บทที่ 8 8

“ค่ะ ขวัญขอให้คุณใหญ่รู้ไว้นะคะ ว่าขวัญยอมทำทุกวันนี้ก็เพราะคำว่าบุญคุณ และเมื่อวันนั้นมาถึง หวังว่าคุณใหญ่จะช่วยพูดกับคุณๆ ท่านยอมให้เราหย่ากันนะคะ” พูดอย่างทำใจ ด้วยไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ที่ไอวารินมั่นใจคือ เธอไม่มีทางมีความสุขกับการได้เป็นภรรยาของเตชินท์อย่างแน่นอน และนอกเหนือไปกว่านั้น ทั้งเขาและเธอไม่มีทางรักกันได้เหมือนที่คุณๆ ทั้งสองคนบอก

“ฉันเองก็ทำทุกอย่างเพื่อคุณพ่อเหมือนกัน” เตชินท์พูดด้วยสีหน้าจริงจังไม่ต่างกัน

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขวัญขอตัวนะคะ” เมื่อเริ่มรู้สึกตาร้อนผ่าวจนอยากจะร้องไห้ขึ้นมา หญิงสาวก็รีบเบี่ยงหน้าหลบสายตาอีกฝ่ายทันที พร้อมกับทำท่าจะเดินจากเขาไป

“เดี๋ยว…พรุ่งนี้มากินข้าวเช้าด้วยกันก่อนออกไปทำงาน และก็...” เตชินท์นิ่งไปครู่หนึ่ง เพราะสิ่งที่กำลังจะพูดต่อไปนี้คงทำร้ายจิตใจหญิงสาวมาก และที่สำคัญ เขากำลังทำร้ายน้องชายตนเอง

“กับนายเล็ก เธอคงไม่ต้องให้ฉันบอกใช่ไหมว่าต้องทำตัวยังไง” 

เขาพูดด้วยเสียงนิ่ง และคนฟังก็นิ่งไปไม่ต่างกัน เพราะคำพูดนั้นได้กรีดแทงหัวใจเธออย่างไม่มีชิ้นดี

“ค่ะ ขวัญรู้ว่าต้องวางตัวยังไง” 

ไอวารินกลั้นใจพูด พร้อมกับเดินออกจากห้องทำงานของเตชินท์ไปทันที

เตชินท์รู้มาตลอดว่าเธอกับเตวิชรักกัน! 

นี่คือสิ่งที่ไอวารินคิดวนอยู่ในหัวตลอดทางที่เดินกลับมายังห้องพักของตนเอง แต่ถึงอย่างนั้นต่อให้เปลี่ยนการแต่งงานครั้งนี้จากเตชินท์มาเป็นเตวิช หญิงสาวเองก็ไม่ได้รู้สึกสบายใจแต่อย่างใด เนื่องจากมองว่าทั้งสองหนุ่มอยู่เหนือกว่าตนทุกอย่าง และเธอไม่คู่ควรจะเป็นคนรักของพวกเขา แม้ว่าเตวิชเองจะมีทีท่าเหมือนชื่นชอบเธอไม่ต่างกัน แต่ใจหนึ่งก็เชื่อว่าสักวันหนึ่งเตวิชจะได้เจอกับผู้หญิงที่คู่ควรกับเขาอย่างแน่นอน

ไอวารินอดนึกถึงวันแรกที่เข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ไม่ได้ เนื่องด้วยเธอกับเตวิชอายุเท่ากันจึงทำให้ทั้งสองคนสนิทสนมกันตั้งแต่เด็ก เวลาเตวิชได้ขนมอะไรอร่อยๆ มาก็มักจะออกมาหาและแบ่งให้กินด้วยเสมอ หรือแม้แต่เวลาไปเที่ยว เตวิชก็มักจะซื้อของฝากมาให้ ต่างจากเตชินท์ที่ไม่เคยแม้แต่จะมองหน้า เข้ามาเล่นหรือพูดคุยด้วยก็อย่าหวัง อาจเพราะว่าเขาอายุห่างจากเธอค่อนข้างมาก และอีกอย่างก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ชายหนุ่มจะต้องมาพูดคุยกับเด็กในบ้าน

ไอวารินไม่รู้ว่าความรักที่เกิดขึ้นกับเตวิช มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจจะเริ่มตั้งแต่ช่วงที่เรียนอยู่มัธยม ตอนนั้น เธอรู้ตัวว่าไม่ได้หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่อะไร จึงทำให้มีหนุ่มๆ มาติดพันค่อนข้างมาก แต่เธอกลับไม่ได้นึกสนใจคนพวกนั้น เพราะตั้งใจว่าจะมุ่งแต่เรื่องเรียน เพื่อไม่ให้คนที่บ้านนี้ผิดหวัง

แต่เคยมีครั้งหนึ่งที่มีผู้ชายมาตามติดแจ และเข้ามาถึงเนื้อถึงตัว แต่โชคดีที่ตอนนั้นเตวิชมาช่วยไว้พอดี ทำให้พวกมันไม่กล้าเข้ามายุ่งหรือถึงเนื้อถึงตัวกับเธออีก

เตวิชอบอุ่นและดูแลอย่างดีมาตลอด ปฏิบัติตัวไม่เหมือนว่าเธอเป็นเพียงแค่เด็กอุปการะในบ้าน แต่เขาทำเหมือนเป็นเพื่อนรักคนหนึ่ง ยิ่งรู้ว่ามีผู้ชายมาติดพัน เตวิชก็ยิ่งตามติดเธอราวกับจงอางหวงไข่ก็ไม่ปาน แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่ไอวารินชื่นชอบ และทำให้รู้สึกดีกับเขาขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยคาดคิดนั่นคือ เตวิชก็รู้สึกดีกับเธอเช่นเดียวกัน

เหตุการณ์ที่ทำให้ไอวารินรับรู้ได้ว่าเตวิชมีใจให้นั่นคือ การออกปากกับเพื่อนๆ ที่มหาวิทยาลัยทุกคนว่าเธอคือผู้หญิงของเขา และห้ามผู้ชายคนไหนเข้าใกล้ หากจะมองว่าแค่อยากปกป้องนั้นก็มองได้ แต่การกระทำของเตวิชมันชัดเจนยิ่งกว่าอะไร ทุกวันสำคัญ ชายหนุ่มจะซื้อของขวัญมาให้เสมอ 

ฃไม่เว้นแม้แต่วันวาเลนไทน์ เตวิชที่เสน่ห์แรงจนมีสาวๆ เข้าหามากหน้าหลายตาก็ยังไม่วายรอที่จะ ‘ออกเดต’ กับเธอแค่คนเดียว แม้ว่าเธอกับเขาจะไม่เคยพูดสถานะกันอย่างชัดเจน แต่ทั้งคู่ก็โตพอที่จะรู้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้น มันคืออะไร เพียงแต่รอเวลาที่สมควรจะได้พูดมันออกมาเท่านั้น

ยิ่งคิดมาถึงตรงนี้ หญิงสาวก็น้ำตาไหลอย่างห้ามไม่ได้ น้อยใจในโชคชะตาที่แม้จะเลือกคนที่ตนเองรักก็ยังไม่มีสิทธิ์ หนำซ้ำผู้ชายที่ต้องแต่งงานด้วยก็คือพี่ชายของเขา แบบนี้ไม่เพียงแต่ทรมานจิตใจเธอเท่านั้น หากเตวิชรู้เรื่องนี้ก็คงทรมานไม่ต่างกัน หญิงสาวไม่ได้อยากเป็นต้นเหตุให้ใครต้องเสียใจทั้งนั้น

ติ๊ดๆ

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ทำให้ไอวารินตื่นจากภวังค์ แต่แล้วข้อความของบุคคลที่ส่งมาก็ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกเศร้าหนักมากกว่าเก่า

‘ฉันรู้เรื่องหมดแล้วนะ ออกมาเจอกันที่สวนหลังบ้านหน่อยได้ไหม’ เตวิชส่งข้อความมา ไม่แปลกที่เรื่องจะไปถึงเขาเร็ว ชายหนุ่มเป็นคนฉลาด ต้องสัมผัสได้ว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลตั้งแต่ที่คุณหญิงเรียกเธอกับเตชินท์เข้าไปพร้อมกันแล้ว

ไอวารินไม่มั่นใจว่าจะกล้าเผชิญหน้ากับเขาตอนนี้หรือไม่ ด้วยจิตใจที่บอบช้ำและไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อนเอ่ยอะไรออกไป เพราะรู้ดีว่าเตวิชจะต้องเสียใจ…แต่ถึงอย่างไร เธอก็ไม่สามารถหนีความเป็นจริงไปได้ สิ่งเดียวที่จะทำได้นั่นคือทำให้ชายหนุ่มตัดใจ และเปิดโอกาสให้ผู้หญิงที่คู่ควรเข้ามา ในเมื่อไม่สามารถรักกันได้ เธอก็ไม่ควรเห็นแก่ตัวที่จะเก็บเขาไว้แบบนี้

ไอวารินตัดสินใจปาดน้ำตา พร้อมกับออกไปพบเตวิชตามที่ชายหนุ่มนัดไว้ แม้สภาพจิตใจจะยังไม่พร้อมก็ตาม แต่ถึงอย่างไร การจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับตัวเขาเอง

เตวิชยืนรอด้วยใจที่ไม่เป็นสุข สัญชาตญาณบอกให้รู้ว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ ตั้งแต่ที่เตชินท์มาเรียกไอวารินไป แต่ก็ไม่คิดว่าเรื่องจะใหญ่ขนาดนี้ เพราะผู้หญิงที่เขารักกำลังจะเป็นเมียพี่ชาย! และมันน่าโมโหนักที่มารู้เรื่องนี้จากการที่ได้ยินคนใช้ในบ้านพูดกัน ชายหนุ่มต้องอดทนอย่างมากที่จะไม่เข้าไปถามคุณหญิงย่ากับคุณแม่โดยตรง เพราะอยากพูดคุยกับไอวารินเสียก่อน และมั่นใจว่าเธอต้องไม่อยากให้งานแต่งงานเกิดขึ้น ขอเพียงหญิงสาวพูดมาเขาก็พร้อมที่จะปกป้องและขัดขวางงานจนถึงที่สุด

“คุณเล็ก” 

ไอวารินเรียกชื่อชายหนุ่มท่ามกลางความเงียบงัน ทันทีที่เขาหันมา น้ำตาก็ไหลอาบแก้มเยียนอย่างห้ามไม่ได้

“ขวัญ…” 

เตวิชเดินเข้าไปโอบกอดร่างบางด้วยความรักใคร่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เรียกได้ว่านี่คือการกอดกันครั้งแรกของทั้งคู่ก็ว่าได้ มันไม่อยากห้ามใจของตนเองอีกต่อไปแล้ว เพราะเขารักเธอมาตลอด ในวันนี้ที่กำลังจะสูญเสียไอวารินไป ยิ่งตอกย้ำให้ชายหนุ่มรู้ตัวว่าที่ผ่านมา ตนเองต้องการไอวารินมากแค่ไหน และเธอเองก็คงต้องการเขาไม่ต่างกัน...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป