บทที่ 19 เตรียมตัวโดน‘ติวเข้ม’...ฉบับถึงเนื้อถึงตัว!

 “กินๆไปเถอะ จะได้เลิกพูดมากสักที”

 คินน์บ่นอุบอิบ แต่สายตากลับลอบมองคนข้างๆ

 ปั้นแป้งไม่สนใจคำประชด เธออ้าปากงับไอติมคำโต ความเย็นหวานฉ่ำทำเอาเธอหลุดยิ้มออกมาจนตาหยี โลกทั้งใบดูสดใสขึ้นทันตาเห็นเพียงแค่มีของกิน

 รอยยิ้มนั้นกว้าง...และจริงใจที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา

 คินน์เผลอมองภาพนั้นนิ่ง...

 ปกติผู้หญิงรอบตัวเขามักจะห่วงสวยเวลากิน...แต่ยัยนี่กินมูมมามไม่สนโลก แถมยังแลบลิ้นเลียปากแผล็บๆเหมือนลูกแมวหิวโซ

 “เด็กน้อยเอ๊ย...”

 เสียงทุ้มพึมพำ

 บ้าฉิบ...ความไร้จริตมารยาแบบนี้มันมีอิทธิพลกับเขาขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

 แค่นั่งมองยัยก้อนกินจนแก้มตุ่ย เขาก็ดันยิ้มออกมาได้ง่ายๆซะงั้น

 “มองอะไรคะ? อยากกินของหนูเหรอ?”

 ปั้นแป้งหันมาถามตาแป๋ว ยื่นโคนไอติมที่แหว่งไปครึ่งหนึ่งมาจ่อปากเขา

 คินน์ผงะถอยหลังแล้วรีบปัดออก

 “สกปรก! ใครจะไปกินต่อจากเธอ”

 “เชอะ! ผู้ดีตีนแดง...” เธอเบ้ปากใส่แล้วหันไปจัดการของโปรดต่อ

 คินน์ส่ายหน้า...แต่ในอกกลับรู้สึกคันยุบยิบ

 แทนที่จะหงุดหงิดรำคาญใจ เขากลับพบว่าตัวเองกำลังเพลิดเพลินกับความโก๊ะตรงหน้าอย่างน่าประหลาด โดยที่เจ้าตัวก็ยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ

 ครืด...ครืด...

 โทรศัพท์ในกระเป๋าปั้นแป้งสั่นเตือน

 เธอหยิบขึ้นมาดู ก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏขึ้นเมื่อเห็นชื่อน้ำหนึ่ง

 “ฮัลโหลหนึ่ง ว่าไง”

 เธอรับสายเสียงใส พยายามเดินทิ้งระยะห่างจากคินน์นิดหน่อยเพื่อความเป็นส่วนตัว

 “วันนี้ว่างมั้ยแป้ง? ว่าจะชวนไปหาอะไรกินกันแถวสยาม”

 เสียงนุ่มทุ้มของเพื่อนสนิทดังมาตามสาย ฟังดูอบอุ่นและเป็นกันเอง

 ปั้นแป้งเหลือบตามองแผ่นหลังกว้างของเจ้าหนี้ที่เดินนำหน้าอยู่

 “วันนี้ไม่ว่างอะหนึ่ง...เราอยู่กับพี่คินน์อีกแล้ว” เธอตอบเสียงอ่อย 

 “อีกแล้วเหรอ?” ปลายสายเงียบไปอึดใจ “ช่วงนี้แป้งอยู่กับเขาบ่อยจัง...ระวังตัวหน่อยนะ เราเป็นห่วง ไม่อยากให้แป้งเผลอใจไปชอบคนแบบนั้น”

 “จะบ้าเหรอ! ใครจะไปชอบคนปากเสียแบบนั้นลง...”

 “คนแบบนั้นมันทำไมครับ?”

 เสียงทุ้มต่ำดังแทรกขึ้นมาชิดใบหู!

 ปั้นแป้งสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองก็เจอเข้ากับอกแกร่งที่ประชิดเข้ามาด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

 คินน์ยืนซ้อนหลังเธอ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยแตะจมูก

 ใบหน้าหล่อเหลาตอนนี้เรียบตึง ดวงตาคมจ้องมองโทรศัพท์ในมือเธอด้วยแววตาไม่พอใจอย่างรุนแรง

 “พ...พี่คินน์!”

 ปั้นแป้งทำท่าจะลดโทรศัพท์ลง แต่มือหนาไวกว่า

 เขาฉกมือถือไปจากมือเธอหน้าตาเฉย แล้วยกขึ้นแนบหูตัวเองราวกับเป็นเจ้าของเครื่อง

 “สวัสดีครับน้องหนึ่ง...”

 น้ำเสียงของคินน์ราบเรียบ สุภาพ แต่แฝงความเยือกเย็นที่ทำเอาคนฟังขนลุก

 “พี่...พี่คินน์?” เสียงน้ำหนึ่งดูตกใจ

 “ครับ พี่เอง”

 คินน์ตอบรับสบายๆ พลางตวัดแขนแกร่งโอบรอบเอวบางของปั้นแป้งแล้วรั้งเข้ามาแนบชิดตัว

 จงใจให้ปลายสายได้ยินเสียงเนื้อผ้าเสียดสีกัน หรือแม้แต่เสียงลมหายใจ

 “พอดีแฟนพี่กำลังยุ่งอยู่กับการดูแลพี่น่ะครับ...คงไม่สะดวกไปลั้ลลากับผู้ชายคนอื่นตอนนี้หรอก”

 ปั้นแป้งตาโต พยายามจะแย่งมือถือคืน “พี่คินน์! พูดบ้าอะไรเนี่ย เอาคืนมานะ!”

 คินน์เบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดาย แถมยังกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนอกเธอเบียดกับอกเขา

 เขากรอกเสียงลงไปในสายอีกครั้ง ชัดถ้อยชัดคำ

 “แล้วก็ฝากไว้นิดนึงนะครับ...”

 มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจ

 “ช่วงนี้แป้งเขาอาจจะไม่ค่อยว่างตอบแชต เพราะมือไม่ว่าง ต้องคอยจับมือพี่เดินห้างอยู่...หวังว่าน้องหนึ่งจะเข้าใจนะครับ”

 ติ๊ด!

 เขาพูดจบก็กดตัดสายทิ้งดื้อๆโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบโต้ แล้วยัดมือถือคืนใส่มือคนตัวเล็กที่กำลังยืนหน้าเห่อร้อนด้วยความอายปนโมโห

 “พี่คินน์! ทำไมทำตัวเสียมารยาทแบบนี้!” ปั้นแป้งแหวใส่ มือไม้สั่นไปหมด “หนึ่งเข้าใจผิดหมดแล้ว!”

 “แล้วไง?”

 คินน์ยักไหล่ ไม่สะทกสะท้าน “ก็เธอคุยกับผู้ชายอื่นต่อหน้าฉัน ฉันก็แค่แสดงบทบาทแฟนขี้หวงให้สมจริงเฉยๆ”

 “แต่นี่มันไม่มีใครดูอยู่สักหน่อย!”

 “ใครบอก...สายสืบแม่ฉันอาจจะอยู่แถวนี้ก็ได้”

 เขาแถสีข้างถลอก ก่อนจะโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน แววตาที่เคยขี้เล่น ตอนนี้กลับดูจริงจังจนน่ากลัว

 “จำไว้ก้อนแป้ง...”

 เสียงทุ้มกดต่ำ ลมหายใจอุ่นรดรินแก้มเนียน

 “ตราบใดที่สัญญายังไม่จบ...เธอไม่มีสิทธิ์ไปว่างให้ผู้ชายคนไหนทั้งนั้น นอกจากฉัน”

 ปั้นแป้งยืนแข็งทื่อ หัวใจเต้นกระหน่ำรัวจนเจ็บหน้าอก

 คำพูดเผด็จการนั่นมันน่าโมโห แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกวูบวาบแปลกๆกับการกระทำของเขาด้วยก็ไม่รู้!

 วันต่อมา กิจวัตรประจำวันของแฟนกำมะลอก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง...

 “ฉันชอบกาแฟแบบไหน?”

 “อเมริกาโน่เย็น...คั่วกลาง ไม่หวาน”

 “วันเกิดฉันวันอะไร?”

 “สิบสี่กุมภา...วันรวมญาติเจ้าพ่อคาสโนว่ามั้งคะ”

 เสียงหวานตอบแบบขอไปทีพลางเขี่ยปลายเท้าเล่นอยู่บนม้านั่งใต้ตึกคณะ 

 คินน์หรี่ตามองลูกหนี้ตัวแสบที่ช่วงนี้ชักจะปากเก่งขึ้นทุกวัน เขาขยับเข้าใกล้จนหัวไหล่กว้างเบียดกับไหล่บาง ทำเอาคนที่เพิ่งตอบคำถามฉะฉานเมื่อกี้สะดุ้งตัวโยนแทบตกเก้าอี้

 “ตอบถูกแต่ปากดี...ต้องโดนหักคะแนนพิศวาสนะก้อนแป้ง”

 รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของรุ่นพี่ปีสี่ เขาสนุกกับการจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ตอนนี้เริ่มขึ้นสีระเรื่อ

 ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชีวิตของปั้นแป้งถูกปฏิวัติโดยสมบูรณ์ ตารางเรียนที่ว่าแน่นยังต้องแพ้ให้กับตารางรับส่งของเจ้าหนี้จอมเผด็จการ 

 เช้าต้องเห็นหน้า เย็นต้องกินข้าวด้วยกัน แถมยังต้องมานั่งท่องประวัติส่วนตัวของเขาเหมือนจะไปสอบชิงทุน

 ทุกอย่างดูจะไปได้สวย...ยกเว้นเรื่องเดียว

 มีอยู่แค่ อย่างเดียวเท่านั้นที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ของคินน์เสียที

 ยัยเด็กหัวก้อนนี่มีระบบป้องกันตัวทำงานไวเวอร์ยิ่งกว่าเจอแมลงสาบบินใส่ 

 แค่เขาแกล้งจะโอบเอวตอนเดินอยู่ในคณะ เจ้าตัวก็เบี่ยงหลบจนหลังแทบติดกำแพง หรือพอจะเนียนคว้ามือมาจับโชว์คนอื่น เธอก็รีบสะบัดออกแทบจะในทันที

 คินน์เห็นอาการตื่นตูมเกินเบอร์นั่นแล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้ว...

 มันน่าหงุดหงิด แต่ก็น่าลองของพิลึก

 เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ที่อยากจะดัดนิสัยขี้อายของเธอนี่เพื่อความสมจริงของละคร หรือเขาแค่อยากจะรู้กันแน่ ว่าต้องทำยังไงยัยเด็กนี่ถึงจะยอมอยู่นิ่งๆในอ้อมแขนเขาโดยไม่ดิ้นหนี

 "คงต้องติวเข้มเรื่องนี้กันหน่อยแล้วมั้ง..."

บทก่อนหน้า
บทถัดไป