บทที่ 13 หลักฐานความสนิทสนม!?
เขาคาดหวังว่ายัยเด็กนี่อาจจะแต่งตัวไม่เป็น หรือแต่งตัวเชยๆ
แต่นี่มันเหนือความคาดหมายไปไกล!
แทนที่จะดูสวยแพงสมกับเดินข้างเขา เธอกลับแต่งตัวเหมือนเด็กอนุบาลหมีน้อยที่จะไปเต้นงานวันเด็กเสียอย่างงั้น!
มันแย่จนเขาโกรธไม่ลง แต่กลับรู้สึกเอ็นดูในความพยายามของเธอขึ้นมาเฉยเลย
ปั้นแป้งหน้าเหวอ ก้มมองชุดเดรสสีสดใสลายดอกไม้เล็กๆที่อุตส่าห์ไปขุดมาจากตู้เสื้อผ้าแม่ แถมยังถักเปียสองข้างเพิ่มความแอ๊บแบ๊วหวังจะลบภาพยัยเพิ้งเมื่อวาน
“ทำไมคะ!? ก็พี่โทรมาสั่งเองว่าให้แต่งตัวดีๆหนูอุตส่าห์จัดเต็ม!”
“จัดเต็ม?” คินน์เลิกคิ้วสูง กลั้นขำจนไหล่สั่น
“ฉันบอกให้แต่งตัวดีๆไม่ได้บอกให้แต่งตัวไปงานวันเด็ก...สภาพนี้คือนึกว่าจะไปเต้นงานโรงเรียนอนุบาลหมีน้อยซะอีก”
“พี่คินน์!!”
ปั้นแป้งหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายผสมโมโห อยากจะเอาเปียฟาดหน้าหล่อๆนั่นสักที
“นี่มันแฟชั่นวินเทจย่ะ! หนูมั่นใจว่าสวยก็พอแล้วค่ะ!”
“สวยตรงไหน?” เขาสวนกลับหน้าตาย “ดูยังไงก็เด็กกะโปโลหลงทางมาชัดๆ...ตัวก็เล็ก หน้าก็จืด แถมยังถักเปียปัญญาอ่อนนี่อีก...นี่อายุสิบแปดหรือแปดขวบกันแน่?”
“พี่คินน์!!”
ปั้นแป้งกำหมัดแน่น สะบัดหน้าหนีไปมองกระจกข้างอย่างงอนตุ๊บป่อง
ไอ้คนปากสุนัข! ไม่น่าลำบากตื่นมาถักเปียเลย คอยดูนะจะแช่งให้ยางแตกกลางทาง!
รถหรูเคลื่อนตัวออกจากซอยไปอย่างเงียบเชียบ แต่บรรยากาศในรถกลับเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตจากคนตัวเล็กที่นั่งหน้าบูดบอกบุญไม่รับ
คินน์เหลือบมองแก้มป่องๆนั่นแล้วก็อดยิ้มขำไม่ได้
“แล้วนี่พี่จะพาหนูไปไหนคะ?” เธอถามเสียงห้วนโดยไม่หันมามอง
“เดี๋ยวก็รู้”
ไม่นานนัก รถหรูก็เลี้ยวเข้าไปในอาคารสูงตระหง่านใจกลางเมือง
ปั้นแป้งตาโตทันทีเมื่อเห็นป้ายชื่อโครงการ
“เฮ้ย! พี่คินน์! จะพาหนูขึ้นห้องพี่เหรอ?!”
“อืม...ฉลาดขึ้นมานิดนึงแล้วนี่”
“พาหนูมาคอนโดทำไมคะ!? สองต่อสองเนี่ยนะ!” เธอเริ่มโวยวาย ยกมือกอดอกแน่นอย่างระแวง
“อย่าบอกนะว่าพี่คิดจะทำมิดีมิร้ายหนู! พ่อแม่หนูสอนมานะว่าห้ามเข้าห้องผู้ชาย!”
คินน์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันมามองเธอด้วยสายตาเอือมระอาขั้นสุด
“ช่วยดูสภาพตัวเองในกระจกหน่อยก้อนแป้ง...แต่งตัวเป็นเด็กอนุบาลขนาดนี้ ใครมันจะมีอารมณ์ทำลง”
จี๊ดดด!
คำด่าที่เจ็บกว่าโดนตบหน้า!
“หนูสิบแปดแล้วนะคะ! ไม่ใช่เด็กอนุบาล! แล้วอีกอย่าง...พี่นั่นแหละ หน้าอย่างกับหัวหน้าแก๊งลักพาตัวเด็ก!”
“หึ...” คินน์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ “ปากเก่งนักนะ”
เขาดับเครื่องยนต์แล้วหันมาจ้องหน้าเธอจริงจัง
“เลิกโวยวายแล้วลงมา...ฉันพามาซ้อมไม่ได้พามาปล้ำเข้าใจไหม?”
“ซ้อมอะไรที่คอนโดคะ?” เธอยังไม่ไว้ใจ
“ก็ถ้าจะให้แม่ฉันเชื่อว่าเราคบกันจริงๆ เธอก็ต้องเคยขึ้นห้องฉันบ้างสิ”
คินน์ยักคิ้วกวนๆราวกับวางแผนมาดีแล้ว
“จะให้บอกแม่ว่าคบกันมาตั้งนาน แต่แฟนไม่เคยเหยียบห้องนอนเลย...ใครเขาจะเชื่อ? มันต้องมีหลักฐานความสนิทสนมกันหน่อย”
คำพูดกำกวมนั่นทำเอาปั้นแป้งหน้าไหม้
หลักฐานความสนิทสนม!?
แค่คิดภาพตัวเองเดินตามผู้ชายขึ้นคอนโดก็ใจเต้นตึกตักจนแทบทะลุอกแล้ว!
ตั้งแต่มารับบทแฟนกำมะลอให้เขา ภาพลักษณ์กุลสตรีศรีสยามของเธอก็ดูจะป่นปี้ไม่มีชิ้นดีลงเรื่อยๆ
“ลงไปได้แล้ว หรือจะให้ฉันอุ้ม?”
คำขู่ปิดท้ายของคินน์ทำเอาปั้นแป้งใจหล่นวูบ
แต่แทนที่จะรีบเปิดประตูลงตามคำสั่ง เธอกลับนั่งตัวแข็งทื่อ มือเล็กเกาะเบาะแน่นราวกับตุ๊กแก
สมองจินตนาการภาพตัวเองก้าวเข้าถ้ำเสือแล้วขาสั่นพั่บๆ
“คะ...คือว่า...”
ปั้นแป้งเริ่มอึกอัก เสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
“เปลี่ยนใจทันไหมคะ? หนูว่า...เราไปคุยกันที่ร้านกาแฟหน้าปากซอยก็ได้มั้งคะ มันสว่างดี...”
คินน์ที่กำลังจะเปิดประตูฝั่งตัวเองชะงัก หันขวับมามองทันที
คิ้วเข้มเลิกขึ้นข้างหนึ่งอย่างเหลืออด
“เปลี่ยนใจ?” เขาทวนคำเสียงสูง
“ทำหน้าเหมือนคนกำลังจะโดนเชือด...คิดว่าฉันพิศวาสเธอขนาดจะทำอะไรเธอหรือไง ก้อนแป้ง?”
“ปะ...เปล่านะคะ!” เธอปฏิเสธเสียงหลง “แค่...แค่คิดว่ามันไม่เหมาะ...”
“ลงมา อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ”
เขาตัดบทอย่างไม่ไยดี ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไปดื้อๆ
ปั้นแป้งถอนหายใจเฮือกใหญ่ นึกว่าเขายอมเดินไปก่อน...แต่ที่ไหนได้
ขายาวก้าวอ้อมมาที่ฝั่งเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระชากประตูให้เปิดออกกว้าง
พรึ่บ!
“จะเดินลงมาดีๆหรือจะให้ลาก?”
คินน์ยืนค้ำประตูรถ กอดอกมองเธอด้วยสายตากดดันแกมรำคาญ
“มะ...ไม่เอาค่ะ! ไม่ลง!”
ปั้นแป้งส่ายหน้าดิก ยิ่งเห็นเขามายืนคุมยิ่งกลัว “หนูจะกลับบ้าน! พี่ไปส่งหนูเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
“เรื่องเยอะจริง...” คินน์บ่นพึมพำอย่างระอาใจ
ความอดทนที่มีน้อยนิดหมดลงตรงนั้น
ในเมื่อพูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง ก็ต้องใช้กำลังกันหน่อย
ไม่รอให้ปั้นแป้งตั้งตัว ร่างสูงโน้มตัวเข้าไปในรถ
“ว้ายยย! พี่คินน์! จะทำอะไรคะ!?”
ปั้นแป้งหวีดร้องลั่นเมื่อวงแขนแกร่งสอดเข้ามาใต้ข้อพับขาและแผ่นหลัง
ยังไม่ทันจะได้ดิ้นรน ร่างของเธอก็ลอยขึ้นจากเบาะรถราวกับตุ๊กตาไร้น้ำหนัก
“อยู่นิ่งๆ! เดี๋ยวก็ทำตกพื้นซะหรอก”
เขาดุเสียงเข้ม ช้อนตัวเธอขึ้นแนบอกแล้วก้าวเดินไปทางลิฟต์หน้าตาเฉย โดยไม่สนสายตา รปภ. ที่มองมาอย่างตกตะลึง
“ปล่อยนะ! ปล่อยหนูลงเดี๋ยวนี้!”
ปั้นแป้งดิ้นพราดๆหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความอับอาย
ไอ้พี่คินน์บ้า! ทำบ้าอะไรของเขาเนี่ย!
“หยุดดิ้น!”
คินน์กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นเมื่อคนตัวเล็กเริ่มพยศ ก่อนจะก้มลงมาขู่เสียงเหี้ยม
“ถ้าขืนดิ้นอีกทีเดียว...ฉันจะโยนเธอลงพื้นตรงนี้แหละ ตัวหนักอย่างกับหมู ยังจะมาดิ้นอีก!”
...
ปั้นแป้งหยุดดิ้นทันทีที่โดนด่าว่าหมู แถมแววตาเขาดูเอาจริงว่าจะโยนเธอลงพื้นจริงๆแน่
จากที่ดิ้นพราดๆเมื่อกี้ ตอนนี้เธอกลับนอนตัวเกร็งแข็งทื่อเป็นขอนไม้ ไม่กล้าหืออืออะไรอีกเลย
ฝากไว้ก่อนเถอะอีตาคนปากเสีย!
“พี่คินน์...ปล่อยหนูลงเถอะ! คนเขามองกันหมดแล้ว...”
ปั้นแป้งร้องประท้วงเสียงสั่นเมื่อเห็นสายตาของ รปภ. และลูกบ้านบางคนที่เดินสวนมามองอย่างสนใจ
“ดี”
คินน์ตอบสั้นๆอย่างไม่ยี่หระต่อสายตาใครทั้งสิ้น
“จะได้รู้กันให้ทั่วคอนโดว่าเธอเป็นเด็กของฉัน”
เด็กบ้าอะไรล่ะ! แฟนกำมะลอต่างหากโว้ย!
