บทที่ 8 สายสืบโซเชียล (3)

สายสืบโซเชียล

ใบบัวขมวดคิ้ว รีบถลันไปเปิดถุงดูทันที ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นกล่องอาหารคลีนแบรนด์ดังราคาแพงระยับ พร้อมกับชานมไข่มุกสูตรหวาน 0% และแผงยาบำรุงโลหิตที่คุ้นตา และที่สำคัญที่สุด มีกระดาษโน้ตสีเหลืองพาสเทลเล็ก ๆ แปะอยู่ด้านหน้ากล่อง

“เฮ้ยเพลง! นี่มันอะไรเนี่ย มีหนุ่มที่ไหนส่งมาอนุบาลแกวะ” ใบบัวดึงโน้ตแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านเสียงดังลั่น

‘ถ้ายังอยากอยู่ใช้เงินโบนัสปลายปี กรุณาทานข้าวเที่ยงให้หมดกล่องและทานยาบำรุงตามที่หมอสั่งด้วยครับ หวังว่าคนไข้จะไม่ดื้อแอบเททิ้งนะครับ - หมอเบอร์ 4’

เพลงพิณที่หน้าซีด ๆ ถึงกับหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันตาจนซับสีเลือดแดงซ่าน เธอคว้ากระดาษโน้ตแผ่นนั้นมาจากมือเพื่อน ลายมือบนกระดาษถูกเขียนด้วยปากกาหมึกซึมสีดำ เป็นตัวอักษรหวัดเฉียบคมทว่าทรงพลัง ลายมือเดียวกับหมอจอมเผด็จการคนนั้นไม่ผิดแน่!

“หมอภัทรเดช” เพลงพิณเหวอไปเลย หันไปจ้องจับผิดเพื่อนสนิททันที

“บัว! หมอนั่นรู้ได้ยังไงว่าฉันยังไม่ได้กินข้าว และรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่ห้องทำงานนี้! แกใช่ไหม แกเป็นคนบอกเขา!”

ใบบัวทำหน้าเลิกลั่ก เอานิ้วชี้ชนกัน ท่าทางมีพิรุธสุด ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ยอมสารภาพเสียงอ่อย

“แหม!!! ยัยเพลง หมอเขาเป็นห่วงแกหรอกน่า! ก็เมื่อกี้คุณหมอภัทรเดชเขาไลน์ส่วนตัวมาหาฉันเพื่อติดต่อติดตามอาการของแก แล้วเขาก็ถามว่าแกยอมกินข้าวหรือยัง พอฉันบอกว่าแกยังไม่ยอมกินและบ้างานฟึดฟัด หมอเขาก็เลยสั่งไรเดอร์จัดส่งอาหารกล่องนี้มาดักคอแกทันที แถมยังแถมชานมไข่มุกหวานศูนย์เปอร์เซ็นต์มาให้ฉันเป็นค่าสายสืบด้วยหมอเขาแสนดีขนาดนี้ แกยอม ๆ กินไปเถอะน่า!”

“ยัยเพื่อนทรยศ! แกเห็นแก่ชานมแก้วเดียวจนยอมขายเพื่อนเลยเหรอ!” เพลงพิณบ่นอุบ แต่ขัดใบบัวที่แกะกล่องข้าวพร้อมส่งช้อนใส่มือไม่ได้ สุดท้ายเธอก็ต้องยอมตักข้าวคลีนเข้าปากคำแรกด้วยความรู้สึกปั่นป่วนใจอย่างถึงที่สุด

หมอคนนี้ ราวกับมีตาทิพย์คอยตามจิกตามต้อนเธออยู่ตลอดเวลา แม้ตัวจะไม่ได้อยู่ใกล้ แต่เขาก็ยังแผ่อำนาจเผด็จการมาควบคุมชีวิตเธอถึงที่ทำงาน!

หลังจากโดนใบบัวบังคับขู่เข็ญจนยอมทานข้าวคลีนหมดกล่องและกลืนยาบำรุงโลหิตเม็ดโตลงท้องไป ร่างกายของเพลงพิณก็เริ่มกลับมามีเรี่ยวแรงขึ้นทีละน้อย อาการหน้ามืดและใจสั่นรัวเริ่มทุเลาลง หญิงสาวนั่งพิงพนักเก้าอี้ทำงาน ถอนหายใจยาวพลางมองกระดาษโน้ตสีเหลืองในมือด้วยความรู้สึกสับสน

ครืด... ครืด...

จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือส่วนตัวที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืดคราดแจ้งเตือนว่ามีข้อความเข้า เพลงพิณเอื้อมมือไปกดเปิดหน้าจอระบบแจ้งเตือน และพบว่ามีบัญชีไลน์ปริศนาที่ไม่มีรูปโปรไฟล์ ทว่าชื่อแอคเคาท์กลับตั้งไว้อย่างชัดเจนจนคนอ่านต้องใจกระตุก

‘Phattradech.A’

หญิงสาวรีบกดเข้าไปเปิดอ่านแชตทันทีด้วยหัวใจที่เริ่มกลับมาเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง ข้อความแรกที่ส่งมาสั้น ๆ แต่ได้ใจความระบุว่า:

Phattradech.A: “ทานข้าวหมดกล่องและทานยาหรือยังครับ?”

เมื่อเห็นคำถามแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแบบนั้น เพลงพิณที่เพิ่งหายป่วยก็ดึงมาดสาววีนกลับมาทันที นิ้วเรียวรัวพิมพ์ข้อความตอบกลับเป็นชุดด้วยความโมโหที่โดนคุกคามความเป็นส่วนตัว

Plengpin: “ทานหมดแล้วค่ะคุณหมอ! แล้วนี่คุณหมอไปเอาไลน์ส่วนตัวของฉันมาจากไหนคะ? โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังขนาดนั้น ปล่อยให้แพทย์เอาข้อมูลคนไข้มาใช้ส่วนตัวคุกคามความเป็นส่วนตัวแบบนี้ได้ยังไงกันคะ! ฉันมีสิทธิ์ฟ้องร้องเรียนคุณหมอได้เลยนะคะ!”

เธอพิมพ์รัวเร็วส่งไปเป็นชุดใหญ่เพื่อหวังจะให้อีกฝ่ายรู้สึกสลดและยอมถอยห่าง แต่ทว่า... ฝั่งคุณหมอสายรุกกลับขึ้นสถานะอ่านทันทีในสามวินาที ก่อนจะมีข้อความพิมพ์ตอบกลับมาหน้านิ่ง ๆ ตามสไตล์เผด็จการของเขาอย่างรวดเร็ว

Phattradech.A: “หมอไม่ได้เอาข้อมูลระบบมาใช้ครับ หมอขอไอดีไลน์คุณมาจากคุณใบบัวอย่างถูกต้อง โดยมีชานมไข่มุกเป็นข้อแลกเปลี่ยนครับ”

“ยัยบัวนะยัยบัว!” เพลงพิณหันไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทที่นั่งดูดชานมไข่มุกทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่มุมห้อง ก่อนจะหันมารัวแป้นพิมพ์ต่อ

Plengpin: “ถึงอย่างนั้นคุณหมอก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งมาวุ่นวายกับชีวิตฉันนอกเวลาโรงพยาบาลค่ะ! ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันสบายดี ร่างกายแข็งแรงดี ที่หน้ามืดเมื่อกี้ก็แค่เพราะพักผ่อนน้อย ไม่จำเป็นต้องมาตามจิกตามสั่งขนาดนี้!”

เพลงพิณพิมพ์จบก็กอดอก นึกสะใจในใจว่าคำพูดตัดรอนของเธอจะทำให้คุณหมอมาดนิ่งคนนั้นยอมหุบปากและเลิกยุ่งกับเธอเสียที แต่ว่าไม่ถึงสิบวินาทีต่อมา หน้าจอโทรศัพท์ก็เด้งข้อความยาวเหยียดข้อความหนึ่งกลับมาจากฝั่งหมอภัทรเดช ข้อความที่ทำเอาคนอ่านอย่างเพลงพิณถึงกับเบิกตาค้าง สมองเบลอหน้าร้อนผ่าวไปถึงใบหูทันทีที่อ่านจบ

Phattradech.A: “หมอไม่ได้ตามจิกครับ หมอแค่กำลังติดตามอาการระบบหัวใจของคนไข้ตามหน้าที่แพทย์ที่ดี เพราะผลตรวจคลื่นหัวใจเบื้องต้นชี้ชัดว่า ระบบหัวใจของคุณมีความผิดปกติและเต้นรัวแรงเกินไปเวลาอยู่ใกล้หมอ หมอเลยจำเป็นต้องทักแชตมาเช็กดูให้แน่ใจ ว่าถ้าเราอยู่ไกลกันขนาดนี้ อาการหัวใจเต้นรัวของคนไข้ดื้อรั้นคนนี้ มันจะยอมหายไปรึเปล่าครับ”

“กรี๊ดดดดด!”

เพลงพิณอ่านข้อความจบถึงกับหลุดกรีดร้องออกมาแบบไม่มีเสียง หญิงสาวทิ้งโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะทำงานราวกับมันเป็นของร้อน รีบยกสองมือขึ้นกุมแก้มตัวเองที่บัดนี้ร้อนจัดจนแทบจะระเบิดคาออฟฟิศ ร่างบางบิดตัวไปมาอยู่บนเก้าอี้ทำงานด้วยความเขินปนเปกับความโมโหที่เถียงคำพูดคลั่งรักหน้านิ่งของเขาไม่ได้เลยสักคำ!

มุกหยอดหน้าตายผ่านตัวอักษรของคุณหมอสายรุกคนนี้ มันช่างอันตรายและวินาศสันตะโรต่อระบบอัตราการเต้นของหัวใจเธอมากกว่าการบ้างานร้อยเท่าพันเท่าเลยทีเดียว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป