บทที่ 11 11
“ทำไม เพราะนายกับขวัญรักกันหรือไง” เตชินท์ยังคงพูดด้วยท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวเช่นเดิม เพราะคิดอยู่แล้วว่าเตวิชจะต้องมาคุยด้วยเรื่องนี้ และแน่นอนว่าเขาเองก็เตรียมการที่จะรับมือกับน้องชายแล้ว
“พี่ก็รู้นี่ว่าผมคิดไงกับขวัญ ถ้าอย่างนั้น พี่ไปบอกคุณย่าได้ไหมว่าพี่แต่งงานกับขวัญไม่ได้” พูดกับพี่ชายแทบจะอ้อนวอน แต่ท่าทีนิ่งเฉยของพี่ก็ทำให้เขาเองอดแปลกใจไม่ได้เช่นกัน
“ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณพ่อขอมา และท่านก็เป็นคนเอ่ยปากกับฉันด้วยตัวเอง” เตชินท์พูดออกไปตามตรง แม้ไม่ได้อยากทำร้ายจิตใจใคร แต่ในเมื่อมันเป็นข้อตกลงที่เคยให้ไว้กับผู้เป็นพ่อ ถึงเวลานี้ เขาก็ต้องทำตามที่เคยรับปากไว้
“หมายความว่าไง พ่อก็ตายไปนานแล้ว พี่จะเอาเรื่องนี้มาผูกมัดขวัญไม่ได้” เตวิชพูดด้วยความโมโห เขาเคารพไตรภพมาตลอด แต่กับเรื่องนี้ ชายหนุ่มไม่เห็นด้วย
“เล็ก! พูดถึงพ่อให้มันดีๆ หน่อย นายลืมไปแล้วเหรอว่าคนที่ช่วยชีวิตขวัญขึ้นมาก็คือพ่อ และพ่อก็ต้องการให้ฉันรับหน้าที่ดูแลขวัญต่อจากท่าน นายก็แค่ทำตามสิ่งที่พ่อต้องการแค่นั้น” เตชินท์พูดด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
“พูดอย่างกับขวัญเป็นของเล่น จะยกให้ใครก็ได้ ตอนนี้ ขวัญโตแล้ว ควรจะมีสิทธิ์ได้เลือกชีวิตด้วยตัวเอง รวมถึงเรื่องนี้ด้วย ขวัญควรจะได้แต่งงานกับคนที่ขวัญรัก” เตวิชไม่ยอมแพ้ เขายังคงมั่นใจว่าชีวิตที่ดีคือชีวิตที่คนเราควรได้เลือกด้วยตนเอง
“แล้วขวัญได้บอกนายหรือเปล่าว่าเธอยอมตกลงที่จะแต่งงานกับฉัน เพราะเธออยากตอบแทนบุญคุณ”
เตชินท์พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบจนเตวิชพูดไม่ออก เพราะท้ายที่สุดแล้วไอวารินเองก็ยอมรับข้อเสนอแต่โดยดี
“ขวัญอาจจะยอมเพราะไม่มีทางเลือก ขวัญเคยมีปัญหาอะไรที่ไหน แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆ แล้วขวัญเสียใจ และที่แน่ๆ คือขวัญไม่ได้อยากแต่งงานกับพี่แม้แต่น้อย” ที่ผ่านมา เตวิชเองก็เป็นคนที่แทบไม่มีสิทธิ์มีเสียงหรือขัดใจใครในบ้านหลังนี้มาก่อน แต่กับเรื่องนี้ เขาเองก็ยอมไม่ได้เช่นกัน
“แล้วยังไง จะไปขัดคำสั่งคุณย่าอย่างนั้นเหรอ นายก็รู้ว่าคุณย่าท่านเป็นยังไง ฉันไม่ต้องการให้มีเรื่องไปกระทบกระทั่งคุณย่า” ผู้เป็นพี่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทุกคนในบ้านรู้ดีว่าคุณหญิงโสภิตามีโรคหัวใจเป็นโรคประจำตัว จึงรู้ดีว่าไม่ควรนำเรื่องเครียดไปทำให้ท่านกระทบกระเทือนจิตใจท่าน
“แต่ผมรักขวัญ รักมาตลอด…” เตวิชพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“รักได้ก็เลิกรักได้ ถ้านายกับขวัญยังไม่เกินเลยกันถึงขั้นนั้น…”
เตชินท์พูดด้วยสายตาจับจ้อง เขาไม่รู้ว่าระหว่างเตวิชกับไอวารินไปถึงขั้นไหนแล้ว เพราะทั้งคู่ต่างก็ออกไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ แม้จะไม่เคยออกปากว่าชอบกันก็เถอะ
“หยุดดูถูกขวัญได้แล้ว! ผมกับขวัญ เราสองคนไม่เคยมีอะไรเกินเลยต่อกัน แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่พี่จะมาเอาตัวขวัญไปได้ง่ายๆ” มองหน้าผู้เป็นพี่อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา พี่ชายที่เคยใจดี อบอุ่น เวลานี้กลับต่างไปอย่างเป็นคนละคน ดูไม่รับฟังเหตุผลอะไรนอกเสียจากคิดแต่ว่าจะทำตามคำสั่งของผู้ใหญ่ โดยที่ไม่สนใจว่าน้องชายอย่างเขาจะทรมานแค่ไหน
“ไม่เคยก็ดี งั้นก็จะยิ่งตัดใจได้ง่ายขึ้น อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย” แล้วหันมาเปิดแฟ้มเอกสารอีกครั้ง ราวกับว่าเตวิชเป็นธาตุอากาศที่เขาไม่ได้สนใจอีกต่อไป
“ที่พูดง่ายๆ แบบนี้คงเพราะพี่ไม่เคยมีความรักสินะ หรือที่ทำอยู่ก็เพราะแค่อยากเอาชนะผมหรือเอาชนะขวัญเท่านั้น ทำไปทำไม ในเมื่อก็รู้ว่าจะทำให้คนอื่นต้องทรมาน”
เตวิชเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ คนอย่างเตชินท์มีเพียบพร้อมทุกอย่าง จะมีเมียกี่คนก็ยังได้ แต่กลับมายอมทำตามผู้ใหญ่ที่สั่งให้แต่งงานกับเด็กในบ้านเช่นนี้ ถ้าไม่ได้เกลียดกันมาก่อนเขาเองก็ไม่อยากจะคิดว่าหรือจริงๆ แล้วพี่ชายกำลังแอบรักไอวารินอยู่กันแน่!
“หรือว่าพี่แอบรักขวัญ” เอ่ยถามขึ้นอย่างใจคิดทันที เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าเหตุผลที่แท้จริงของเตชินท์คืออะไรกันแน่
“หึ สำหรับฉัน ความรักมันไม่มีจริง และถ้าต้องรักใครสักคนแล้วเป็นบ้าแบบนาย ฉันขอไม่มีความรักดีกว่า เพราะนายเป็นแบบนี้ไงเล็ก อ่อนแอ คุณย่ากับคุณแม่เลยไม่ไว้ใจให้นายได้ตัดสินใจอะไรเองสักที”
เตชินท์พูดออกไปราวกับต้องการกรีดแผลในใจน้องชาย สำหรับเขา เตวิชเป็นเด็กเก่งในทุกเรื่อง แต่มักจะใจร้อนไม่ฟังใคร ทำให้ในหลายๆ ครั้งตัดสินใจผิดพลาดและต้องคอยให้ผู้ใหญ่ตามแก้ปัญหาเสมอ
“ได้ ถ้าพี่ยืนยันว่าจะแต่งงานกับขวัญ งั้นผมจะไปคุยกับคุณหญิงย่าเอง” เตวิชพูดอย่างหมายมั่น ในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว เขาจะไม่ยอมถอยง่ายๆ แน่
“ก็ลองดู”
เตชินท์นิ่งไปอย่างไม่อยากจะสนใจอีก ใช่ว่าเขาจะรู้สึกดีที่ต้องมีปัญหากับน้องชาย แต่ในเมื่อเรื่องราวมันเป็นเช่นนี้ นี่ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งบททดสอบที่เตวิชจะต้องผ่านพ้นมันไปให้ได้
