บทที่ 5 จีบสาว

สองหนุ่มสาวคุยกันอย่างถูกคอจนกระทั่งถึงโรงแรมหรูที่ป้าของเธอมาพักและรู้ว่าอาหารที่นี่ราคาแพงก็ไม่อยากให้เขาสิ้นเปลืองแค่ทานอาหารมื้อเดียวเอง

“เอ่อ ทานที่นี่เหรอคะ”

“ครับ ที่นี่อาหารอร่อยทุกอย่างครับ” ก็ที่นี่เป็นอีกหนึ่งธุรกิจตระกูลของสตีเว่นที่พวกเขามาดื่มกินกันบ่อยๆและยังมีโรงแรมริมทะเลอีกหลายแห่งและถ้ามีโอกาสเขาจะพาเธอไปเที่ยวก่อนกลับเมืองไทย

“แต่ว่ามันแพงนะคะ แคลร์ว่าเราไปทานร้านอื่นกันดีมั้ยคะ”

“มาถึงแล้วก็ทานที่นี่เถอะครับ แคลร์ตัวเล็กนิดเดียวเองผมจ่ายไหวครับ” เธอตัวเล็กแค่นี้จะกินสักเท่าไห่เชียวเขาเลี้ยงได้สบายอยู่แล้ว

“แต่ว่า..”

“ไปเถอะครับ ผมหิวแล้ว” ชายหนุ่มพยักหน้าให้ลันลนาแล้วยิ้ม

“ค่ะ..” ลันลนาจำต้องเดินตามเขาเข้าไปในโรงแรมหรู้แต่ด้วยความที่เธอเคยชินเข้าโรงแรมร้านอาหารและร้านแบรนด์เนมบ่อยจึงไม่เคอะเขิน

สองหนุ่มสาวเดินไปที่ลิฟต์ขึ้นไปบนชั้นสิบที่มีห้องอาหารนานชาติและมีเลาจน์ ส่วนคลับหรูอยู่บนชั้นดาดฟ้าซึ่งต้องจองกันเป็นเดือนกว่าจะได้โต้ะที่มีจำนวนจำกัดขนาดสตีเว่นเป็นทายาทยังต้องจองเหมือนลูกค้าทั่วไปไม่มีอภิสิทธิ์พิเศษเลย

“ผมพอลจองโต้ะไว้ครับ” หัสดินบอกพนักงานต้อนรับหน้าห้องอาหารนานาชาติ

“เชิญทางนี้ครับ” พนักงานเดินนำลูกค้าทั้งสองไปโต้ะที่ลูกค้าหนุ่มหล่อจองไว้ตามป้ายชื่อที่วางกลางโต้ะ

“ขอบคุณค่ะ “ลันลนาขอบคุณเขาเบาๆที่ขยับเก้าอี้ให้เธอนั่ง

“แคลร์จะทานอาหารไทยหรืออาหารฝรั่งครับ”

“เอ่อ อาหารไทยก็ได้ค่ะ”

“ขอเมนูอาหารไทยครับ” หัสดินบอกพนักงานแล้วรับเมนูยื่นให้หญิงสาวดูก่อน

“น่าทานทุกอย่างเลยค่ะ” เสียงหวานพูดเบาๆและเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา

“แคลร์อยากทานอะไรสั่งได้เลยครับ” ชายหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้าแล้วยิ้มเพราะเขาได้แสดงความเป็นตัวของตัวเองสบายๆและเธอก็ไม่ถามซอกแซกจะคุยกันแค่เรื่องงานและพักหลังมานี้ก็จะคุยเรื่องกินเรื่องเที่ยวยังไม่ลึกถึงเรื่องครอบครัว

“ค่ะ..”

“แคลร์ดื่มไวน์มั้ยครับ”

“ก็พอดื่มได้ค่ะ” เธอดื่มไวน์ได้ดื่มวิสกี้ คอนญัคได้เพราะเธอกับเพื่อนทั้งสองแอบซื้อมาลองหัดดื่มกันบ่อยๆเพื่อจะได้ไม่ถูกมอมเหล้าซึ่งเพื่อนในมหาวิทยาลัยมักจะมอมเหล้าสาวๆเพื่อมีเซ็กส์ด้วยบางคนก็เต็มใจบางคนก็ไม่เต็มใจและพวกเธอก็รอดมาได้

จากนั้นสองหนุ่มสาวก็สั่งอาหารมาหกอย่างพร้อมข้าวสวยร้อนๆคนละจานแล้วรับประทานอาหารและคุยกันเบาๆเรื่องรสชาติอาหารและจิบไวน์ไปด้วยอย่างเพลิดเพลินทำให้อารมณ์ขุ่นมัวในใจของหัสดินมันบางเบาเพราะเสียงหวานนุ่มละมุนของเธอและเสียงหัวเราะใสแจ๋วและนุ่มทุ้มของสองหนุ่มสาวดังเบาๆ

“มองอะไรคะ” ลันลนาถามเขาเขินๆและครั่นคร้ามหัวใจดวงน้อยสั่นไหวและหลบสายตาคมเข้มลุ่มลึกของเขาและไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ถึงได้มองเธอแบบนั้น

“มองคนน่ารักครับ แคลร์รู้ตัวมั้ยว่าน่ารักมากครับ” หัสดินพูดโพล่งออกไปด้วยความลืมตัวแต่เขาก็พูดออกไปแล้ว

“เมาหรือปล่าคะ” คนน่ารักถึงกับสะดุ้งหัวใจสั่นไหวเต้นระรัวราวกับตีกลอง

“ทำไมครับ แคลร์ไม่เชื่องั้นเหรอ”

“เปล่าค่ะ ก็แค่แปลกใจที่คุณพอลชมค่ะ เท่าที่แคลร์ได้ยินมาว่าคุณพอลดุมากและไม่ชื่นชมใครง่ายๆนี่คะ"

“แล้วผมเป็นแบบนั้นมั้ยครับ” ชายหนุ่มถามยิ้มๆและเขาก้รู้ว่าพนักงานสาวๆในบริษัทคิดยังไงแต่สำหรับเขาถ้าไม่สนใจไม่ยุ่งด้วยและไม่เคยคบใครไปมากกว่าเพื่อนและเขาไม่จำเป็นต้องเข้าหาสาวๆแล้วไม่ได้อวยตัวเองว่าความหล่อของเขาดึงดูดสาวเอง

“ก็..” ลันลนาชะงักแล้วครุ่นคิดว่าจะพูดดีหรือไม่

“พูดได้เลยครับ ผมอยากรู้ว่าแคลร์คิดยังไง” สำหรับคนอื่นเขาไม่สนใจอยากรู้ว่าใครจะคิดยังไง แต่เขาอยากรู้แค่ลันลนาคิดยังไงเท่านั้น

“ถ้าเรื่องงานแล้วคุณพอลจริงจังมากกว่าค่ะ และถามว่าดุมั้ยก็ไม่ดุและแคลร์เข้าใจดีว่าคุณพอลทำงานต้องรับผิดชอบมากก็ต้องละเอียดรอบคอบเพื่อไม่ให้ผิดพลาดค่ะ” หญิงสาวตอบไปตรงๆเธอเองก็ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนถึงจะส่งงานหากมันผิดพลาดขึ้นมาเธอไม่มีปัญญารับผิดชอบความเสียหายได้

“แต่คนในบริษัทไท่ได้คิดเหมือนแคลร์ทุกคนนี่ครับ”

“ต่างคนต่างความคิดค่ะ สำหรับแคลร์แยกแยะเรื่องงานที่เราต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดและเรื่องส่วนตัวมันต้องอยู่นอกเวลางานค่ะ”

“ถ้าทุกคนคิดเหมือนแคลร์กับผมก็คงดีครับ บางครั้งผมอาจจะเข้มงวดเพราะถ้างานออกมาไม่ดีสิ่งที่เราลงทุนไปมันไม่ได้คืนและมันจะสร้างความเสียหายให้บริษัทอีกก็เท่ากับว่าเราล้มเหลวในหน้าที่และทุกคนก็จะกล่าวหาเราอีกและผมคิดว่าคนในบริษัทมากกว่าครึ่งเกลียดผมนะ หึหึๆๆ..” เขาไม่ได้โกรธเคืองใครเพราะเขาเข้มงวดแค่เรื่องงานไม่ได้ยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร

“ที่แคลร์ได้ยินมาก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะคะ”

“ได้ยินอะไรมาครับ บอกผมหน่อยได้มั้ย” ไม่ว่าใครจะพูดจะคิดยังไงมันก็เป็นเรื่องของแต่ละคนเพราะเขาทำหน้าที่ของตัวเองดีที่สุดแล้ว

“แคลร์พูดได้เหรอคะ” เสียงหวานถามเขาและไม่อยากให้เขาโกรธหรือไม่พอใจที่ยุ่งเรื่องของเขาเพราะตอนนี้เธอมีเพื่อนคนไทยแค่เขาคนเดียวในบริษัทและเขาเป็นผู้ชายที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงสั่นไหวทุกครั้งที่เจอกัน

“ได้สิครับ” หัสดินยอมรับกับตัวเองว่าชอบลันลนาอยากรู้จักเธอมากกว่าเพื่อนร่วมงาน แต่เขาต้องกลับเมืองไทยจึงไม่อยากให้ความหวังหญิงสาว แต่ถ้าเขาปล่อยเธอไปโดยไม่ได้ลองเรียนรู้จักเธอเขาอาจจะเสียใจก็ได้และมันก็ไม่ผิดถ้าเขาจะคบหากับเธอ

“ก็สาวๆชมว่าคุณพอลหล่อมาก แต่ก็ดุมากจนไม่กล้าเดินเฉียดใกล้ค่ะ” และมองพนักงานสาวๆที่อ่อยเขาราวกับจะกินหัวและมากกว่านั้นสาวๆอยากกินเขาและอยากรู้ว่าจะแซ่บมั้ยแต่ใครจะไปพูดกันล่ะ

“แค่นี้เหรอครับ” ชายหนุ่มถามแล้วจ้องตาเธอ

“แคลร์ได้ยินมาแค่นี้คะ” เขาจะมองอะไรหนักหนาล่ะ เธออายจะแย่แล้วนะ

“หึหึๆๆ..” หัสดินหัวเราะเขาๆมองหญิงสาวเขินอายหน้าแดงเรื่ออย่างหมั่นเขี้ยว

“เอ่อ นี่ดึกแล้วแคลร์ว่าเรากลับกันดีมั้ยคะ” ลันลนามองนาฬิกาบนข้อมือตอนนี้ห้าทุ่มกว่าแล้วจึงชวนเขากลับ

“แคลร์ง่วงแล้วเหรอครับ”

“ก็..” เธอยังไม่ง่วงแค่เห็นว่ามันดึกเท่านั้นและเธอรู้สึกมึนเล็กน้อย

“งั้นเราไปเดินเล่นที่สวนก่อนกลับดีมั้ยครับ พรุ่งนี้วันหยุดนอนตื่นสายได้นะครับ” เขายังไม่อยากกลับเพราะกลับไปก็นอนเหงาคนเดียว นี่เขารู้จักความเหงาตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ปกติกลับห้องพักก็มีอะไรให้ทำเยอะแยะไหนจะคุยกับเพื่อนเรื่องงานและคิดแผนงานบริษัทของตัวเองที่เมืองไทยอีกเขาแทบจะไม่มีเวลาได้เหงาเลย

“ก็ได้ค่ะ” ลันลนารับปากเขาทั้งที่เธอไม่เคยกลับห้องเกินห้าทุ่มและคืนนี้ทำให้เธอได้รู้จักเขามากขึ้น

หัสดินก็เรียกพนักงานมาเช็คบิลแล้วจ่ายเงินเสร็จแล้วพาลันลนาเดินออกไปจากห้องอาหารลงลิฟต์ไปที่ลานจอดรถเพื่อพาเธอไปเดินเล่นย่อยอาหารที่สวนสาธารณะทางผ่านไปห้องพักของเธอ

ที่เมืองไทย

วันนี้มีงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสลูกชายบริษัทของคู่ค้าที่เชิญท่านประธานบริษัทกับภรรยาไปร่วมงานและยังเชิญผู้บริหารของบริษัทอีกหลายคนไปร่วมงานและหนึ่งในนั้นคือวรชาที่ควงคนสนิทของชนินท์ออกงานพร้อมกับเจ้านายทั้งสองและไปรถคันเดียวกัน

“ชุดคุณชาสวยนะคะ” ผลิตาชมชุดของวรชาใส่เป็นของแบรนด์ดังราคาหลายหมื่นและเหมาะสมกับเป็นผู้บริหารสาวที่ไต่เต้ามาจากพนักงานฝ่ายโฆษณาจนได้เป็นผู้จัดการและสร้างผลงานให้ทุกคนเห็นแล้วได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นและตอนนี้นั่งเก้าอี้ผู้บริหารฝ่ายโฆษณาของบริษัท

“สู้ชุดของคุณลิปไม่ได้หรอกค่ะ แล้วนี่เป็นชุดมือสองถ้าเป็นชุดใหม่ชาไม่กล้าซื้อหรอกค่ะ ” วรชากระซิบเจ้านายเบาๆทั้งที่จริงเป็นชุดใหม่ที่สามีซื้อให้ต่างหากล่ะ

“ชุดของลิปนี่เป็นคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดที่เพื่อนส่งมาให้น่ะคะ” ผลิตาอวดชุดของตัวเองที่ได้ใส่ก่อนใครเป็นประจำเพราะเพื่อนทำงานที่ฝรั่งเศสและอิตาลีหากมีชุดที่เธอถูกใจก็จะให้เพื่อนซื้อฝากมาให้ตลอด

“ชาไม่กล้าซื้อชุดใหม่หรอกค่ะ มันแพงเกินกำลังและบางครั้งชาก็เช่าเอาค่ะ” วรชาพูดกับเจ้านายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่เธอใช้สามีคนเดียวกับเจ้านายมานานและเธฮไม่เคยเช่าชุดใส่เลยเพราะสามีเปย์ให้ตลอด

“ลิปไม่ได้ว่าคุณชานะคะ แต่ไม่ลิปชอบใช้เสื้อผ้าร่วมกับใครค่ะ ไม่ใช่แค่เสื้อผ้านะคะทุกอย่างที่เป็นของลิปด้วยค่ะ” ผลิตาพูดแล้วยิ้มกับวรชาและเธอไม่ได้ทำตัวสนิทสนมด้วยเท่าไหร่ แต่เวลาออกงานพร้อมกันก็จะคุยกันและไม่ทันเห็นว่าสามีกับวรชาสบตากัน

“ชาคิดผู้หญิงทุกคนก็เป็นเหมือนคุณลิปค่ะ” แต่ไม่ใช่เธอเพราะเธอเลือกผู้ชายที่ร่ำรวยเป็นสามีเพื่อความสุขสบายและไม่สนใจว่าเขาจะมีเมียหรือไม่และเธอก็เลือกชนินท์เอาความสาวเข้าแลกความสุขสบายมาจนถึงทุกวันนี้

“ผมว่าเราไปทักทายเจ้าภาพก่อนดีมั้ยคุณลิป” นายชนินท์พูดกับภรรยาเพราะไม่อยากให้เมียทั้งสองคุยกันนาน

“ดีค่ะ คุณชาจะไปพร้อมกันมั้ยคะ” ผลิตาชวนผู้บริหารสาวไปทักทายเจ้าภาพ

“เชิญคุณลิปกับคุณเต้ก่อนเถอะค่ะ ชากับคุณนาจขอไปทักทายคนรู้จักก่อนนะคะ” วรชารู้จักหลบหลีกและเธอไม่แสดงตัวออกนอกหน้าให้ผลิตาสงสัย

เมื่อผลิตากับสามีเดินจากไปแล้ววรชาก็ดึงมืออกจากแขนของอำนาจคนสนิทของสามีที่รับบทเป็นสามีของเธอต่อหน้าผลิตา

“น่าเบื่อจริงๆ เมื่อไหร่พี่เต้จะจัดการเรื่องหย่าคุณลิปให้เรียบร้อยสักทีนะ ชาเบื่อสภาพนี้จะตายอยู่แล้ว” วรชาพูดกับคนสนิทของสามีที่ทำหน้ที่เลขาส่วนตัวใกล้ชิดติดตามเจ้านายตลอดเวลา

“ถ้าคุณเต้ไม่หย่าแล้วคุณชาจะทำยังไงครับ” เขาได้ยินวรชาพูดแบบนี้มาหลายปีแล้วแต่ก็ยังยอมกินน้ำใต้ศอกภรรยาของเจ้านายและที่เขาเก็บความลับและรับหน้าสื่อแทนเจ้านายก็เพราะงานและเงิน แม้จะรู้สึกผิดต่อผลิตาแต่ครอบครัวของเขาต้องกินต้องใช้

“รอให้ตาโปรดกลับมาก่อนเถอะ แล้วชาจะต้องได้ตำแหน่งภรรยาของพี่เต้” เธออดทนมาจนถึงทุกวันนี้ก็เพื่อตำแหน่งนี้และเธอใช้ลูกชายคนเดียวต่อรองกับสามีมาตลอด

“ผมว่าให้คุณเต้จัดการดีกว่านะครับ คุณชารอมาได้นานขนาดนี้แล้วจะรอต่อไปอีกนิดก็ไม่เป็นไรนี่ครับ ไม่งั้นสิ่งที่คุณชารอคอยมันจะสูญเปล่านะครับ”

“งั้นชาก็ได้แต่รอๆ อยู่แบบนี้น่ะเหรอคะ ไม่เอาด้วยแล้วค่ะ ตอนนี้ตาโปรดเรียนจบแล้วหากพี่เต้ไม่จัดการชาจะพาลูกไปอยู่ที่อื่นค่ะ” เธอฝากคำขู่ของตัวเองกับคนสนิทของสามีเพื่อให้ไปบอกเจ้านาย

“ตอนนี้คุณโปรดโตแล้ว เขารู้ว่าอะไรคืออะไรและผมเองก็ช่วยได้เต็มที่ก็แค่นี้นะครับ” เขาเองก็มีเมียมีลูกต้องดูแลเหมือนกันและโชคดีที่ลูกเมียเข้าใจและเจ้านายได้ส่งเสียร่ำเรียนที่ประเทศออสเตรเลียและจะจบปริญญาโทปีนี้และจะกลับบ้านทีหลังหัสดิน

“ทวงบุญคุณเหรอพี่นาจ”

“ไม่ใช่ครับ ผมแค่พูดให้คุณชาเข้าใจว่าตอนนี้คุณโปรดไม่ใช่เด็กๆแล้วแค่นั้นครับ” และเขาไม่รู้ว่าหัสดินจะคิดยังไงกับการกระทำของพ่อแม่

“ชารู้ว่าทำอะไรอยู่ พี่นาจไม่ต้องพูดหรอก จะไปไหนก็ไปเถอะ” วรชาพูดอย่างรำคาญคนสนิทของสามีที่พักหลังจะพูดจาไม่ค่อยเข้าหูเท่าไหร่

อำนาจก็หยิบเครื่องดื่มแล้วเดินไปคุยกับคนรู้จักเพราะมันหมดหน้าที่ของเขาที่เป็นคู่ควงของภรรยารองของเจ้านายเพื่อไม่ให้ภรรยาหลวงจับได้

ผลิตากับชนินท์แสดงความยินดีกับเจ้าภาพและอยู่คุยด้วยแป๊บหนึ่งก่อนจะไปคุยกับคนรู้จักที่มาร่วมงานแต่งงานลูกชายและผลิตาก็เจอเพื่อนของเธอที่มางานนี้ด้วย

“เป็นไงบ้างยาดา พักนี้ไม่เจอเธอเลยนะยะ” ผลิตาว่าเพื่อนอย่างหมั่นไส้ที่พักนี้พาเด็กไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆจนเพื่อนตามตัวไม่ค่อยได้

“ก็กำลังอินเลิฟนะเธอ” ทิพยาดาพูดแล้วยิ้มกับเพื่อนตาเป็นประกายระยิบระยับตามประสาคนมีความสุขที่มีหนุ่มหล่อล่ำกล้ามใหญ่เอาอกเอาใจอย่างถึงอกถึงใจ

“เอาจริงเหรอเธอ” ผลิตาเห็นเพื่อนมีความสุขก็ดีใจด้วยแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้เพราะเด็กของทิพยาดาอ่อนกว่ายี่สิบกว่าปี

“ก็ดูก่อนน่ะลิป แต่ตอนนี้ฉันมีความสุขดีและเขาก็ยอมรับฉันได้แค่นี้ก็ไม่น่ามีปัญหาแล้วนะเธอ” เพราะเธอต้องการแค่ความสุขทางกายเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆมันก็ค่อยดูกันไปก่อนและเธอพอใจที่จะอยู่ด้วยกันแบบนี้

“เขาหล่อขนาดนั้นจะไม่มีแฟนจริงเหรอยาดา”

“ให้คนสืบดูแล้วนะว่าไม่มี เขาเป็นเด็กดีกตัญญูนะลิป และตรงนี้ทำให้ฉันเอ็นดูเขา”

“ดูเอ็นเขามากกว่ามั้งเธอ”

“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้วย่ะ คิกกๆๆ..” ทิพยาดาหัวเราะคิกคักราวกับสาวแรกรุ่นที่กำลังมีความรัก “ของเขามันใหญ่จริงๆและเอาแต่ละทีจุกถึงคอหอยเลยนะเธอ คิกกๆๆ..” ไฮโซสาวเอนตัวกระซิบข้างหูเพื่อนแล้วหัวเราะตาเป็นประกาย

“บ้าจริงๆนะเธอเนี่ย” ผลิตาว่าเพื่อนอย่างหมั่นไส้และอดคิดไม่ได้ว่าเธอกับสามีไม่มีเซ็กส์ด้วยกันมานานเท่าไหร่แล้ว เดือนหรือสองเดือนสามเดือนกันนะ ก่อนจะมองหาเขาก็เห็นคุยกับวรชาก็ไม่ได้สนใจเพราะเป็นเรื่องปกติที่เขาจะคุยกับวรชาและอำนาจ

“ดูเธอหน้าเหี่ยวแห้งแบบนี้คงไม่ได้น้ำล่ะสิ”

“พูดอะไรของเธอเนี่ยยาดา” ผลิตามองซ้ายขวากลัวจะมีใครได้ยิน

“ท่าจะจริงด้วยใช่มั้ยล่ะ”

“อื่อ..”

“ว่าแล้วมั้ยล่ะ แล้วเธออยู่ได้ยังไงกันล่ะลิป คนเป็นสามีภรรยากันมันก็ต้องมีบ้างสิอย่างน้อยก็อาทิตย์ละครังก็ยังดีนะ”

“เมื่อก่อนก็มีแหละ แต่พักหลังงานเยอะก็เลยไม่ได้ทำน่ะ” ผลิตาไม่มีความลับกับเพื่อนรักและทิพยาดากับธิติมาและอันทินีเป็นเพื่อนรักที่เธอไว้ใจ

“เธอยังคิดเรื่องที่เขาอาจจะมีคนอื่นอยู่มั้ยลิป”

“ไม่รู้สิ แต่ลึกๆในใจของฉันมันก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันแต่ให้คนสืบแล้วก็ไม่มีอะไรนะ” เธอไม่มีหลักฐานสามีนอกใจนอกกายทำให้เชื่อว่าเขาซื่อสัตย์ต่อเธอ

“เธอจำได้มั้ยลิปว่าตอนที่ฉันจะเลิกกับผัวน่ะ”

“จำได้สิ ก็เธอเล่นไปตบผู้หญิงคนนั้นถึงคอนโดเลยนี่นา” ทำไมจะจำไม่ได้ว่าทิพยาดาก่อวีรกรรมอะไรไว้บ้างและข้อนี้ของเพื่อนทำให้สามีของเธอไม่ชอบทิพยาดาและกล่าวหาเพื่อนของเธอยุแยงให้ครอบครัวแตกแยก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป