บทที่ 7 สายสืบโซเชียล (2)
สายสืบโซเชียล
เสียงเล็ก ๆ แต่ทรงพลังของยัยเด็ก ม.1 ตัวกะเปี๊ยบตวาดลั่น เพลงพิณในวัยสิบหกปีเดินดุ่ม ๆ เข้าไปแทรกกลาง ขยับตัวบังรุ่นพี่ ม.6 ร่างอ้วนคนนั้นไว้ทันที แววตาดุดันและท่าทางกางปีกปกป้องแบบไม่กลัวเจ็บของเด็ก ม.ต้น คนหนึ่ง ทำให้พวกกลุ่มเกเรสะดุ้งชะงัก แม้จะฮึดฮัดใส่แต่เพราะกลัวเด็กมันจะวิ่งไปฟ้องฝ่ายปกครอง พวกนั้นจึงยอมสบถด่าแล้วเดินเลี่ยงหนีไป
เพลงพิณถอนหายใจยาว ก่อนจะหันกลับมามองคนบนพื้น เธอหยิบแว่นตาสายตาหนาเตอะที่เลนส์ร้าวขึ้นมาเช็ดฝุ่นให้ แล้วยื่นส่งให้รุ่นพี่ตัวยักษ์ตรงหน้า
‘พี่เป็นอะไรไหมคะ แว่นร้าวหมดเลย เอาไปใส่ประคองตัวก่อนเถอะค่ะ ทีหลังถ้าพวกนั้นมารังแกอีก พี่บอกหนูเลยนะ หนูชื่อเพลงพิณ ม.1/2 เดี๋ยวหนูไปแจ้งอาจารย์ให้เอง’
รุ่นพี่ร่างอ้วน ม.6 คนนั้นยื่นมือหนา ๆ ที่สั่นระริกมารับแว่นไปสวม วินาทีที่เขาเงยใบหน้าอ้วนกลมเปื้อนคราบน้ำตาและเหงื่อไคลขึ้นมาสบตากับเด็ก ม.1 ที่ตัวสูงยังไม่ถึงอกของเขาตรง ๆ ดวงตาคู่คมที่ซ่อนอยู่หลังเลนส์หนาเตอะคู่นั้นจ้องมองเธอแน่นิ่ง มันเป็นสายตาที่ลึกล้ำ เต็มไปด้วยความรู้สึกสับสน พลุ่งพล่าน และฝังใจอย่างรุนแรงแบบที่เธอจำได้ขึ้นใจจนถึงทุกวันนี้
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ เมื่อเธอพยายามกดค้นหาข้อมูลรูปถ่ายในอดีตหรือทำเนียบรุ่นปีนั้นของเขาในกลุ่มศิษย์เก่า สิ่งที่เธอพบกลับมีเพียงความว่างเปล่า รายชื่อของภัทรเดชในระบบของโรงเรียนมีอยู่จริง แต่ช่องรูปถ่ายประจำตัวกลับเป็นเพียงกรอบรูปสีเทาว่าง ๆ ไม่มีภาพถ่ายในอดีตเลยแม้แต่ภาพเดียว รูปภาพกิจกรรมหมู่ของห้องเรียนปีนั้นเกือบทั้งหมดที่มีเขาติดอยู่ กลับถูกลบหายไปจากระบบอย่างน่าสงสัย เหลือแต่ภาพปัจจุบันในเสื้อกาวน์ที่หล่อไร้ที่ติ
เพลงพิณสะบัดหัวไล่ความคิดบ้า ๆ นั้นทิ้งไปทันที
“ไม่จริง ๆ ยัยเพลง แกคิดมากจนหลอนไปใหญ่แล้ว! หมอภัทรเนี่ยนะจะใช่พี่แว่นอ้วนดำขี้แยคนนั้น หมอภัทรเดชหล่อล่ำ ร่างทอง สูงใหญ่ ออร่ากระจายขนาดนั้น ผิวพรรณก็ดี หุ่นก็แน่นปั๊กไม่มีไขมันสักส่วน จะกลายมาจากรุ่นพี่เนิร์ด ม.6 คนนั้นได้ยังไงกัน”
เพราะมัวแต่คิดเรื่องหมอจนปวดหัว เพลงพิณเลยสลัดความฟุ้งซ่านแล้วกลับมาบ้างานต่อเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป หญิงสาวลุยสะสางงานที่ค้างคาอย่างบ้าคลั่ง นิ้วเรียวรัวพิมพ์เอกสารไม่หยุดหย่อน ใครไลน์มาเรื่องงานเธอก็ตอบกลับทันควันในสามวิ ความเครียดและความกดดันจากยอดขายไตรมาสนี้ทำให้เธอเลือกที่จะเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนของร่างกาย
เวลาล่วงเลยไปจนบ่ายคล้อย เพลงพิณยังคงนั่งปักหลักอยู่บนเก้าอี้ทำงาน ตัวเลขงบประมาณโฆษณาบนหน้าจอยังคงวิ่งผ่านตาไปเรื่อย ๆ เธอเบลอและเหนื่อยล้าจนลืมกินข้าวเที่ยงไปเสียสนิท สิ่งเดียวที่ส่งลงท้องมีเพียงกาแฟอเมริกาโน่เข้มข้นแก้วที่สามของวันชงประชดชีวิตตามความเคยชิน
และแล้ว ร่างกายที่พังจากการนอนดึกสะสมและขาดสารอาหารก็เริ่มประท้วงจริง ๆ ตามที่หมอภัทรเคยเตือนไว้ไม่มีผิด
จู่ ๆ เพลงพิณก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้างอย่างรุนแรง อาการปวดหัวตึบแล่นพล่านขึ้นมาทันที หัวใจภายในอกข้างซ้ายเริ่มเต้นสั่นรัวกระหน่ำจนรู้สึกจุกแน่นหน้าอก มือเรียวที่จับเมาส์เริ่มสั่นเทาจนบังคับทิศทางไม่ได้ สายตาที่เคยคมชัดพร่าเลือนจนมองตัวอักษรบนจอคอมพิวเตอร์กลายเป็นภาพซ้อน
“อึก” หญิงสาวครางออกมาเบา ๆ พยายามจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำ แต่มือกลับอ่อนแรงจนปัดแก้วเซรามิคเกือบตกโต๊ะ ร่างกายของเธอเอนเอียงและทรงตัวไม่อยู่ คล้ายหน้ามืดกำลังจะวูบดิ่งตกจากเก้าอี้ทำงานไปเสียตรงนั้น
“เฮ้ย! ยัยเพลง!”
เสียงอุทานด้วยความตกใจของใบบัวดังลั่นขึ้นมาทันเวลา พร้อมกับร่างของเพื่อนสนิทที่ถลันกายเข้ามาประคองแผ่นหลังบางของเพลงพิณเอาไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่หัวจะฟาดโต๊ะ ใบบัวรีบคว้าตัวเพื่อนสาวที่หน้าซีดเผือดไร้สีเลือดเอาไว้แน่น
“เพลง! แกเป็นอะไร ทำไมหน้าซีดเป็นไก่ต้มขนาดนี้ มือเย็นเฉียบเลย!” ใบบัวโวยวายด้วยความตกใจ พัดกระดาษในมือรัว ๆ ให้เพื่อน
“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าอย่าบ้างานจนเกินไป คืนก่อนก็อยู่ถึงตีสาม วันนี้ข้าวเที่ยงก็ยังไม่ตกถึงท้อง ดื่มแต่กาแฟดำประชดชีวิต ถ้าแกหัวใจวายตายไปจริง ๆ ใครจะอยู่หารค่าห้องกับฉันฮะ!”
เพลงพิณหลับตาแน่น เอนหัวซบกับไหล่เพื่อนสนิท สูดหายใจเข้าออกลึก ๆ พยายามตั้งสติ
“ฉัน ฉันแค่หน้ามืดนิดหน่อยบัว นั่งพักแป๊บเดียวก็หาย...”
ก๊อก ๆ ๆ!
ยังไม่ทันที่เพลงพิณจะหายใจได้ทั่วท้อง เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของพนักงานส่งของที่เดินถือถุงกระดาษแบรนด์หรูสีขาวสะอาดตาเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปร้อน ๆ โชยกระจายออกมาจนคนลืมกินข้าวอย่างเพลงพิณท้องร้องประท้วงทันที
“ขอโทษครับ มีอาหารคลีนเพื่อสุขภาพมาส่งให้คุณเพลงพิณครับ สั่งระบุชื่อและห้องทำงานด่วนพิเศษครับ” พนักงานส่งของวางถุงกระดาษลงบนโต๊ะก่อนจะเดินออกไป
