บทที่ 3 หนุ่มเอวไว

“ว้าวว..อุบัติเหตุซะด้วย นายคงไม่เจอรักแรกพบใช่มั้ยพอล” สตีเว่นพูดหยอกเย้าเพื่อนรักที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เกรดสิบจนกระทั่งจบปริญญาโทและเป็นเพื่อนคนไทยที่เขาสนิทและรักกันเหมือนพี่น้องและเข้าออกบ้านของเขาเหมือนบ้านตัวเอง

“พูดมากน่าสตีฟ ฉันแค่คิดไม่ถึงว่าเธอจะมาทำงานที่นี่ ขอดูประวัติหน่อยได้มั้ยอยากรู้ว่าจบอะไรมาถึงได้มาทำงานฝ่ายการตลาดได้” หัสดินถามสตีเว่นที่นั่งตำแหน่งรองประธานบริษัทและยังเป็นทายาทคนที่สามของตระกูลดังที่มีธุรกิจมากมายและเพื่อนของเขาได้มาดูแลบริหารงานบริษัทนี้ที่ดูแลห้างสรรพสินค้าทุกแห่งของบริษัททั้งลอสแอนเจลีสและลาสเวกัส

“อะไรยังไงกันแน่วะพอล นี่ถึงขนาดขอดูประวัติเลยเหรอ” สตีเว่นยังแซวเพื่อนไม่เลิกเพราะหัสดินไม่สนใจผู้หญิงไปมากกว่าเซ็กส์

“ฉันแค่อยากรู้ว่าพนักงานใหม่ของนายมีประวัติความเป็นมายังไงและจบอะไรมาเท่านั้น คิดมากไปได้” หัสดินว่าเพื่อนที่พูดแซวหยอกเย้าเขา

“โอเคๆ นายได้สิทธิ์นั้นเลยเพื่อน” สตีเว่นตอบเพื่อนแล้วตบไหล่เบาๆ 

จากนั้นสองหนุ่มก็คุยเรื่องงานแล้วหัสดินก็ต้องมอบหมายงานของเขาให้กับผู้บริหารคนใหม่ที่จะมารับผิดชอบงานต่อจากเขาหลังลาออกจากบริษัทเพื่อกลับไปทำงานที่เมืองไทย

เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์

หลังจากที่หัสดินดูข้อมูลประวัติของลันลนาแล้วก็เห็นว่าเธอเป็นเด็กกรุงเทพแต่มาเรียนที่นี่จนจบปริญญาตรีสาขาการบริหารระหว่างประเทศและปริญญาโทสาขาการตลาดและผลการเรียนเรียกเก่งมากและยังมีประวัติการทำงานพาร์ทไทม์ของเธอหลายที่และตรงกับที่เรียนมาทำให้เธอมีประสบการแม้จะเป็นบริษัทเล็กๆ เขาจึงให้เธอวางแผนงานการตลาดร่วมกับทีมของแผนกการตลาดโดยมีเขาคอยดูแลทุกขั้นตอนการทำงานเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด

“ตู้ดด..” เสียงโทรศัพท์ของหัสดินดังขึ้นขณะที่เขากำลังคิดแผนงานของพนักงานใหม่และมองจุดบกพร่องเพื่อให้เธอเอาไปแก้ไข

“สวัสดีครับแม่ ทำไมนอนดึกจังเลยครับ” ชายหนุ่มทักทายแม่ที่โทรมาหาเขาก่อนจะดูเวลาตอนนี้ในอเมริกาสิบนาฬิกาส่วนเมืองไทยก็เที่ยงคืนต่างกันสิบสี่ชั่วโมง

“แม่นอนไม่หลับน่ะสิลูก แม่คิดถึงโปรดมากเลยเมื่อไหร่จะกลับบ้านเราล่ะลูก” วรชาพูดกับลูกชายด้วยความคิดถึงและอยากถามลูกชายให้สามีด้วย

“อีกไม่กี่เดือนแล้วครับแม่” 

“เฮ้อ แม่อยากให้โปรดมาเร็วๆจังเลยลูก”

“ทำไมครับ” 

“ลูกจะได้ไปช่วยงานคุณพ่อที่บริษัทไงจ๊ะ” วรชาพูดเสียงอ่อนหวานกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอหากไม่มีหัสดินเธอคงไม่ได้อยู่ดีสบายมีหบ้านหลังใหญ่มีรถให้ขับมีหน้าที่การงานที่ดีและมีเงินใช้ไม่ขาดมือและตอนนี้เธออยากให้ลูกชายมีวสิทธิ์ในทรัพย์สินหมื่นล้านของสามีก่อนที่เมียหลวงจะฮุบเอาไปหมดและเธอได้ข่าวมาว่าผลิตาวางแผนให้หลานสาวเข้ามาทำงานช่วยตัวเอง

“ผมจะช่วยอะไรคุณเต้ได้ล่ะครับ” เมื่อก่อนเขาไม่รู้ว่าแม่ทำอะไรแต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าแม่ยอมเป็นเมียรองเพราะความสุขสบายและเขาเองก็เป็นเครื่องมือของแม่ที่ใช้ต่อรองกับพ่อเพราะพ่อกับเมียแต่งไม่มีลูกด้วยกัน

“คุณเต้อะไรกันล่ะลูก นั่นพ่อของลูกนะ” วรชาพูดกับลูกชายและที่เธอทำก็เพื่อความสุขสบายของครอบครัว

“ผมก็เรียกแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วผมก็จะเรียกแบบนี้ต่อไปครับ” 

“โปรด..”

“แม่มีอะไรอีกมั้ยครับ ผมต้องทำงานแล้วครับ”

“ไม่มีแล้วจ้ะ โปรดทำงานเถอะแล้วจะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่ก็บอกแม่ด้วยนะลูก” 

“ครับแม่ สวัสดีครับ” หัสดินพูดกับแม้แล้วก็วางสายแล้วถอนหายใจเพราะเขาอยากสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเองไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของพ่อผู้ให้กำเนิด

จากนั้นก็เรียกผู้จัดการฝ่ายการตลาดมาคุยและวางแผนงานให้เพื่อจะได้ช่วยกันคิดช่วยกันทำและะเรื่องธุรกิจจะช้าไม่ได้เพราะเวลาเป็นเงินเป็นทองแล้วหลังจากเลีฟกงานเขาก็ไปสังสรรค์กับเพื่อนตามปกติ

“นายจะกลับเมืองไทยจริงเหรอพอล” โอลีฟเวอร์ลูกพี่ลูกน้องของสตีเว่นถามเพื่อนเพราะตอนนี้เหลือแค่หัสดินคนเดียวที่ยังทำงานอยู่ที่นี่ส่วนตริน แทนคุณ เกื้อกูล เพื่อนทั้งสามกลับไปเมื่อปีก่อนหลังจากทั้งสามหาประสบการณ์ที่นี่คนละสองปี

“อื่อ แม่โทรมาตามบ่อยแล้วก็คงต้องกลับ” 

“แล้วนายจะทำอะไรล่ะ จะไปช่วยงานแด๊ดของนายหรือเปล่า”ลูคัสถามเพื่อนเพราะหัสดินไม่ปิดบังเรื่องครอบครัวแต่นั่นไม่ได้ทำให้พวกเขาเลิกคบกันกลับทำให้สนิทกันเพราะต่างก็นิสัยคล้ายกัน

“ยังไม่รู้เลย แต่ฉันดูลู่ทางไว้บ้างแล้วล่ะ” เขาทำงานเก็บเงินและเล่นหุ้นได้เงินก้อนใหญ่ก็เอาไปลงทุนเปิดบริษัทขายอุปกรณ์ตกแต่งรถ ศูนย์ซ่อม คาร์แคร์และแต่งรถกับตรินเมื่อปีก่อนและเปิดให้บริการเมื่อต้นปีแล้วกิจการก็ไปได้ดีมีลูกค้ามากมายและเป็นแหล่งรวมรถหรูเพราะครอบครัวของตรินทำธุรกิจนำเข้ารถหรูหลายยี่ห้อและพ่อแม่ของเขาก็ไม่รู้เรื่องนี้

“นายมันเก่งเพื่อน ฉันเชื่อว่านายทำได้แต่ถ้าต้องการหุ้นส่วนก็บอกฉันนะพอล ฉันวางแผนอยากไปลงทุนที่เมืองไทย” เออวินบอกเพื่อนเขาอยากลงทุนต่างประเทศเพราะที่แม็กซิโกเครอบครัวของเขาก็มีธุรกิจที่มั่นคง

“นายจะไปเลี้ยงวัวที่เมืองไทยหรือไงเออวิน” 

“ทำไม่ได้เหรอพอล” 

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ถ้านายสนใจจริงๆฉันแนะนำได้”

“เอาจริงสิเพื่อน ฉันอยากทำธุรกิจของตัวเองแต่ฉันเลี้ยงวัวมาตั้งแต่เด็กฉันก็อยากประสบความสำเร็จเหมือนปู่เหมือนพ่อโดยที่ฉันทำด้วยตัวเอง” คนเลี้ยงวัวมาตั้งแต่เด็กแต่ขับลัมโบกินี่ แอสตันมาติน บูกัตติเวย์รอนและอีกหลายยี่ห้อต้อนวัวในฟาร์มแทนม้าพูดกับเพื่อนเพราะเขามีเงินทุนมากพอที่จะทำฟาร์มของตัวเอง

“งั้นนายก็ให้เกื้อมันดูที่ดินให้ก่อนแล้วมันจะแนะนำนายเองว่าที่ไหนจะเหมาะกับเลี้ยงวัว” เขาไม่ได้อยู่เมืองไทยนานแล้วก็ไม่รู้ว่าที่ไหนจะเหมาะกับการทำฟาร์มโคนม แต่เกื้อกูลน่าจะรู้เพราะครอบครัวของเพื่อนทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะหาที่ดินให้ได้ง่ายกว่าเขา

“ขอบใจมากนะพอล อ้อ ฉันอยากให้นายหุ้นด้วยนะเพราะนายเป็นคนไทยทำธุรกิจจะง่ายกว่าฉัน” เออวินบอกเพื่อนเพราะการทำธุรกิจในต่างประเทศมันไม่ง่ายแต่ถ้ามีคอนเน็คชั่นเป็นพลเมืองของประเทศนั้นก็จะง่ายขึ้น

“ให้ฉันกลับเมืองไทยก่อนแล้วค่อยคุยกันอีกทีนะเออวิน” เขากลับเมืองไทยปีละครั้งและสองปีมานี้เขาไม่ได้กลับแต่แม่มาหาเขาที่นี่ ส่วนพ่อก็แค่โทรคุยกันแต่ก็นานๆครั้ง

“ไม่มีปัญหา ฉันไม่รีบ ตอนนี้ดื่มกันดีกว่าเพื่อน” เออวินยกแก้ววิสกี้ชนกับเพื่อนทั้งสาม

“เซียสสส..”

“ว่าแต่นายจัดสาวๆไว้หรือยังวะสตีฟ” ลูคัสถามเพื่อนที่บอกว่ามีทั้งของหวานและของคาวมาเสิร์ฟถึงโต้ะ

“ใจเย็นๆสิวะเพื่อน เครื่องยังไม่ร้อนเลย” 

“ก็ไม่ได้ฟาดมาหลายวันนี่หว่า คืนนี้กะจัดหนักชักสักหน่อย หึหึๆๆ..” ลูคัสพูดกับเพื่อนแต่สายตามองสาวสวยที่มาดื่มกินกันเป็นกลุ่มและแต่ละนางก็เปรี้ยวจี้ดเข็ดฟันเลยทีเดียว

“ดูท่าว่านายจะเจอคู่ปรับแล้วสิ” หัสดินเห็นสายตาแวววาวระยิบระยับของเพื่อนแล้วยิ้มและมันเล็งคนไหนไม่เคยพลาด ที่จริงก็เหมือนกันทุกคนรวมทั้งเขาด้วยและไม่ได้อวยตัวเองเลยแต่พวกเขาหล่อล่ำมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม

“ว่าแต่ฉัน นายล่ะเล็งใครไว้หรือเปล่า”

“แน่นอนสิเพื่อน นายจะให้ฉันเล็งหนุ่มๆหรือไง” หัสดินตอบเพื่อนแล้วยกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มหมดแก้ว

จากนั้นสี่หนุ่มก็คุยกันสนุกสนานดื่มกินไปและสาวๆก็แวะเวียนมาชนแก้วเพราะสนใจสี่หนุ่มเผื่อจะได้ขึ้นเตียงกับเขาและมันก็เป็นจริงเมื่อสาวสวยติดกับดักนายพรานทั้งสี่แล้วพากันไปดื่มต่อกันที่โรงแรมตามประสาหนุ่มสาวรักสนุก

“ยูเซ็กซี่มากเลยพอล” ซิลเวียลูบไล้แผงอกแกร่งไปมองก่อนจะสอดมือเข้าไปสัมผัสเนื้อแท้ของเขาอย่างพอใจ ก่อนจะผลักร่างใหญ่ไปชิดผนังแล้วถอดเสื้อผ้าของเขาออกจนเปลือยเปล่ามองร่างกายที่สมบูรณ์เพอร์เฟคตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้วกรีดนิ้วลงบนแผงอกแกร่งลากลงไปถึงหน้าท้อง

“หืม ถ้ายังไม่ลงมือผมจะกลับแล้วนะ” เสียงห้าวบอกสาวสวยที่เจอใคคลับหรูและตกลงมาดื่มด้วยกันต่อที่โรงแรม

“ใจเย็นๆสิคะพอลขา ไอจะทำให้ยูลืมไม่ลงเลยค่ะ” ซิลเวียนลูบไล้ต้นขาแกร่งลงไปแล้วทรุดลงนั่งคุกเข่าบนพื้นให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับท่อนเอ็นลำใหญ่ที่มันยังสงบนิ่งจึงจับมันบีบเค้นและรูดขึ้นลงตามความยาวช้าๆ

“ซิลเวีย..” เขาไม่ชอบเยิ่นเย้อกับผู้หญิงที่ลีลาท่าเยอะเพราะแค่วันไนท์สแตนด์เท่านั้นและเขาก็ระวังตัวเป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในชีวิตขณะที่เขาไม่พร้อม

“ค่ะๆ แต่ไส้กรอกของยูใหญ่ถูใจไอจริงๆพอล” ปกติเธอเจอหนุ่มเอเชียบางคนก็จะไม่ใหญ่ขนาดนี้และบางครั้งเธอยังไม่ทันขึ้นสวรรค์ก็จอดไปแล้วก้มลงตวัดปลายลิ้นไล้เลี้ยท่อนเอ็นลำยาวในมือขึ้นลงจนสุดโคนแล้วปาดเลียไปรอบๆขึ้นไปหาหัวหยักมนทู่จนฉ่ำวาวแล้วอ้าปากอมดูดอย่างแรงติดกันจบแก้มตอบ

“แพร่บๆๆ แพร่บบๆๆ..” 

“หืมม..” เสียงห้าวครางในลำคอเมื่อเจ้าตัวร้ายของเขาถูกปลุกเร้าจนมันแข็งขึงในปากของสาวสวยที่กำลังกลืนกินมันอย่างมัวเมา

“แพร่บๆๆ จ๊วบบๆๆ..” 

สาวสวยตวัดปลายลิ้นปาดเลียไปมาสลับกับอมดูดท่อนเอ็นลำใหญ่ในมือที่มันพองขยายจนเต็มปากเธอแล้วกระตุกมือรูดขึ้นลงรัวเร็วๆจนลาวาร้อนไหลออกมาเธอก็กลืนกินอย่างไม่รังเกยจเพราะผู้ชายระดับนี้เขาต้องดูแลตัวเองเป็นอย่างดีและเธอเองก็ดูแลตัวเองเหมือนกัน

“หืมม..” เสียงห้าวคำรามออกมาด้วยความเสียวกระสันเมื่อถูกสาวสวยรีดน้ำรักของเขาออกจนแก้มตอบจึงเกร็งสะโพกสอบแล้วจับศีรษะของเธอไว้โยกสะโพกสอบผักดันท่อนเอ็นลำใหญ่เข้าออกช้าๆแล้วเธอก็โยกปากตามกลืนกินเข้าไปให้ได้มากที่สุด

“แจ้ะๆๆ แพร่บบๆๆ..”

“อึ้กก อืมม อื้ออ..” สาวสวยกลืนกินเข้าเข้าเต็มปากเข้าจังหวะเดียวกับสะโพกสอบขยับโยกเข้าออกลึกจนถึงลำคอของเธอแล้วดูดดื่มอย่างแรงไม่หยุดจนร่างใหญ่เกร็งกระตุกถี่ๆแล้วปลดปล่อยความตึงเครียดในกายออกมา

“อ่าส์ หื้มมม..” เสียงห้าวคำรามกระหึ่มเมื่อถูกสาวสวยรีดน้ำออกจากายจนร่างกายเบาหวิว

“แพร่บๆ แพร่บบๆๆ..” ซิลเวียไล้เลียกลืนกินน้ำรักของเขาจนหมดแล้วลุกขึ้นมองสบตาเขา

“มาสิคนสวยผมจะทำให้คุณลืมไม่ลงเช่นกัน” ร่างใหญ่เปลือยเปล่าเดินไปที่โซฟาแล้วจับเครื่องป้องกันออกมาสวมให้น้องชายของเขา ก่อนจะจับร่างผอมบางที่เดินตามเขามาจับพนักพิงโซฟา

“พอลขาเอาแรงๆนะคะ ไอชอบค่ะ..” ซิลเวียจับพนักพิงโซฟาแล้วกระดกก้นส่ายไปมาให้เขาอย่างรู้งานและไม่ว่าจะท่าไหนเธอก็รับได้หมด

“แน่ใจนะว่ายูรับไหว” เสียงห้าวถามสาวสวยแล้วจับท่อนเอ็นลำใหญ่จ่อกลางร่องสวาทของเธอแล้วกระแทกเข้าไปทีเดียวจนมิดลำยาว

“อ้ะ อู้วว์..” สาวสวยร้องออกมาไม่เป็นภาษาทั้งจุกทั้งเสียวเมื่อท่อนเอ็นลำยาวกระทุ้งเข้ามาในกายอย่างถึงใจเธอ

“หื้มม..” หัสดินมองแผ่นหลังขาวจั๊วะของซิลเวียแล้วจับเอวบางเธอไว้ขยับสะโพกสอบถอนท่อนเอ็นลำยาวออกจนเกือบสุดลำแล้วกระแทกเข้าออกติดกันไม่หยุด

“ปั้บบๆๆ ปั้บบๆๆ..”

“อ้ะ อู้วว พอลขา เอาแรงอีกที่รัก อ่า อ้ะ โอ้ว..” สาวสวยร้องครวญครางกระเส่าแล้วกระดกสะโพกงอนรับท่อนเอ็นลำยาวกระแทกกระทั้นเข้าใส่รัวเร็วๆไม่ยุดจนเธอต้องหายใจออกทางปาก

“ไหวมั้ยซิลเวีย หื้มม..” ร่างใหญ่กระแทกท่อนเอ็นลำยาวเข้าใส่อย่างแรงตามที่เธอต้องการไม่หยุดสลับกับหมุนเอวสอบไปซ้ายไปขวาและเสยขึ้นเสือกลงเป็นจังหวะจนร่างผอมบางร้องครางกระเส่าไม่หยุดปาก

“โอ้ว อ่า ไอจะเสร็จแล้วพอล อ่า อ้ะ อ้ายยย..” ซิลเวียร้องออกมาเสียงดังอย่างสุขสมใจเมื่อเขาส่งเธอขึ้นสวรรค์

“ปั้บบๆๆ ปั้บบๆๆ..”

ร่างใหญ่โยกย้ายส่ายสะโพกสอบไหวพริ้วกระหน่ำท่อนเอ็นลำใหญ่เข้าใส่ร่องสวาทที่ฉ่ำแฉะด้วยน้ำเสียวของเธออย่างแรงไม่หยุดแล้วปลดปล่อยน้ำรักออกมามากมาย

“อ่า หื้มมม...” เสียงห้าวคำรามออกมาเมื่อร่างกายได้ปลดปล่อยระบายน้ำออกจากกายจนตัวเบาหวิวแล้วถอนท่อนเอ็นลำใหญ่ออกทันที

“อ่า อู้วว พอลล..” ซิลเวียเรียกชื่อหนุ่มหล่อเสียงดังเมื่อเขาถอนท่อนเอ็นลำใหญ่ออกจากกายเธอด้วยความเสียดาย

ร่างสูงเดินไปห้องน้ำแล้วรูดคอนดอมออกทิ้งขยะก่อนจะอาบน้ำล้างตัวเพื่อกับห้องพักของเขาหลังเสร็จกิจกับสาวสวยและต่างก็พอใจแลกเปลี่ยนความสุขกันเท่านั้นไม่มีเรื่องเงินทองมาเกี่ยวข้อง แต่ก็มีบ้างสมัยเขาเรียนมหาวิทยาลัยที่คบหากับเพื่อนสาวต้องซัพพอร์ตพวกเธอเวลาไปทานอาหารหรือไปเที่ยวดื่มกินและช้อปปิ้งบ้างและเขาก็ไม่เคยเอาเปรียบพวกเธอ

เวลาผ่านไปสองอาทิตย์

หลังจากลันลนาทำงานเธอก็เข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ดีเพราะการทำงานกับชาวต่างชาติจะต้องเป้ะและตรงเวลาไม่มีว่ารอหรือเดี๋ยวก่อนทุกอย่างต้องพร้อม

“แคลร์มิสเตอร์พอลเรียกพบคุยเรื่องโปรโมชั่น” ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบอกลูกทีมคนใหม่ที่จะแสดงฝีมือให้เพื่อนร่วมทีมเห็นว่าจะเก่งเหมือนกับผลการเรียนของเธอหรือเปล่า

“เรียกแคลร์ด้วยเหรอคะ” แม้จะพบกับผู้บริหารหนุ่มหลายครั้งตั้งแต่มาทำงานแต่เธอก็แค่รับฟังและทุกครั้งก็จะเข้าประชุมแค่ฝ่ายการตลาดเท่านั้นเธอยังไม่เคยพบกับเขาตัวต่อตัว

“เรียกเธอคนเดียวต่างหากล่ะ”

“ห๋า เรียกแคลร์คนเดียวงั้นเหรอคะ”

“ใช่ มีปัญหาหรือเปล่า” โทมัสถามนักงานสาวสวยน่ารักที่ตั้งใจทำงานไม่ได้หวั่นไหวกับพนักงานหนุ่มหล่อมาจีบ

“ไม่ค่ะ ไม่มีค่ะ แล้วเขาให้แคลร์ไปพบที่ไหนคะ”

“ที่ห้องทำงาน ไปเดี๋ยวนี้เลยนะอย่าลืมเอาแผนงานไปด้วยล่ะ อย่ามัวแต่พูดสิรีบไปก่อนจะถูกขยุ้มหัว” โทมัสพูดยิ้มๆเพราะผู้บริหารหนุ่มฝ่ายบริหารเข้มงวดมาก 

“ค่ะโทมัส ถ้าแคลร์ไม่ลงมาภายในสามสิบนาที ตามไปเก็บซากแคลร์ด้วยนะคะ” ลัลลนาพูดแล้วยิ้มแหยแล้วเก็บงานบนโต้ะที่เธอรับผิดชอบขึ้นมาแนบอกแล้วพยักหน้าให้ผู้จัดการแล้วเดินออกไปจากห้องอย่างมั่นใจแม้จะเกร็งแต่เธอต้องผ่านไปได้แน่ 

โทมัสมองตามหลังพนักงานสาวในทีมก้ภาวนาให้งานของเธอผ่านเพราะเขากับเพื่อนในทีมได้ช่วยดันคิดและแก้ไขจุดบกพร่องแต่มันก็เหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง

“มาพบมิสเตอร์พอลค่ะ” เสียงหวานบอกเลขาของเขาที่อยู่หน้าห้องของผู้บริหารฝ่ายการตลาดและมองป้าสีทองหน้าห้องที่ดูน่าเกรงขามเหมือนกับเจ้าของห้อง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป