บทที่ 5 อัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ
อัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ
หลังจากโดนคำขู่แกมบังคับของหมอจอมเผด็จการเล่นงานจนอยู่หมัด เพลงพิณก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลากสังขารและอารมณ์บูด ๆ ของตัวเองมาเปลี่ยนเป็นเสื้อคลุมของโรงพยาบาล แล้วเข้ามานอนแหง็กอยู่บนเตียงคนไข้ในห้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเบอร์หกตามคำสั่ง
พยาบาลสาวสองคนเข้ามาช่วยจัดการติดสายสัญญาณตรวจจับคลื่นหัวใจตามจุดต่าง ๆ บนร่างกายของเธออย่างคล่องแคล่ว แผ่นเจลเย็น ๆ ที่แปะลงบนผิวทำให้เธอสะดุ้งน้อย ๆ แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ มากกว่ากลับเป็นประโยคที่พยาบาลทิ้งท้ายไว้ก่อนเดินเลี่ยงไปจัดการเอกสารที่มุมห้อง
‘เดี๋ยวรอกราฟคลื่นหัวใจนิ่งสักครู่นะคะ คุณหมอภัทรเดชแจ้งว่าจะเข้ามาดูการตรวจและฟังเสียงหัวใจด้วยตัวเองค่ะ’
“จะมาดูด้วยตัวเองทำไมกันซะทุกเรื่องนะ” เพลงพิณนอนบ่นอุบกับเพดานห้อง ตะแคงหน้ามองหน้าจอแสดงผลข้างเตียงที่มีเส้นกราฟขยับขึ้นลงเป็นจังหวะพร้อมเสียงแจ้งเตือนเบา ๆ
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
หมอคนนี้ว่างงานขนาดนั้นเลยหรือไงกัน ทั้งที่เป็นถึงศัลยแพทย์มือหนึ่งแท้ ๆ โรงพยาบาลนี้ไม่มีคนไข้คนอื่นให้ผ่าตัดแล้วหรืออย่างไร ถึงได้มีเวลาว่างมาคอยตามจิก ตามต้อนคนไข้ตรวจสุขภาพธรรมดา ๆ แบบเธอไม่เลิกรา หรือเขาจะจงใจแกล้งปั่นหัวเธอเพื่อความสนุกส่วนตัวจริง ๆ
แกรก...
เสียงเปิดประตูห้องตรวจดังขึ้นเบา ๆ จังหวะการก้าวเท้าที่สม่ำเสมอและมั่นคงเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ที่ข้างเตียงคนไข้ โดยไม่ต้องหันไปมอง
เพลงพิณก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร เพราะกลิ่นน้ำหอมแนวเนื้อไม้ที่แฝงความสะอาดและสุขุมอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาโชยนำมาก่อนตัวเสียอีก หมอภัทรเดชในชุดเสื้อกาวน์ตัวสว่างขยับเข้ามาใกล้ สายตาคมกริบคู่ใต้กรอบตาเรียวทอดมองร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงช้า ๆ ก่อนจะเลื่อนไปมองหน้าจอแสดงผลคลื่นหัวใจที่ส่งเสียงเตือนถี่ขึ้นกว่าเดิมทันทีที่เขาปรากฏตัว
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ดๆๆๆ...
“ดูเหมือนสัญญาณเตือนจากเครื่องมือแพทย์จะไม่โกหกนะครับ คุณเพลงพิณ” น้ำเสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาจากปากหยัก หมอภัทรเดชกอดอกขยับเข้ามาใกล้เตียงอีกหนึ่งก้าวใหญ่
“นอนพักอยู่บนเตียงเฉย ๆ แต่หัวใจยังเต้นเร็วและทำงานหนักขนาดนี้ มีเรื่องอะไรให้คิดมากอยู่หรือเปล่าครับ”
เพลงพิณที่นอนเกร็งอยู่บนเตียงหันไปถลึงตาใส่เขาอย่างไม่ยอมแพ้
“ฉันไม่ได้คิดมากอะไรทั้งนั้นค่ะคุณหมอ นอกจากเรื่องที่อยากจะตรวจไอ้โปรแกรมพิเศษของคุณหมอให้เสร็จไว ๆ จะได้รีบกลับไปทำงานสักที”
“งั้นเหรอครับ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วหนา แววตาพราวระยับอย่างผู้ชนะที่เห็นอาการเลิกลั่กของอีกฝ่าย
เขาใช้สิทธิ์ความเป็นแพทย์รุกคืบเข้ามาใกล้ขอบเตียงอีกจนหัวเข่าแทบจะชนกับฟูกนอน มือหนาเอื้อมไปหยิบหูฟังแพทย์ที่คล้องอยู่บนคอขึ้นมาขยับใส่ ท่าทางนิ่งขรึมจริงจังในวิชาชีพถูกยกขึ้นมาบังหน้า ทว่าสายตาที่จ้องมองมายังคนไข้ดื้อรั้นกลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
“ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการตรวจร่างกายและฟังเสียงหัวใจอย่างละเอียดนะครับ กรุณานอนนิ่ง ๆ และหายใจเข้าออกลึก ๆ”
หมอภัทรเดชโน้มตัวลงมาหาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงอย่างกะทันหัน เพลงพิณถึงกับลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะเมื่อใบหน้าหล่อเหลาคมคายขยับเข้ามาใกล้จนอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ใกล้เสียจนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นและลมหายใจอุ่นร้อนของเขาที่เป่ารดอยู่แถวพวงแก้มใสที่บัดนี้ซับสีเลือดแดงซ่านขึ้นมาทันตา
มือหนาขยับดึงรั้งสาบเสื้อคลุมโรงพยาบาลของเธอออกเล็กน้อยอย่างนุ่มนวล แต่หนักแน่น ก่อนจะทาบตัวหูฟังโลหิตเย็นเฉียบลงบนหน้าอกข้างซ้ายของเธอตรงตำแหน่งหัวใจพอดี
สัมผัสเย็นเยียบของเครื่องมือแพทย์บวกกับความชิดใกล้ที่ชวนหายใจไม่ทั่วท้องทำเอาเพลงพิณเกร็งตัวแข็งทื่อ หัวใจภายในอกข้างซ้ายกระตุกรัวและเริ่มเต้นกระหน่ำโครมครามราวกระกลองศึกรบ บรรยากาศรอบกายเงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน และแน่นอน สัญญาณชีพจรบนหน้าจอมอนิเตอร์พุ่งกระฉูดรัวเร็วปานจะระเบิด
ติ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!
หมอภัทรเดชแช่หูฟังแพทย์ค้างไว้เนิ่นนาน แกล้งขยับเลื่อนตำแหน่งช้า ๆ ผิวเนื้อที่เฉียดใกล้ทำเอาใจเธอสั่นสะท้าน
จังหวะนั้นเอง ใบหน้าคมคายของเขาขยับเอียงเล็กน้อย แก้มสากของเขาแทบจะชนกับแก้มเนียนของเธอ เพลงพิณได้แต่เบิกตาค้าง จ้องมองแผงอกกว้างและป้ายชื่อของเขาที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกสับสนปนเปจนสมองเบลอไปหมด
เขารู้... เขารู้แน่ ๆ ว่าหัวใจเธอเต้นแรงขนาดนี้เพราะใคร
คุณหมอหนุ่มลอบยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจลึก ๆ ก่อนจะผละใบหน้าออกช้า ๆ เลื่อนหูฟังออกจากหน้าอกเธอแต่ยังไม่ยอมถอยห่าง ร่างสูงใหญ่ยังคงโน้มค้ำเตียงกักขังเธอไว้ด้วยสายตาคมกริบดิ่งลึกที่จ้องจับผิดใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงลามไปจนถึงใบหู
“หัวใจเต้นเร็วร้อยยี่สิบครั้งต่อนาที นี่ขนาดนอนเฉย ๆ นะครับ” หมอภัทรเดชกระซิบถามเสียงนุ่มลึก สายตาจับจ้องที่ริมฝีปากอิ่มที่เม้มแน่นของเธอ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับดวงตาคู่สวยตรง ๆ
“หัวใจเต้นเร็วขนาดนี้ คิดอะไรกับหมอหรือเปล่าครับคนไข้”
คำถามแซวหน้านิ่งแต่รุกแรงทะลุกรอบทำเอาเพลงพิณหัวใจแทบวายจริง ๆ เธอรีบยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างภายใต้เสื้อกาวน์ของเขาให้ออกห่างด้วยความลนลาน
“ค... คุณหมอ! พูดจาเหลวไหลอะไรคะ ฉันตื่นเต้นเพราะกลัวคุณหมอจะวินิจฉัยมั่วต่างหากค่ะ! แล้วก็กรุณาถอยออกไปห่าง ๆ ด้วย ฉันอึดอัด”
หมอภัทรเดชยอมยืดตัวขึ้นเต็มความสูงขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าว ทว่ารอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา เขาหยิบแผ่นรายงานผลคลื่นหัวใจที่พิมพ์ออกมาจากเครื่องส่งให้พยาบาลที่ทำหน้าเลิกลั่กอยู่มุมห้อง
“ผลคลื่นหัวใจเบื้องต้นไม่มีอะไรน่าห่วงครับ แต่ชีพจรที่เต้นเร็วเกินไปเวลาอยู่ใกล้หมอ หมอขอวินิจฉัยว่าเป็นอาการแทรกซ้อนทางความรู้สึก ที่คนไข้ต้องกลับมาให้หมอตรวจเช็กอย่างละเอียดทุกสัปดาห์ตามนัดครับ”
“คุณหมอภัทรเดช!” เพลงพิณเค้นเสียงเรียกชื่อเขาอย่างเหลืออด คว้าเสื้อคลุมมาปิดอกตัวเองแน่น จ้องมองคุณหมอสายรุกหน้านิ่งคนนี้ด้วยความโมโหที่ทำอะไรเขาไม่ได้เลยสักอย่าง นอกจากปล่อยให้หัวใจของตัวเองเต้นผิดจังหวะเพราะผู้ชายคนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
