บทที่ 16 ทำมาเป็นเด็กใสๆ...

ภาพที่ปรากฏเต็มสองตาทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ...

 เป้ากางเกงยีนส์สีเข้มกำลังลอยเด่นหราอยู่ตรงหน้าในระยะเผาขน! ชัดยิ่งกว่าชัด...เธอเพิ่งเอาหน้าผากไปโหม่งน้องชายเขาเข้าเต็มรัก!

 หนำซ้ำท่านั่งของเธอยังโคตรจะล่อแหลม...คุกเข่าอยู่กับพื้น หน้ามุดอยู่กลางลำตัวผู้ชาย ดูยังไงก็เหมือนเธอกำลังทำเรื่องอย่างว่าให้เขาชัดๆ! 

 กรี๊ดดดดดดด! แม่จ๋า! ช่วยหนูด้วย!

 ความอับอายแล่นพล่านจนหน้าแทบไหม้ ปั้นแป้งรีบดีดตัวผึงถอยกรูดออกมานั่งกอดเข่าชิดขอบโต๊ะเหมือนโดนของร้อนทันที!

 และทันทีที่ศีรษะเล็กผละออกไป ความอดทนของคินน์ก็ขาดผึง

 “อึก...”

 ร่างสูงทรุดฮวบงอตัวเป็นกุ้งโดนน้ำร้อนลวก มือหนารีบตะครุบกุมเป้ากางเกงไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ ความร้าวรานแล่นปราดขึ้นสมองจนน้ำตาเล็ด

 ฉิบหาย...

 ไม่แหลกละเอียดไปแล้วเหรอเนี่ย!

 อยากจะแหกปากด่ายัยตัวดีให้ลั่นห้อง แต่ปากมันขยับไม่ได้ ได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความจุกจนหน้าดำหน้าแดง

 ยัยเด็กซุ่มซ่ามเอ๊ย...

 นี่กะจะสังหารโหดน้องชายเขาให้ตายคาที่เลยหรือไงวะ!

 แม้มันจะเป็นอุบัติเหตุแค่เสี้ยววินาที แต่สัมผัสนั้นกลับชัดเจนจนน่าขนลุก

 มันอุ่น...มันนูน...แถมรู้สึกได้ถึงขนาดของมันอีก!

 โอ้โห...เวรกรรมอะไรของไอ้แป้งเนี่ย!

 ปั้นแป้งดีดตัวผึงออกมาเหมือนโดนของร้อน หน้าแดงเถือกจนลามไปถึงคอ

 ก้มหน้างุดอยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด

 ซวยซ้ำซวยซ้อน! อยากจะกลั้นใจตายมันตรงนี้แหละ!

 “ธ...เธอ...”

 เสียงทุ้มรอดไรฟันออกมาอย่างยากลำบาก คินน์พยายามสูดหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อระงับความเจ็บปวดที่แล่นพล่าน

 เขามองยัยตัวแสบตรงหน้าด้วยสายตาเขียวปั้ด

 “เล็งแม่นเหลือเกินนะ...” เขาเค้นเสียงแหบพร่า “กะจะทำลายล้างเผ่าพันธุ์ฉันเลยหรือไงก้อนแป้ง”

 “หนูไม่ได้ตั้งใจ! หนูสาบาน!”

 ปั้นแป้งยกมือไหว้ปลกๆ หน้าตาเลิ่กลั่กเหมือนคนทำความผิดร้ายแรง

 “หนูแค่จะเก็บขวดน้ำ! ไม่คิดว่ามันจะเป็นอย่างงี้นี่นา!”

 “เก็บขวดน้ำประสาอะไร...”

 คินน์เริ่มหายใจคล่องขึ้น แต่ยังมือกุมหน้าท้องไว้แน่น มุมปากกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม

 “พุ่งเข้ามาซะเต็มรักขนาดนั้น...ไม่ใช่ว่าวางแผนไว้หรอกเหรอ?”

 “ไม่ใช่นะคะ!” ปั้นแป้งแทบจะร้องไห้ “มันเป็นอุบัติเหตุ! ใครจะไปอยากเอาหน้า...เอ่อ...ไปจุ่มตรงนั้นกันเล่า!”

 “เหรอ...หึ”

 เขาเลิกคิ้วกวนๆแม้หน้าจะยังซีดเพราะความจุก แต่ความปากดีเริ่มกลับมาทำงาน

 “ถ้าอยากจะซบ...คราวหลังบอกดีๆก็ได้ ฉันใจกว้างพอหรอก”

 “พี่คินน์!!!”

 ปั้นแป้งกรีดร้องเสียงหลง ทนฟังเขาพูดต่อไม่ได้อีกแล้ว

 เธอรีบถัดตัวหนีไปชิดขอบโซฟาอีกฝั่งจนแทบตกขอบ หัวใจเต้นรัวเร็วอย่างบ้าคลั่ง

 ไอ้คุณพี่คินน์! ขนาดเจ็บจนตัวงอยังมีแรงมากวนประสาทอีก!

 คินน์ค่อยๆเอนหลังพิงพนักโซฟา ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดเมื่อความจุกเริ่มทุเลา

 สายตาคมกริบหรี่มองคนตัวเล็กที่นั่งหน้าแดงก่ำด้วยความขบขัน

 “หน้าแดงขนาดนี้...ติดใจสัมผัสเมื่อกี้หรือไง?”

 “พี่คินน์! หยุดพูดนะ!”

 ปั้นแป้งคว้าหมอนอิงข้างตัวปาใส่เขาเต็มแรงด้วยความเหลืออด

 “คนลามก! หนูไม่ได้คิดอะไรบ้าบอแบบนั้นสักหน่อย!”

 คินน์รับหมอนไว้ได้ด้วยมือเดียวอย่างเหนือชั้น

 “ใครกันแน่ที่ลามก...ทำมาเป็นเด็กใสๆ กลัวการขึ้นห้องผู้ชาย แต่บทจะรุก...ก็เล่นเอาซะจุกเลยนะ”

 “หนูบอกว่าอุบัติเหตุไงเล่า!”

 เธอตะโกนลั่น ทิ้งตัวนอนคว่ำหน้าเอาหัวมุดหมอนหนีความอาย

 “ถ้าพี่ยังไม่หยุดพูดนะ...หนูจะบอกทุกคนว่า...ไอนั่นพี่คินน์มันเปราะบาง! แค่โดนกระแทกเดียวก็พังแล้ว! ให้สาวๆทั้งมหา’ ลัยเลิกกรี๊ดพี่ไปเลย!”

 คินน์หลุดหัวเราะพรืดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ความเจ็บเมื่อกี้หายเป็นปลิดทิ้ง

 “กล้าประจานก็เอาสิ...”

 เขาตอบอย่างไม่ยี่หระ แถมยังยักคิ้วใส่ก้อนกลมๆที่นอนมุดหมอนอยู่อย่างท้าทาย

 “แต่ถ้ามันพังจริงอย่างที่เธอแช่ง...เตรียมตัวหาเงินมาจ่ายค่าเสียหายได้เลยนะก้อนแป้ง”

 น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันแกมเอ็นดู

 “เพราะอะไหล่ชิ้นนี้...ประเมินค่าไม่ได้ เผลอๆเธอต้องทำงานใช้หนี้ฉันยันชาติหน้าบ่ายๆนู่นแหละถึงจะหมด!”

 หึ...เห็นท่าทางหงิมๆติ๋มๆนึกว่าจะเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้

 ที่ไหนได้...ดันเป็นลูกระเบิดเดินได้ชัดๆ เผลอนิดเดียวเล่นเอาเกือบสูญพันธุ์ งานนี้คงต้องคอยระวังตัวให้ดีเสียแล้วมั้ง...

 ความร้อนผ่าวลามเลียตั้งแต่ใบหูยันคอระหง

 แพ้...

 แพ้ราบคาบเลยไอ้แป้งเอ๊ย!

 อยากจะกรีดร้องให้โลกแตกแต่ก็ทำไม่ได้

 เจ็บใจชะมัด! ทั้งที่เธอไม่ได้ตั้งใจแท้ๆ แต่หลักฐานมันดันมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้

 ใครมันจะไปเชื่อว่าคนดีๆที่ไหนจะสะดุดขาตัวเองแล้วพุ่งหลาวเอาหน้าไปซุกเป้าชาวบ้านได้พอดิบพอดีขนาดนั้น!

 พล็อตละครหลังข่าวยังไม่กล้าเขียนบทอุบาทว์ๆแบบนี้เลย!

 เธอก็ทำได้แค่ก้มหน้ารับกรรมในฐานะผู้ประทุษร้ายน้องชายเจ้าหนี้อย่างไร้ข้อโต้แย้ง

 “หนู...หนูจะนั่งนิ่งๆอยู่เฉยๆตรงนี้แล้ว!”

 เสียงหวานอู้อี้ลอดผ่านหมอนออกมาอย่างจำนน

 “สัญญาว่าจะไม่ขยับตัวไปสร้างความเดือดร้อนให้พี่...หรือร่างกายส่วนไหนของพี่อีกแล้ว!”

 คินน์มองท่าทางของปั้นแป้งตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มมุมปาก ความจุกเมื่อครู่เริ่มทุเลาลงจนเกือบหายสนิท...

 พอเห็นท่าทางหงอๆเหมือนลูกหมาโดนดุของยัยตัวแสบที่สิ้นฤทธิ์แบบนี้แล้ว...

 มันก็น่าเอ็นดูพิลึกแฮะ

 ริมฝีปากหยักเผลอคลี่ออกเป็นรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบส่ายหน้าเพื่อเรียกสติให้ตัวเอง

 ติ๊ง!

 เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขัดจังหวะความเงียบ

 ปั้นแป้งตกใจจนตัวลอยรีบคว้ามือถือขึ้นมาดูข้อความด้วยท่าทางลนลาน

 ดวงตากลมโตลอบมองคนข้างๆอย่างหวาดระแวง เห็นคินน์กำลังเอนตัวพิงพนักโซฟา กดมือถือเล่นด้วยท่าทางสบายอารมณ์ไม่สนใจโลก

 ทางสะดวก...

 เธอค่อยๆสไลด์ตัวออกจากโซฟา ย่องเบาเงียบกริบหายตัวแวบไปอีกมุมห้องอย่างไว

 ชื่อบนหน้าจอทำเอาใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง

 ‘น้ำหนึ่ง’ 

 โอ๊ย...พ่อพระมาโปรด!

 “ฮัลโหล หนึ่ง ว่าไง” เธอรับสายเสียงเบา

 “เราว่าจะชวนแป้งไปดูหนังตอนบ่ายๆอะ เพิ่งเห็นว่าเรื่องที่คุยกันเข้าโรงแล้ว อยากดูป่ะ?” เสียงนุ่มทุ้มอบอุ่นที่คุ้นเคยดังมาจากปลายสาย ช่วยชะล้างความปั่นป่วนในใจเมื่อครู่ได้ชะงัด

 ปั้นแป้งยิ้มน้อยๆแต่ก็ต้องตอบกลับอย่างเสียดาย

 “วันนี้แป้งคงไปไม่ได้อะหนึ่ง ต้องอยู่ช่วยแม่ทำความสะอาดห้อง จัดของ...ยังไม่ได้ล้างจานเลยอะ” เธอหัวเราะกลบเกลื่อน รู้สึกผิดนิดๆที่ต้องโกหกคนแสนดีอย่างน้ำหนึ่ง

 “อ้อ...เหรอ แป้งพักผ่อนด้วยนะ อย่าโหมมาก เดี๋ยวไม่สบาย”

 ความอบอุ่นในน้ำเสียงนั้นทำให้เธอรู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิม

 ทว่า...ยังไม่ทันได้พูดลา

 เงาทะมึนของใครบางคนก็ทาบทับลงมาจากด้านหลัง...พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่จงใจดัดให้ ดัง และ ใกล้ ให้ปลายสายได้ยิน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป