บทที่ 4 โปรแกรมตรวจสุขภาพพิเศษ
โปรแกรมตรวจสุขภาพพิเศษ
เสียงนิ้วมือเคาะคีย์บอร์ดสลับกับเสียงถอนหายใจยาว ๆ ของเพลงพิณดังแข่งกับเสียงจอกแจกจอแจในออฟฟิศช่วงบ่าย
เอกสารงบประมาณและแพลนงานโฆษณาของลูกค้ากองสุมอยู่เต็มโต๊ะจนแทบไม่มีที่ว่าง แต่ดวงตาคู่สวยที่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์กลับไม่ได้โฟกัสตัวเลขพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย สมองของเธอเอาแต่คิดวนเวียนอยู่กับเรื่องเมื่อเช้า ราวกับรีเพลย์เทปม้วนเดิมซ้ำไปซ้ำมา
ภาพของผู้ชายในเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดคนนั้นยังคงสลัดไม่หลุดไปจากหัว
มันเริ่มตั้งแต่วินาทีที่เธอก้าวขาเข้าไปในห้องตรวจเบอร์สี่ หมอภัทรเดชก้มมองผลตรวจเลือดกับค่าความดันของเธอแล้วคิ้วขมวดมุ่นแทบจะผูกเป็นโบว์ ใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนแรกดูนิ่ง ๆ เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นมาทันที แถมยังตวัดสายตาคมกริบมาจ้องหน้าเธอเหมือนจะจับผิด
‘คุณปล่อยให้ตัวเองโทรมขนาดนี้ได้ยังไงกันครับ คุณเพลงพิณ’
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะดุแผ่ว ๆ นำมาก่อนประโยคถัดไปที่ทำเอาเธอหน้าชา
‘ใช้ร่างกายพังขนาดนี้ แต่อวดดีบอกว่าตัวเองแข็งแรงดีมาก ถ้าหัวใจวายคาโต๊ะทำงานขึ้นมา เงินโบนัสพวกนั้นมันจะช่วยต่อชีวิตคุณได้งั้นเหรอครับ’
คำพูดตรงไปตรงมาไม่มีอ้อมค้อมของเขาทำเอาคนที่ไม่เคยยอมใครอย่างเพลงพิณถึงกับอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกไปสามวิ แต่ที่น่าโมโหกว่านั้นคือการกระทำของเขา
หมอภัทรไม่พูดเปล่า มือหนาคว้าปากกาตวัดหมึกกากบาทขีดฆ่าหัวกระดาษแผ่นเก่า ยื่นมือไปฉีกใบรายการโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีธรรมดาที่บริษัทออกให้ทิ้งลงถังขยะหน้าตาเฉย
‘คุณหมอคะ! นั่นจะทำอะไรน่ะ’ เธอโวยวายเสียงหลง
แต่คุณหมอจอมเผด็จการไม่ฟังเสียงประท้วงเลยสักนิด เขาหยิบใบสั่งตรวจฉับใหม่ขึ้นมาเขียนยัดเยียดโปรแกรมพิเศษ ให้เธอเสร็จสรรพ ทั้งตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจชุดใหญ่ เอกซเรย์ปอดอย่างละเอียด และเจาะเลือดเพิ่มแบบจัดเต็ม จนเธอต้องทุบโต๊ะประท้วง
‘ฉันไม่ตรวจ! จะตรวจอะไรเยอะแยะกะอีแค่คนทำงานออฟฟิศปวดหัวปวดหลังธรรมดา ๆ ฉันบอกแล้วไงคะว่ารีบ มีนัดลูกค้าตอนบ่าย ค่าตรวจพวกนี้บริษัทก็ไม่ได้ออกให้ในแพ็กเกจด้วย คุณหมอตั้งใจจะยัดเยียดคอร์สหาเงินเข้าโรงพยาบาลหรือไง!’
พอนึกถึงประโยคนี้ เพลงพิณที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ก็เผลอยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองเบา ๆ ผิวแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาทันตาเมื่อภาพเหตุการณ์ถัดมาแล่นเข้ามาในหัว
เพราะในตอนที่เธอวีนใส่เขา หมอภัทรไม่ได้โกรธตอบ เขารูปร่างสูงใหญ่ขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวอ้อมโต๊ะทำงานตรงเข้ามาหาเธอ ท่าทางนิ่ง ๆ แต่มีรังสีบางอย่างคุกคามจนเธอแอบกลืนน้ำลาย และก่อนที่เธอจะทันขยับหนี ฝ่ามือหนาก็วางค้ำลงบนพนักพิงเก้าอี้ที่เธอนั่ง ขังเธอไว้กับโต๊ะทำงานทันที
เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนใบหน้าอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำหอมสะอาด ๆ แนวเนื้อไม้จาง ๆ จากตัวเขาโชยเข้าจมูกจนสมองเธอเบลอไปหมด หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก สายตาคมกริบคู่ใต้กรอบตาเรียวจ้องลึกเข้ามาเหมือนจะมองให้ทะลุถึงข้างใน
ก่อนที่ริมฝีปากหยักตรงหน้าจะขยับกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกที่ทำเอาคนฟังใจสั่นสะท้าน...
“หมอเป็นห่วงคนไข้ครับ โดยเฉพาะคนไข้คนนี้”
“โอ๊ย! ยัยเพลง! แกจะไปคิดถึงประโยคบ้า ๆ นั่นทำไมเนี่ย!”
เพลงพิณหลุดอุทานเสียงดังลั่นพร้อมกับทุบโต๊ะทำงานไปทีหนึ่งจนปากกาแทบกระเด็น เพื่อนร่วมงานสองสามคนที่เดินผ่านมาถึงกับสะดุ้งหันมามอง หญิงสาวรีบดึงหน้าตึง ทำเป็นก้มหน้าก้มตาตรวจเอกสารในมือแก้เกี้ยว
“เป็นอะไรของแกฮะเพลง นั่งเหม่อหน้าดำคร่ำเครียดมาครึ่งชั่วโมงแล้ว จู่ ๆ ก็ทุบโต๊ะ ท่าทางเหมือนคนโดนของเลยนะ” เสียงของใบบัวดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวที่ทิ้งก้นลงนั่งบนเก้าอี้ข้าง ๆ ในมือถือรายงานยอดขายประจำสัปดาห์
“เปล่าไม่มีอะไร ฉันแค่เครียดเรื่องงบประมาณลูกค้าแบรนด์เครื่องสำอางน่ะ” เพลงพิณโกหกหน้าตาย
“เครียดเรื่องงานจริงเหรอ” ใบบัวหรี่ตาจับผิด ยื่นหน้าเข้ามามองใกล้ ๆ
“แต่ฉันเห็นแกจับแก้มตัวเองซะแดงแจ๋ แถมสายตาเนี่ยลอยไปถึงโรงพยาบาลเมื่อเช้าแล้วมั้ง สารภาพมาซะดี ๆ หมอภัทรเดชห้องเบอร์สี่คนนั้นทำอะไรแกอีกใช่ไหม ฉันเห็นแกเดินหน้าแดงแจ๋ออกมา แถมยังโดนสั่งโปรแกรมพิเศษยาวเหยียด หมอเขาแอบรุกอะไรแกหรือเปล่ายะ”
“จะบ้าหรือไงบัว หมอเขาจะมารุกอะไรฉันล่ะ เขาก็แค่ หมอเผด็จการที่บ้าอำนาจและชอบสั่งคนอื่นก็เท่านั้นแหละ” เพลงพิณบ่นอุบ สะบัดเสียง
“เขาบอกว่าเป็นห่วงตามหน้าที่แพทย์ ใช่! พูดตามหน้าที่นั่นแหละ ไม่มีอะไรเกินเลยหรอก แกล่ะก็คิดไปไกล”
แม้จะปากแข็งพูดไปแบบนั้น แต่ข้างในใจของเพลงพิณกลับแกว่งจนเสียศูนย์ คำว่า
‘โดยเฉพาะคนไข้คนนี้’ กับสายตาลึกล้ำคู่นั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่เลิก มันเป็นสายตาที่คุ้นเคยอย่างประหลาด น้ำเสียงท่วงทำนองการพูดที่เหมือนเคยได้ยินจากใครบางคนในอดีตสมัยมัธยมปลาย
รุ่นพี่ร่างอ้วน ใส่แว่นหนาเตอะ ขี้อาย ที่ชอบโดนเพื่อนแกล้งอยู่หลังห้องคนที่เธอเคยเดินเข้าไปขวางและปกป้องไว้ในวันนั้น ใบหน้าของคุณหมอภัทรเดชสุดฮอตในวันนี้โผล่เข้ามาซ้อนทับกับภาพเด็กชายคนนั้นในหัวของเธอโดยอัตโนมัติ
“แต่สายตาของคุณหมอตอนที่มองแกเนี่ย มันไม่ธรรมดาเลยนะเพลง” ใบบัวยังคงวิเคราะห์ต่ออย่างสนุกปาก
“ขนาดฉันมองอยู่ห่าง ๆ นอกห้องตรวจตอนที่หมอเขาเดินตามแกไปห้องคลื่นหัวใจ ฉันยังรู้สึกได้ถึงรังสีแปลก ๆ เลย แกคิดดูดิ ระดับศัลยแพทย์มือหนึ่งคิวทอง ยอมสละเวลาเดินตามคนไข้ดื้อ ๆ คนหนึ่งไปคุมการตรวจด้วยตัวเองเนี่ยนะ ถ้าไม่ใช่เพราะแก พิเศษจริง ๆ หมอเขาไม่ทำหรอกย่ะ!”
“หยุดพูดเลยบัว งานการไม่มีทำหรือไง เอาเอกสารงบประมาณมาให้ฉันดูได้แล้ว!” เพลงพิณรีบตัดบท ดึงกระดาษจากมือเพื่อนมาเปิดดูเพื่อเปลี่ยนเรื่อง แต่ว่าปลายนิ้วเรียวที่กำลังพลิกหน้ากระดาษกลับยังคงสั่นน้อย ๆ
เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะจดจ่ออยู่กับตัวเลขตรงหน้า รวบรวมสมาธิทั้งหมดกลับเข้าสู่โหมดการทำงาน ทว่าทุกครั้งที่เผลอ
ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมแนวเนื้อไม้ และน้ำเสียงกระซิบหน้านิ่งของหมอภัทรเดช ก็จะลอยเด่นขึ้นมาตัดหน้าเรื่องงานอยู่เรื่อย
โปรแกรมตรวจสุขภาพพิเศษ ที่เขาจัดให้เธอในวันนี้ ดูท่าจะไม่ใช่แค่การตรวจร่างกายเสียแล้วแต่มันกำลังเข้ามาตรวจจับและปั่นป่วนระบบหัวใจของเธอทีละน้อย โดยที่คุณหมอสายรุกคนนั้นตั้งใจทำมันอย่างเปิดเผยที่สุด
