บทที่ 6 ชายสองใจ
“เขาก็ดีจนฉันตายใจและไม่ระแวงและสุดท้ายซุกเมียน้อยซุกลูกไว้ไง แต่คนเราต้องรักตัวเองก่อนนะลิปและอีกอย่างแกกับเขาก็ไม่มีลูกด้วยกันหากวันหนึ่งลูกเขาโผล่มาจะทำยังไงที่ฉันพูดไม่ใช่ว่าจะยุเธอให้จับผิดผัวหรือหาเรื่องทะเลาะกับเขานะลิป ถ้าเขาไม่ได้ทำแบบนั้นเธอก็โชคดีแต่เรื่องเอาใจผัวก็อย่าได้เว้นไปนานล่ะผู้ชายเขามีความต้องการมากกว่าเรา” ทิพยาดาพูถึงเรื่องของตัวเองเพราะสามีไม่ใช่คนเจ้าชู้แต่สุดท้ายก็ยังทำกับเธอได้
“ฉันเข้าใจยาดา และถ้าเขาเป็นแบบนั้นจริงฉันไม่ยอมสูญเสียสิ่งที่ฉันสร้างมาแน่” ผลิตาพูดกับเพื่อนเพราะตั้งแต่สองตระกูลรวมธุรกิจด้วยกันแล้วก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆจนถึงตอนนี้ก็สามารถยืนอยู่แถวหน้าเมืองไทยติดหนึ่งในยี่สิบมหาเศรษฐีหมื่นล้านในเมืองไทย
“เธอไม่ต้องทำอะไร ถ้าเขานอกใจเธอจริงๆวันหนึ่งลายมันก็ออกเองแหละ ดื่มดีกว่า เอ้ะ นั่นผัวเธอคุยกับใครน่ะ” ทิพยาดาหันไปเห็นสามีของเพื่อนคุยกับผู้หญิงและเห็นแค่ด้านหลังดูท่าจะสวยเซ็กซี่ไม่เบา
“คุณชาน่ะ”
“จริงดิ ฉันจำไม่ได้เลยดูเธอยังสวยเซ็กซี่นะ” ทิพยาดายกแก้วไวน์ชูตอบสามีเพื่อนที่ทักทายเธอ
“เธออายน้อยกว่าพวกเรานี่ ก็สวยเซ้กซี่เป็นเรื่องปกติของผู้หญิงนี่เธอ”
“ก็จริงของเธอนะ เราไม่ไปคุยด้วยหน่อยเหรอ”
“ไม่อ่ะ น่าเบื่อคุยแต่เรื่องงาน” เพราะเจอกันประจำก็คุยแต่เรื่องงานและเธอเองก็ทำงานมาตลอดก็อยากพักสมองบ้าง
“ฉันจำได้ว่าเธอมีลูกชายนี่ใช่มั้ย”
“ใช่ เห็นว่าส่งไปเรียนต่างประเทศนะ” เธอพอจะรู้ว่าสามีช่วยเหลือครอบครัวของคนสนิทก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะอำนาจทำงานดีก็สมควรตอบแทน
“อีกหน่อยคงมาทำงานที่เดียวกับพ่อแม่ล่ะสิ”
“ก็คงอย่างนั้นแหละ เห็นว่าคุณเต้ช่วยส่งเสียด้วยนี่”
“จะว่าไปผัวเธอนี่ก็ใจดีนะ ช่วยลูกน้องด้วย อีกหน่อยก็คงดึงมาช่วยงานที่บริษัทล่ะสิ”
“ไม่รู้เหมือนกัน ไม่เห็นคุณเต้พูดอะไร”
“ดูเธอสิหน้าเครียดแล้วนะลิป ไม่เอาแล้วไม่คุยเรื่องเครียดสิเธอคุยเรื่องเที่ยวดีกว่าเธอว่างมั้ยไปเที่ยวญี่ปุ่นกันดีกว่า ชวนคุณเต้ไปด้วย”
“ฉันก็อยากไปนะ แต่ต้องดูวันว่างก่อน”
“ได้ๆ ว่างเมื่อไหร่ก็บอกละกันจะได้แนะนำเด็กให้รู้จักอย่างเป็นทางการสักที”
“งั้นก็นัดอุ้มกับฮันนี่ด้วยสิ”
“โอเค เดี๋ยวจะถามสองคนนั่นก่อนจะว่างหรือเปล่า แต่ฮันนี่ไม่น่ามีปัญหา” เรื่องเที่ยวขอให้ไว้ใจเธอที่เที่ยวมาเกือบจะทั่วโลกแล้ว
จากนั้นทั้งสองก็คุยกันและมีคนรู้จักแวะเวียนมาทักทายจนกระทั่งสามทุ่มกว่าก็พากันไปลาเจ้าภาพกลับบ้านต่างก็มึนๆเล็กน้อย
“ไปส่งอำนาจกับคุณชาก่อน” ชนินท์บอกคนขับรถให้ไปส่งเมียน้อยกับคนสนิทก่อน
“ครับท่าน”
“ลิปว่าจะถามคุณนาจกับคุณชาหลายครั้งก็ลืมทุกที”
“เรื่องอะไรครับ”
“ลูกชายของคุณนาจกับคุณชาเรียนจบหรือยังคะ” เธอจำไม่ได้ว่าลูกชายของทั้งสองอายุเท่าไหร่แล้ว
และคำถามของผลิตาทำให้ทั้งสามนิ่งเงียบไปและมีสองคนที่หัวใจระส่ำระสายเพราะมีชะนักปักหลังมานานและไม่ได้เตรียมคำตอบไว้ด้วย
“เรียนจบแล้วค่ะ ตอนนี้ก็หาประสบการณ์อยู่ค่ะ” วรชาตอบคำถามเองแล้วมองด้านหลังของเจ้านายและสามีที่คอแข็งหลังตรงขึ้นทันทีกับคำถามภรรยาของเขา
“ดีนะคะที่มีลูกชาย แล้วลูกชายของคุณชากับคุณนาจไม่อยากกลับมาทำงานที่เมืองไทยเหรอคะ ที่บริษัทของเราก็เปิดรับเด็กรุ่นใหม่อยู่นะคะ”
“อีกไม่กี่เดือนลูกของชาก็จะกลับมาแล้วค่ะ อีกอย่างชาก็อยากให้มาทำงานที่บริษัทเหมือนกันค่ะ”
“เอาสิคะ ถ้าเด็กเขามาก็ให้มาสมัครงานเลยค่ะ บริษัทของเราต้องการคนเก่งอีกเยอะและคุณนาจกับคุณชาก็เก่งลิปว่าลูกไม้ตกใต้ต้นแน่คะ”
“งั้นชาขอฝากลูกชายทำงานด้วยนะคะคุณลิป” วรชาพูดแล้วยิ้มเมื่อผลิตาเปิดทางให้เธอเอง
“ก็อย่างที่คุณชารู้ค่ะ ว่าบริษัทของเราไม่มีเส้นสายและเด็กฝากหากจะทำงานก็ต้องใช้ความสามารถของตัวเองก็เหมือนคุณนาจกับคุณชานั่นแหละค่ะ” ขนาดลูกหลานของเจ้าสัวหาญยังต้องแสดงความสามารถของตัวเองไม่ใช่ว่าจะมารับตำแหน่งแต่ไม่มีผลงานและฝีมือการทำงานและสมีของเธอก็เข้มงวดมากด้วย
“งั้นขอฝากให้ท่านประธานช่วยพิจารณาลูกของชาด้วยนะคะ” วรชาพูดกับสามีและจะเรียกท่านประธานต่อหน้าผลิตาและคนนอกมาตลอด ยกเว้นอยู่ด้วยกันสองคนหรือต่อหน้าอำนาจและภรรยาของอำนาจเท่านั้น
“ถ้าเด็กเขามีความสามารถผมก็จะช่วยสนับสนุน แต่ถ้าฝีมือไม่ถึงก็จะหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้แต่ก็ต้องเป็นไปตามกฎกติดาของบริษัทครับ” ชนินท์พูดอย่างสุภาพตามนิสัยสุขุมเคร่งขรึมจริงจังของเขา
“แค่นี้ชาก็ขอบคุณท่านประธานกับคุณลิปมากๆแล้วค่ะ” วรชาขอบคุณท่านประธานและภรรยาหน้าตายิ้มแย้มเมื่อผลิตาเปิดทางให้เธอพาลูกชายเข้ามาทำงานในบริษัทที่อีกไม่นานจะตกเป็นของลูกชายครึ่งหนึ่งในฐานะทายาทของชนินท์
เมื่อส่งวรชากับอำนาจเสร็จแล้วสองสามีภรรยาก็กลับบ้านเพื่อพักผ่อนเพราะคืนนี้ถือว่าอยู่ร่วมงานดึกกว่าทุกครั้งเพราะเป็นงานของคู่ค้าที่สนิทสนมกันและเป็นลูกค้ากันมานากว่าสามสิบปี
“ผมขอตัวนะครับคุณชา”
“ขอบคุณนะพี่นาจที่ช่วยชามาตลอด ชาจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลย” วรชาพูดจบก็เดินเข้าบ้านเพราะยังไงเธอก็ต้องพึ่งพาอำนาจกับภรรยาจนกว่าสามีจะหย่ากับผลิตาแล้วเธอได้เป็นเมียท่านประธานอย่างออกหน้าออกตา
อำนาจมองตามภรรยาของเจ้านายที่เขาให้ความช่วยเหลือดูแลแทนเจ้านายมานานกว่าจะรู้ตัวว่าเขาทำผิดมันก็สายไปแล้วก็ปล่อยให้มันเลยตามเลยก่อนจะเดินผ่านข้างบ้านของวรชาไปบ้านของเขาที่อยู่ด้านหลังรั้วชนกันมีประตูเล็กเชื่อมเพื่อเข้าออกได้สะดวกและบ้านหลังนี้ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่เจ้านายของเขาซื้อให้ตอบแทนเขากับภรรยาหรือจะเรียกว่าปิดปากก็ได้และมีบ้านพักคนรับใช้อยู่หลังบ้านของเขา
“กลับมาแล้วเหรอพี่” ผ่องพันถามสามีที่คืนนี้กลับดึก
“อื่อ แล้วทำไมยังไม่นอนล่ะ”
“พอดีดูละครเพิ่งจบน่ะพี่ แล้วคืนนี้ท่านนอนบ้านนี้มั้ย”
“ไม่นอน พอดีบ้านใหญ่ไปงานด้วยก็ต้องกลับบ้านน่ะ มีอะไรเหลือบ้างมั้ยหิวอ่ะ”
“ก็มีกับข้าวตอนเย็นนั่นแหละพี่ เดี๋ยวฉันไปเอาให้นะ”
“ไม่เป็นไรพี่ไปกินในครัวก็ได้” อำนาจเดินตามภรรยาไปในครัวเพื่อรับประทานอาหาร
“คุณชาบอกให้ฉันทำความสะอาดห้องคุณโปรด ตกลงคุณโปรดจะกลับมาเมื่อไหร่พี่” ผ่องพันถามถึงหัสดินที่เธอเป็นพี่เลี้ยงมาตั้งแต่เกิด แม้เธอจะทำงานบ้านของวรชามานานแต่เธอก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่องของเจ้านายหลังจากเสร็จงานเธอกับคนรับใช้อีกสามคนก็กลับมานอนที่บ้าน ยกเว้นเจ้านายจะเรียกใช้เท่านั้น แต่สามีรู้เรื่องทุกอย่างแต่ไม่พูดยกเว้นบางเรื่องที่ไม่เป็นความลับของเจ้านาย
“น่าจะอีกสองสามเดือนนี่แหละ ถามทำไมเหรอ”
“ไม่มีอะไร แค่อยากรู้น่ะพี่ แล้วคุณชาจะทำยังไงหากคุณโปรดกลับมา” เธอเลี้ยงหัสดินมาตั้งแต่แบเบาะและมาห่างตอนไปเรียนต่อเมืองนอกและกลับมาอีกครั้งก็โตเป็นหนุ่มเขาก็รักสันโดษมักจะอยู่แต่ในห้องหรือไม่ก็ไปเที่ยวกับเพื่อนๆและตอนนี้ไม่รู้ว่าจะโตแค่ไหนแล้วเพราะชายหนุ่มไม่กลับมาเมืองไทยสามปีแล้ว
“เรื่องของเจ้านายอย่าไปสนใจเลย”
“แต่คุณชาบอกว่าถ้าตาไนซ์กลับมาจะให้ไปทำงานกับคุณโปรดน่ะสิ” เธออยากรู้ว่าจริงหรือเปล่า
“ถ้าคุณชาพูดก็น่าจะจริงแหละ พี่ว่ามันก็ดีเหมือนกันนะ"
“ดียังไงล่ะ พี่ไม่รู้สึกผิดบ้างหรือไง”
“แล้วจะทำยังไงล่ะ เรื่องมันเลยเถิดมาจนถึงป่านนี้แล้วมันแก้ไขอะไรไม่ได้และมันอยู่ที่คุณเต้จะจัดการยังไงกับครอบครัวของเขามากกว่า เราเป็นแค่ลูกน้องถ้าเจ้านายสั่งก็ต้องทำเท่านั้น” หากถามหาคนผิดก็แน่นอนว่าเป็นชนินท์กับวรชา ส่วนเขาแค่ปกปิดเท่านั้น
“ทั้งที่มันผิดศีลธรรมน่ะเหรอพี่ ฉันสงสารคุณโปรดนะ หากเรื่องมันแดงขึ้นเขาจะทำยังไง” เธอเป็นห่วงหัสดินมากกว่าว่าจะต้านทานเรื่องนี้ได้มั้ย
“อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดนั่นแหละ”
“นั่นสินะ เฮ้อ..” ผ่องพันถอนหายใจมองสบตาสามีอย่างเข้าใจเพราะเขาทำเพื่อครอบครัวแต่มารู้สึกผิดตอนนี้ก็สายไปแล้ว ก็คงปล่อยให้มันเลยตามเลยอะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยไปตามทางของมัน
ส่วนสองสามีภรรยากลับถึงบ้านแล้วก็ขึ้นห้องเพื่อนอาบน้ำแล้วพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ยังต้องไปทำงานอีกพอถึงห้องนอนชนินท์ก็เดินไปห้องแต่งตัวเพื่ออาบน้ำ
“ลิปช่วยค่ะ” ผลิตาเดินตามสามีไปในห้องแต่งตัวแล้วช่วยเขาถอดเสื้อเชิ้ตให้
“ขอบคุณ” ชนินท์มองภรรยาแล้วแอบถอนหายใจถึงเขาจะรู้สึกผิดแต่มันไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้และยอมรับว่าเขาเห็นแก่ตัวอยากเก็บไว้ทั้งสองคนถามว่าเขารักผลิตามั้ย เขารักเธอเพราะผลิตาเป็นผู้หญิงที่เขารักและอยากอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต และถามว่าเขารักวรชามั้ย ตอนนั้นเขาพลาดที่มีความสัมพันธ์กับวรชาเพราะเธอยังเด็กสวยใสน่ารักและช่างออดอ้อนฉอเลาะเอาอกเอาใจทำให้เขารักและหลงใหลเซ็กส์ที่เธอสรรหาความตื่นเต้นเร้าใจมาทำให้เขาตลอดและเธอยังมีทายาทสืบสกุลให้เขาจึงทิ้งไม่ได้ “ลิป อืม..” ชนินท์เรียกภรรยาเมื่อเธอล้วงเข้าไปในกางเกงของเขาแล้วบีบเค้นท่อนเนื้อลำใหญ่ของเขา
“เราไม่มีอะไรกันมานานแล้วนะคะเต้..” ผลิตาเงยหน้ามองสบตากับสามีแล้วจับมืออีกข้างของเขามาวางบนเนินสามเหลี่ยมก่อนจะถอดกางเกงให้เขา
“นั่นสินะ ผมว่าเราทำงานกันหนักไปแล้วนะลิป เราไปเที่ยวกันสักอาทิตย์ดีมั้ย อืม..” ชนินท์มองสบตาภรรยาแล้วก้มลงจูบริมฝีปากของเธอชดเชยที่เขาละเลยเธอ
“จริงเหรอคะ”
“จริงสิ คุณอยากไปไหนก็เลือกมาเลยแล้วให้เลขาผมจัดการ อ่า ลิป อืมม..” ชนินท์บอกภรรยาแล้วถอดชุดเดรสของเธอออกจากกายตามด้วยชุดชั้นในแล้วขยำสองเต้าอวบอย่างแรงและเกร็งหน้าท้องแน่นเมื่อเธอบีบรูดท่อนเนื้อของเขาเป็นจังหวะเร็วขึ้น
“งั้นลิปจัดการเองนะคะเต้ อ่า เต้ขา ซี๊ด อ้า..” เธอกางขาออกกว้างให้นิ้วยาวของเขาสอดเข้าออกกลางร่องสวาทและจับท่อนเนื้อลำยาวรูดรัวเร็วๆขึ้นจนมันแข็งสู้มือของเธอ
“แจ้ะๆๆ แจ้ะๆๆ..”
“น้ำเยอะเชียวลิป อืมม..” ชนินท์ยอมรับว่าผลิตากับวรชาต่างกันเพราะผลิตาเป็นสาวเปรี้ยวมีเซ็กส์เร่าร้อนรุนแรงและเขาเป็นฝ่ายเอาใจเธอมอบความสุขให้เธอเต็มที่ ส่วนวรชาเธอเป็นฝ่ายเอาออกเอาใจเขาป้อนเซ็กส์เขาถึงอกถึงใจจนสำลักความสุขทุกครั้งและเขาก็มอบความสุขให้เธอเต็มที่เช่นกัน
“ลิปอยากได้เอ็นของคุณค่ะเต้ อ่า ซี๊ด อา..” ผลิตาเด้งสะโพกใส่นิ้วยาวและสูดปากร้องครางด้วยความเสียวกระสัน
“มันเป็นของคุณที่รัก อืมม..” หนุ่มใหญ่ถอนนิ้วยาวออกจากร่องสวาทแล้วยกร่างบางขึ้นไปนั่งบนโต้ะหน้ากระจกจับขาเธอกางออกกว้างแล้วจับท่อนเนื้อลำยาวจ่อกลางร่องสวาทแล้วกดหัวมันเข้าไปทีเดียวมิลำยาว
“โอ้ะ อู้วว เต้ขา อ่า อ้ะ..”
“โอ้ว ที่รักน้องคุณยังฟิตแน่นไม่เปลี่ยนเลยนะ อืมม อ่าส์..” หนุ่มใหญ่มองสบตาภรรยาแล้วก้มลงจูบริมฝีปากของเธอแล้วถอนท่อนเนื้อลำยาวออกมาก่อนจะกระแทกกระทั้นเข้าออกรัวเร็วๆติดกันไม่หยุด
“ป้าบๆๆ ป้าบบๆๆ..”
เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้องแต่งตัวเมื่อร่างใหญ่ถาโถมท้อนเนื้อลำยาวเข้าออกร่องสวาทของภรรยาอย่างรุนแรงติดกันไม่หยุดยั้งเพื่อส่งเธอขึ้นสวรรค์
“อ่า ดีค่ะเต้ขา เอาแรงๆอีกค่ะ อ่า อ้ะ อ้า..” ผลิตาร้องบอกสามีเสียงหอบกระเส่าด้วยความเสียวซ่านกระสันไปทั่วกายเมื่อร่างใหญ่กระซวกท่อนเนื้อลำยาวเข้าออกร่องสวาทอย่างรุนแรงไม่หยุดยั้ง
“ป้าบบๆๆ ป้าบบๆๆ..”
“ผมชอบน้องคุณตอดจริงๆลิป อื้มม..” ชนินท์เกร็งสะโพกหนาแล้วจับขาของเธอขึ้นมาวางบนแขนแล้ววางมือแนบสะโพกของเธอแล้วกระแทกท่อนเนื้อเข้าออกเต็มแรงสลับบดคลึงเสือกเสยขึ้นซ้ายขวาแล้วเร่งจังหวะรัวกระหน่ำเข้าใส่จนเสียงเนื้อกระทบกันและเสียงร้องครวญครางคำรามดังกึกก้องแม้พวกเขาจะเข้าวัยกลางคนแต่เรื่องเซ็กส์นั้นไม่ด้อยไปกว่าคนหนุ่มสาว
“ป้าบบๆๆๆ ป้าบบๆๆ..”
“อ้า เต้ขา อื้อ ลิปจะเสร็จแล้วที่รัก อ่า อ้ะ อ้า อ้ายยย์...” ผลิตาร้องออกมาเสียงดังเมื่อร่างกายของเธอเกร็งกระตุกถี่ๆแล้วปลดปล่อยความสุขทะลักทะลายออกมามากมาย
“ป้าบบๆๆ ป้าบบๆๆ..”
“อ่า ที่รัก อื้มม โอ้วววว์..” ชนินท์เร่งจังหวะรัวกระแทกกระทั้นท่อนเนื้อลำยาวจนหายใจไม่ทันแล้วปลดปล่อยความสุขเข้าใส่ร่างบางมากมาย
สองสามีภรรยาโอบกอดกันแนบแน่นหายใจหอบเหนื่อยรดรินกันร่างกายสะท้านและกระตุกตอดรัดกันไม่หยุดอย่างมีความสุข
“คุณยังแรงดีไม่ตกเลยนะเต้ จุ๊บ..” ผลิตาจูบปลายคางของสามีด้วยความรัก
“คุณเองก็ตอดผมแน่นเหมือนเดิมเลยลิป..”
“มันเป็นของลิปนี่คะ”
“ครับ ไอ้จ้อนนี่มันเป็นของลิป งั้นที่รักก็จัดการมันหน่อยครับ” ชนินท์มองภรรยาแล้วยิ้มเพราะเขาไม่เคยขาดเซ็กส์ถึงไม่ได้จากผลิตาก็ยังมีวรชา
“อย่าเพิ่งเอามันออกนะคะที่รัก อ่า ซี๊ด อา..” ผลิตาพูดจบก็ยกขาเกี่ยวเอวหนาไว้แล้วยกมือขึ้นกอดคอเขา “คุณนั่งที่เก้าอี้สิเต้ อ่า เดี๋ยวลิปจัดการมันเองค่ะ อือ ซี๊ด อ่า..”
จากนั้นสองสามีภรรยาก็ฟาดฟันกันในห้องแต่งตัวและห้องน้ำก่อนจะไปจบที่เตียงจนหมดแรงหลับไปด้วยกันทั้งที่ร่างกายยังสอดประสานกันอยู่และมันก็เป็นเรื่องปกติเพราะชนินท์ชอบแช่ท่อนเนื้อไว้ในร่องสวาทของภรรยา
เช้าวันถัดมา
วรชาก็ไปทำงานพร้อมกับอำนาจตามปกติจนเวลาผ่านไปครึ่งวันเธอก็ไม่เห็นสามีกับผลิตาก็ทนไม่ไหวจึงถามเลขาของผลิตาและอ้างว่าจะคุยเรื่องงานก็รู้ว่าวันนี้พวกเขาหยุดทำให้เธออารมณ์ไม่ดีและบังคับให้อำนาจโทรหาเจ้านาย
“คุณเต้ไม่โทรหาผมก็หมายความว่าไม่อยากให้รบกวนครับ คุณชาจำไม่ได้เหรอครับ” อำนาจรู้หน้าที่ของตัวเองว่าอะไรควรหรือไม่ควรและวาชาก็ไม่ควรลืมเช่นกัน
“แต่พี่นาจเป็นคนสนิท แค่โทรถามว่าทำไมไม่มาทำงานมันจะตายหรือไง” วรชาพูดใส่อารมณ์กับอำนาจด้วยความหงุดหงิดโมโหหึงหวงไม่อยากให้ชนินท์อยู่กับผลิตา
“คุณชาใจเย็นๆสิครับ โวยวายเสียงดังแบบนี้อยากให้ทุกคนรู้เหรอครับ” อำนาจปรามวรชาอยู่ในทีเมื่อเธอโวยวายเสียงดังแม้จะเป็นห้องทำงานแต่หน้าต่างมีหูประตูมีตาหากพลาดขึ้นมาก็บรรลัยกันไปทั้งแถบ
“ใช่ ชาอยากให้ทุกคนรู้ว่าชาเป็นเมียของเขาแล้วชาผิดตรงไหน”
“คุณชาอยู่เงียบๆเหมือนที่ผ่านมาดีกว่าครับ” อำนาจได้แต่เตือนวรชาให้อยู่ในที่ของตัวเองเหมือนที่ผ่านมา
