บทที่ 15 ก้อนแป้งผู้ก่อการร้าย...
“หา?!”
ปั้นแป้งร้องเสียงหลง ชูกระดาษในมือสั่นพั่บๆใส่หน้าเขา
“พี่จะบ้าเหรอ! เยอะขนาดนี้ใครจะไปจำไหว! นี่มันชีวประวัติบุคคลสำคัญหรือไงคะ!?”
เธอสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าถามกลับ
“แล้วของหนูล่ะ? พี่ไม่ต้องเอาข้อมูลหนูไปท่องบ้างหรือไง! แฟนกันมันต้องรู้ข้อมูลทั้งสองฝ่ายสิ!”
“ไม่จำเป็น”
คินน์ตอบสวนทันควัน ยักไหล่กวนๆอย่างคนที่ไม่แคร์โลก
“ชีวิตเธอคงไม่มีอะไรซับซ้อนให้ต้องจำหรอกมั้ง...ก็แค่เด็กกะโปโล กินง่าย อยู่ง่าย...จำไปก็เปลืองพื้นที่สมอง”
จึก!
เหมือนมีลูกศรปักกลางอก
ปั้นแป้งอ้าปากค้าง อยากจะม้วนกระดาษปึกนี้แล้วฟาดหน้าหล่อๆนั่นให้รู้แล้วรู้รอด
ดูคำพูดคำจาเขา! มันน่าทุบให้หลังหักนัก!
“แล้วอีกอย่าง...” เขากระดิกนิ้วชี้ประกอบจังหวะพูดหน้าตาเฉย
“เวลาอยู่ต่อหน้าแม่ฉัน หรือต่อหน้าใครก็ตาม หน้าที่ของเธอมีแค่พยักหน้า...ยิ้มหวานๆแล้วตอบว่า ‘ใช่ค่ะ’ ไปก็พอ...เข้าใจตรงกันนะ?”
“บ้าอำนาจ! พี่กะจะมัดมือชกหนูทุกทางเลยใช่มั้ยเนี่ย!”
“ฉลาดขึ้นอีกแล้ว” เขาเลิกคิ้วกวนๆยอมรับหน้าตาเฉย “อ่านไปเงียบๆ อย่าบ่น...ถ้าจำผิดหนึ่งจุดฉันจะคิดดอกเบี้ยเพิ่ม”
“งื้ออออออ พี่คินน์อ่ะ!”
เธอสะบัดหน้าหนีอย่างขัดใจ กอดกองกระดาษเข้าหาตัวแน่น
อยากจะกรี๊ดแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะหนี้แสนแปดมันค้ำคออยู่!
ปั้นแป้งถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทิ้งตัวพิงพนักโซฟาอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“แล้วหนูต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหนคะ...ท่องแป๊บเดียวคงไม่หมดหรอกนะ”
“ถึงค่ำ”
คำตอบสั้นๆง่ายๆจากคนหน้าตายทำเอาเธอเด้งตัวขึ้นจากโซฟาอัตโนมัติ
“ถึงค่ำ?! พี่คินน์! นานเกินไปหรือเปล่าคะ!?”
เลือดลมในกายสูบฉีดแรงจนหน้าเห่อร้อนวูบวาบ แดงเถือกจากแก้มลามไปยันใบหู
อยู่ถึงค่ำ...ในห้องคอนโดหรู...สองต่อสอง...
สมองมันคิดดีไม่ได้เลย!
ปั้นแป้งขยับตัวเตรียมจะดีดผึงลุกหนี แต่พอสบเข้ากับนัยน์ตาดุๆคู่นั้นเข้าจังๆเรี่ยวแรงที่ขาก็หายไปดื้อๆ
ร่างเล็กร่วงตุ้บลงไปจมบนโซฟาตามเดิมอย่างหมดสภาพ
“จะกลัวอะไร” คินน์เลิกคิ้วมองท่าทางตื่นตูมของเธอ
“ก็แค่รอให้คนของแม่ฉันเห็นว่าเราอยู่ด้วยกันทั้งวันจริงๆ ...หรือเธออยากให้ฉันโทรบอกแม่ตอนนี้เลยว่าแฟนของฉันพร้อมจะเจอแล้ว?”
“ไม่ต้องเลยค่ะ!” ปั้นแป้งรีบสวนทันควัน
เธอก้มหน้างุด หลบสายตาคมกริบที่มองมา
บรรยากาศในห้องเงียบสงัด แต่เสียงหัวใจของเธอกลับเต้นกระหน่ำรัวเร็วราวกับจะระเบิด
คินน์นั่งห่างออกไปไม่ถึงศอก...
เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงที่ปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งรำไรกับลำคอขาวจัดน่ามอง
ไหนจะกลิ่นน้ำหอมจางๆที่ลอยมาแตะจมูกทุกครั้งที่เขาขยับตัวนั่นอีก...
อันตราย!
นี่มันพื้นที่อันตรายระดับสีแดงฉาน!
ต่อให้เขาไม่คิดจะทำอะไร...แต่เธอนี่แหละที่จะหัวใจวายตายเพราะความหล่อทำลายล้างของเขาซะก่อน!
ปั้นแป้งรีบยกปึกเอกสารขึ้นมาบังหน้า พยายามเพ่งสมาธิไปที่ชื่อหมาตัวแรกของเขาอย่างสุดชีวิต
ท่องไว้ปั้นแป้ง...ท่องไว้...
หมาชื่อมูมู่...หมาชื่อมูมู่...
ดวงตากลมโตกลอกไปมาเลิ่กลั่ก ไม่กล้าสบตาคนข้างๆอีก
“ละ...แล้วถ้าเกิดหนู...” เสียงเล็กสั่นเครือ ถามคำถามที่โง่ที่สุดในชีวิตออกไป “ถ้าเกิดหนูตื่นเต้นจนหัวใจวายตายกลางคอนโดพี่ขึ้นมา...พี่จะรับผิดชอบยังไงคะ!”
“หึ...” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ปรายตามองเหยียดๆ “ถ้าตายเพราะมโนไปเอง...ก็นับว่าโง่ตายเองไม่เกี่ยวกับฉัน”
“พี่คินน์!!” ปั้นแป้งแหวลั่น ตวัดสายตาค้อนขวับจนตาคว่ำ ใบหน้าเนียนแดงก่ำจนไม่รู้ว่าเขินหรือโมโหที่โดนด่าว่าโง่กันแน่
แต่ดูเหมือนคู่กรณีจะไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
คินน์ยักไหล่...ทำเพียงหยิบมือถือขึ้นมาไถเล่นหน้าตาเฉย ทิ้งให้เธอนั่งเดือดปุดๆอยู่คนเดียว
ผ่านไปพักใหญ่...
ปั้นแป้งขดตัวเป็นก้อนกลมอยู่มุมโซฟา ต้องยกมือขึ้นนวดขมับเพื่อบรรเทาอาการวิงเวียนจากการอ่านประวัติยาวเป็นหางว่าวของไอ้มนุษย์รูปหล่อที่เธอต้องยัดเข้าสมอง
เคยเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น...
เกลียดทุเรียนเข้าไส้...
แผลเป็นที่ศอกขวาเพราะปีนรั้วหนีโรงเรียน...
เจริญพรเถอะ...นี่เธอต้องมานั่งจำวีรกรรมวัยเด็กของเขาจริงๆดิ?
ในขณะที่ข้อมูลในหัวเริ่มตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมด มือไม้ที่เริ่มอ่อนล้าก็เผลอปัดไปโดนขวดน้ำบนโต๊ะกระจกเข้าอย่างจัง
กึก...
เสียงขวดพลาสติกกลิ้งหลุนๆไปทางขอบโต๊ะฝั่งที่คินน์นั่งอยู่อย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต!
“ว้าย! พรม!”
สัญชาตญาณความงกทำงานไวกว่าแสง สมองสั่งการทันทีว่าพรมผืนนี้ต้องแพงหูฉี่แน่ๆ
วินาทีที่ปั้นแป้งพุ่งหัวมุดลงไปใต้ขอบโต๊ะเพื่อตะครุบขวดน้ำ...
วิถีโค้งของศีรษะทุยๆดันไปบรรจบกับจุดยุทธศาสตร์ที่อยู่ระดับเดียวกันพอดิบพอดี!
ปึ้ก!
เสียงหน้าผากมนปะทะเข้ากับกล่องดวงใจของร่างสูงเข้าอย่างจัง! แรงกระแทกนั้นหนักหน่วงเสียจนขวดน้ำตัวปัญหากลิ้งตกลงพื้นไปอย่างไร้คนสนใจ
บรรยากาศในห้องถูกแช่แข็งในบัดดล...
คินน์ตัวแข็งทื่อเป็นหิน!
มือหนากำจิกเบาะโซฟาแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าหล่อจัดซีดเผือดลงในเสี้ยววินาที ก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ
ร่างกายท่อนล่างชาหนึบจนขยับไม่ได้ เขาทำได้แค่นั่งเกร็งค้าง ปล่อยให้ศีรษะของคนตัวเล็กมุดคาอยู่ตรงนั้น!
ส่วนฝั่งผู้ก่อการร้ายน่ะเหรอ...
ปั้นแป้งหลับตาปี๋ตั้งแต่จังหวะที่หัวกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่าง ร่างเล็กแข็งเกร็งไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายเล็บ
ไอร้อนผ่าวทะลุเนื้อผ้ากางเกงยีนส์กำลังแนบสนิทอยู่กับหน้าผากเนียน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายลอยแตะจมูกในระยะประชิด...
ชนิดที่สัมผัสได้ว่าลมหายใจอุ่นๆของตัวเองกำลังเป่ารดสะท้อนกับก้อนอะไรสักอย่างที่อยู่ตรงหน้า...
เดี๋ยวนะ...สัมผัสแบบนี้...คงไม่ใช่...ไอนั่นใช่ไหม?!
ด้วยความหวาดระแวงระคนสงสัย เปลือกตาบางที่ปิดแน่นเมื่อครู่จึงค่อยๆปรือขึ้นอย่างเชื่องช้า
เธอพยายามโฟกัสภาพเบลอๆตรงหน้าให้ชัดเจนขึ้น
และเมื่อสายตาปรับโฟกัสได้...
ภาพความจริงก็กระแทกเข้าเต็มสองตา!
