บทที่ 5 5
เตวิชใช้เวลาไม่นานก็พาไอวารินมาถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันเดินเข้าไปในครัวใหญ่ของบ้านเพื่อนำขนมที่ซื้อมาฝากคนทั้งบ้านไปเก็บให้เรียบร้อย
“ที่จริง คุณเล็กไม่ต้องเข้ามาในครัวก็ได้นะคะ ขวัญถือมาคนเดียวได้” พูดอย่างเกรงใจ เพราะถึงจะสนิทกันแค่ไหน แต่เตวิชก็ถือว่าเป็นลูกชายของเจ้าของบ้านหลังนี้อยู่ดี
“พูดเหมือนฉันเป็นเด็กทำอะไรไม่เป็นอย่างนั้น” เตวิชพูดด้วยน้ำเสียงเขียว รู้ว่าหญิงสาวเกรงใจ และนั่นคือสิ่งที่เขาไม่ค่อยพอใจนัก
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ขวัญแค่คิดว่าคุณเล็กรอที่ห้องรับแขกน่าจะสบายกว่า เดี๋ยวขวัญยกขนมไปให้...” หญิงสาวพูดพลางคลี่ยิ้มสดใส เพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มไม่พอใจ
“หือ?” เตวิชยังคงจ้องตา แสร้งทำสายตาดุเล็กๆ หยอกล้อเล่นเหมือนทุกครั้ง ทว่า...
“ของขวัญ…”
ไม่ทันที่ไอวารินจะได้อธิบายอะไรต่อ เสียงของคนที่หญิงสาวกลัวการเผชิญหน้าที่สุดก็ดังขึ้น น้ำเสียงนั้นนิ่งและทรงอำนาจ และนี่คงเป็นครั้งแรกละมั้งที่เขาเรียกชื่อเธอ เพราะที่ผ่านมา เตชินท์แทบไม่สนใจเธอเลยด้วยซ้ำ
“อ้าว พี่ใหญ่ ทำไมวันนี้กลับเร็วจังล่ะ”
เตวิชหันไปทักทายพี่ชายหนุ่มด้วยสีหน้าร่าเริง โดยไม่ทันสังเกตสายตาตึงเครียดของคนเป็นพี่ที่เอาแต่จับจ้องไปที่ไอวาริน
“คุณหญิงย่าเรียกเธอให้ไปพบ…พร้อมกับฉัน”
เตชินท์พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ก่อนจะเดินนำหน้าไป ทิ้งให้เตวิชอ้าปากค้าง ชะงักคำถามที่กำลังจะเอ่ยออกมากับพี่ชาย แล้วมองตามแผ่นหลังอีกฝ่ายไปด้วยความสงสัย...
“เดี๋ยวสิพี่ มาถึงก็รีบพาเพื่อนผมไปเลยนะ”
เตวิชเดินเข้าไปขวางพี่ชาย เพราะแอบสังเกตเห็นสีหน้าลำบากใจของไอวารินจึงคิดว่าต้องมีอะไรที่เขายังไม่รู้เรื่องอย่างแน่นอน
“เอ่อ ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณเล็ก” คราวนี้เป็นไอวารินที่พูดขึ้น เพราะเห็นว่าเตชินท์เอาแต่นิ่ง และทำหน้าตาแสนเย็นชาเหมือนที่ชอบทำ เล่นเอาหญิงสาวอดเกร็งไม่ได้ที่ต้องเข้าไปพบคุณหญิงโสภิตาพร้อมเขา
“ว่าแต่พี่ใหญ่ เราสองคนไม่ได้ออกไปนั่งดื่มอะไรด้วยกันนานแล้ว ไว้พี่เสร็จธุระกับคุณหญิงย่า เราออกไปด้วยกันหน่อยไหม”
เตวิชถามพี่ชายอีกครั้ง เขากับเตชินท์สนิทกันมาก แม้ระยะหลังมานี้ คนเป็นพี่จะยุ่งเรื่องบริหารงานที่บริษัทก็เถอะ
“หรือว่าที่พี่ยุ่งๆ นี่เพราะว่ากำลังมีแฟนหรือเปล่า เป็นใคร ทำไมไม่บอกกันบ้างเลย”
คำพูดของเตวิชราวกับสะกิดใจไอวาริน เขาคงไม่รู้เลยว่า ต่อไปนี้ คนที่กำลังจะมาเป็นคนรักของพี่ชายที่ว่านั้น ก็คือเธอ
“เปล่า เดี๋ยวเราค่อยคุยกันนะเล็ก”
เตชินท์รีบพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าน้องชายไม่ยอมให้ไปพบคุณหญิงย่าง่ายๆ คนฉลาดอย่างเตวิชคงพอดูออกว่าการที่ผุ้เป็นย่าย่าเรียกเขากับไอวารินไปพบจะต้องมีเรื่องอะไรอย่างแน่นอน
“ครับ”
คราวนี้ เตวิชตอบอย่างว่าง่าย เพราะเห็นใบหน้าที่แสนจริงจังของพี่ชายและสีหน้าที่ลำบากใจของไอวารินก็รู้ได้เลยว่าทุกคนกำลังมีเรื่องปิดบังอยู่ แม้ไม่มีใครเอ่ยปากออกมา แต่เขาจะต้องรู้เรื่องนี้ให้ได้!
“มากันแล้วเหรอจ๊ะ”
เอมอรเอ่ยทักขึ้น เมื่อเห็นลูกคนโตเดินมาพร้อมกับไอวาริน ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันยิ่งกว่าอะไร เตชินท์เป็นชายหนุ่มใบหน้าคมเข้ม รูปร่างสูงใหญ่ บุคลิกเนี้ยบเสมอเพราะต้องขึ้นบริหารงานในบริษัท ทำให้เขากลายเป็นผู้ชายที่แสนสุขุม พร้อมทั้งมีสาวๆ คอยเข้าหาตลอด
ในขณะที่ไอวารินเป็นสาวน้อยร่างเล็ก ที่นับวันยิ่งสวยหวาน นางเชื่อว่าไอวารินเองก็ต้องมีหนุ่มๆ มาจับจ้องและหมายตาไม่น้อย แต่ด้วยความที่หญิงสาวเป็นเด็กดีเลยไม่เคยมีเรื่องชู้สาวให้ตระกูลอารยรุ่งโรจน์ต้องหนักใจ
“เข้ามานั่งนี่สิ” คุณหญิงโสภิตาพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีครับคุณย่า คุณแม่” เตชินท์ไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม เขารู้ดีว่าที่ทั้งสองท่านเรียกตนเองกับไอวารินเข้าพบเป็นเรื่องอะไร มันคงถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่ต้องทำตามคำสั่งเสียของผู้เป็นพ่อ
“ใหญ่คงรู้ดีอยู่แล้วนะ ว่าย่าเรียกเรากับหนูขวัญมาทำไม” คุณหญิงโสภิตาพูดเปิดเรื่อง
“ทราบครับ”
เตชินท์เอ่ยตอบแต่เพียงสั้นๆ เท่านั้น ยิ่งทำให้ไอวารินหวั่นใจ ได้แต่หวังให้ชายหนุ่มพูดปฏิเสธออกไป เพราะทางเดียวที่จะทำให้เธอรอดได้นั้นก็คือเขา หากเขาไม่ยอมเสียอย่างก็ไม่มีใครบังคับได้
ที่ผ่านมา เตชินท์หรือคุณใหญ่ของบ้านนี้ ขึ้นชื่อว่าดุและเย็นชาที่สุด ไม่มีใครกล้าขัดใจในสิ่งที่เขาเลือก แม้แต่เรื่องงาน แต่นั่นหมายถึงเรื่องส่วนตัว ชายหนุ่มไม่เคยให้ใครเข้ามายุ่มย่ามหรือตัดสินใจแทน และแน่นอนว่า แม้แต่คุณหญิงโสภิตาหรือคุณเอมอรก็แทบจะเอาใจเตชินท์เสียยิ่งกว่าอะไร ในขณะที่เตวิชเป็นชายหนุ่มร่าเริง อารมณ์ดี ตรงกันข้ามกับพี่ชายทุกอย่าง
“แล้วใหญ่มีความคิดเห็นว่ายังไง ถ้าย่าจะให้เรากับขวัญแต่งงานกันเดือนหน้า” คุณหญิงโสภิตาเอ่ยถามพร้อมกับสีหน้าจริงจัง
“ผมไม่มีปัญหาอะไรครับ”
เตชินท์ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ราวกับคนไม่รู้สึกอะไร ทำเอาคนตัวเล็กมองเขาด้วยสายตาอึ้งๆ แต่ชายหนุ่มก็เลือกที่จะไม่สนใจและมองไปที่คุณหญิงย่าเท่านั้น
