ้ซันไม่ได้ชวนเที่ยวอีกแล้ว เพราะอีกฝ่ายได้ให้คำสัญญาเอาไว้ว่าการเที่ยวครั้งล่าสุดจะเป็นครั้งสุดท้าย หลังสอบเราค่อยว่ากันอีกที โชคดีที่พี่โปรดเองก็ไม่ได้ทักมา ทำให้เชไม่ต้องมาว้าวุ่นอะไร เขาพยายามทำกิจกรรม อยู่กับตัวเองให้มาก ๆ เพื่อที่จะได้คิดเรื่องของพี่โปรดน้อยลง
เชพยายามตัดใจ ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม….
“จะกลับห้องตอนไหนอะ”
“สักพักแหละ อาจจะเที่ยงคืนไม่ก็ตีหนึ่ง….”
“แต่นี่มันสี่ทุ่มแล้วนะ มึงไม่หิวหรือไง”
“ไม่เท่าไร ตอนเย็นเพิ่งกินไป เดี๋ยวอ่านอีกสักชั่วโมงคงเดินไปเซเว่นอะ”
“แล้วมึงอยู่คนเดียวได้ใช่ป่ะเนี่ย”
“ได้ดิ คนอื่นก็อยู่กันเยอะแยะ”
“โอเค งั้นกูไปก่อนนะ ไม่ไหวว่ะ ง่วง”
“เออ ๆ เจอกันพรุ่งนี้” เชเอ่ยลาเพื่อนพอเป็นพิธี ก่อนที่เขาจะกลับมาให้ความสนใจกับหน้าหนังสือต่อ
วันนี้เขากับซันเรามานั่งอ่านหนังสือด้วยกันที่ห้องสมุดประจำมหา’ลัย เนื่องจากช่วงนี้เริ่มจะใกล้สอบแล้ว ทางมหา’ลัยจึงมีนโยบายเปิดให้บริการห้องสมุดแบบยี่สิบสี่ชั่วโมง เพื่อให้นักศึกษามานั่งอ่าน นั่งติวหนังสือกันฟรี ๆ
เพราะเชอยากทำคะแนนให้ดีกว่าที่เคย ทำให้การเตรียมตัวก่อนสอบครั้งนี้ เขามุ่งมั่นเป็นพิเศษ ในช่วงปีหนึ่ง เชเองก็ไม่ได้ตั้งใจเรียนเท่าที่ควร พอเจอสังคมใหม่ ๆ เจอเพื่อนใหม่ ๆ ความสนใจทางด้านการเรียนมันก็ลดลง ส่งผลให้ผลการเรียนมันไม่ค่อยน่าภูมิใจเท่าไรนัก ถึงพ่อแม่จะบอกว่าดีแล้ว พวกท่านพอใจแล้ว แต่สำหรับเช เขากลับคิดว่ามันยังไม่ดีพอที่จะภูมิใจ
