บทที่ 2 เด็กจนๆก็มีหัวใจ!
โลกทั้งใบหมุนติ้ว ขาแข้งอ่อนแรงจนแทบจะลงไปกองกับพื้นให้รู้แล้วรู้รอด
ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วแผ่นหลังทั้งที่แดดร้อนเปรี้ยง
เงินขนาดนี้ไม่ใช่แค่ค่าซ่อมแล้ว...นี่มันดาวน์บ้านได้ทั้งหลัง! ซื้อรถขับได้ทั้งคัน!
แม่จ๋าช่วยหนูด้วย!
เธอไม่ได้แค่เหยียบมือถือ...แต่เธอเพิ่งจะเหยียบอนาคตตัวเองพังคาตีน!
เงินจำนวนนี้ซื้อข้าวแกงได้หลายพันมื้อ เที่ยวยุโรปยังได้สองรอบ ค่าเทอมทั้งหลักสูตรยังเหลือทอน!
เธออ้าปากค้าง มือไม้เย็นเฉียบจนแทบหมดแรงกระเป๋าผ้าที่สะพายไว้เริ่มรู้สึกหนักขึ้นอย่างน่าประหลาด
แม้จะรู้ว่าในนั้นไม่มีอะไรนอกจากสมุดจด และความจนแบบพกพา
ซวยแล้ว ซวยหนักมาก!!
“จ่ายไหวไหมล่ะ?” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือหัว
เขาไม่ได้ตะคอก แต่ในน้ำเสียงมันมีอะไรบางอย่างที่ฟังแล้วหัวใจสะดุ้งวาบ
ปั้นแป้งล้วงกระเป๋าทันทีแบบไร้สติทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าข้างในมีแค่เหรียญสองสามบาท กับใบเสร็จร้านชานมที่เธอลืมทิ้ง
ตายแน่แล้ว!
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง
คนตัวสูงตรงหน้ายืนกอดอก หน้าตาไม่สบอารมณ์ชัดเจน
สายตานั่น...ไม่พูดอะไรก็รู้ว่า เขาคงไม่คิดว่าเธอจะจ่ายได้
เอาจริงๆ มันก็ไม่ได้แปลกหรอก เธอเองก็แต่งตัวเหมือนเด็กกะโปโลชุดเก่าๆ ดูซอมซ่อ บวกด้วยรองเท้าผ้าใบที่เคยขาวเมื่อชาติที่แล้ว เธอคงดูเหมือนเด็กทุนเดินผ่านมาเก็บขวดขายในสายตาเขา
ก็แค่คำถามสั้นๆ ว่า ‘จ่ายไหวไหมล่ะ?’ แต่ทำไมมันจุกอกแบบนี้!
หญิงสาวหลุบตาลงต่ำซ่อนแววตาไหววูบ เพราะความจริงที่ตอกหน้าอยู่มันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอไม่มีทางจ่ายไหวอย่างที่เขาว่า
แต่ถึงจะจน ก็ใช่ว่าจะยอมเดินหนีหัวหดกลับบ้านเฉยๆ แบบคนไม่มีศักดิ์ศรี
“หนู...จะหาทางใช้คืนให้ได้ค่ะ!” เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยแต่หนักแน่นพอจะให้เขารู้ว่าไม่ใช่พูดเล่น
อาจจะเป็นเพราะแรงกดดัน หรือเพราะศักดิ์ศรีเล็กๆ ที่พอจะมี แต่ยังไงก็ไม่อยากให้เขาจำหน้าเธอไปในฐานะ ‘เด็กโก๊ะเหยียบมือถือแล้วหนี’
คินน์มองเธอนิ่งๆ
สีหน้าเขาไม่ได้เปลี่ยนมากนัก แต่อะไรบางอย่างในแววตาดูจะคลายความหงุดหงิดลงนิดเดียว...นิดเดียวจริงๆ
เขาไม่ได้ตอบรับ ไม่ได้ด่า
แค่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด แล้วเบนสายตาไปทางอื่นเหมือนไม่อยากเสียเวลากับเรื่องนี้อีก
แต่ไม่ว่าเขาจะคิดยังไง เธอก็จะหาเงินมาคืนให้ได้
จะเก็บเหรียญ จะขายของมือสอง จะลงชื่อรับจ๊อบพิเศษทุกเว็บที่มีในจักรวาลก็ยอม!
เธอจะทำให้เขาเห็น...
ให้คนตรงหน้ารู้ซึ้งว่าเด็กจนๆ อย่างเธอก็มีศักดิ์ศรีและความเป็นคนไม่แพ้ใครหน้าไหนทั้งนั้น!
คินน์ถอนหายใจเฮือกหลังจากได้ยินคำยืนยันหนักแน่นแบบสั่นๆ ของเด็กสาวตรงหน้า
เขาไม่ได้ตอบ ไม่แม้แต่จะพยักหน้า มือซุกเข้ากระเป๋ากางเกง เสี้ยววินาทีถัดมาก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่ใยดี
ไม่คิดจะเหลียวกลับมามองด้วยซ้ำ
ไม่สนด้วยว่าเธอจะหาเงินคืนได้หรือเปล่า เพราะเอาเข้าจริง เขาก็ไม่แคร์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
วันบ้าอะไรของเขาวะเนี่ย...
ในขณะเดียวกัน...ปั้นแป้งยังยืนตัวแข็งอยู่ที่เดิม มองเขาเดินจากไปทั้งอย่างนั้น มือเล็กกุมหน้าอกแน่นอย่างไม่รู้ตัว หัวใจเต้นแรงรัวเหมือนวิ่งขึ้นบันไดสิบชั้นรวด
เขาไปแล้ว...
เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกจนแทบทรุด อย่างน้อยเขาก็ไม่เรียกเก็บค่าเสียหายในตอนนี้ แม้หัวใจจะยังเต้นโครมครามเพราะรู้ว่าต้องหาทางเอาเงินแสนแปดมาจ่ายในภายหลังอยู่ดี
ใจเย็น ปั้นแป้ง...ตั้งสติไว้ก่อน!
แต่ยังไม่ทันจะได้โล่งใจเท่าไรนัก เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้
...สายแล้ววววว!!
เสียงกรีดร้องดังลั่นอยู่ในหัว ก่อนร่างเล็กจะโกยขาวิ่งสุดแรง เหยียบเกียร์หมามุ่งหน้าไปคณะศิลปศาสตร์อย่างไม่เหลียวหลัง
ทันทีที่ถึงหน้าห้องเรียน เสียงประตูถูกผลักให้เปิดช้าๆ จังหวะนั้นเองที่หัวใจเธอเต้นแรงยิ่งกว่าตอนเจอคินน์เสียอีก
ปั้นแป้งค่อยๆ โผล่หน้าเข้าไปดูในห้อง สภาพเธอตอนนี้คือผมฟูฟ่อง หน้ามันเยิ้มจนดูแทบไม่ได้
และก็จริง...สายตาทั้งห้องหันมามองเป็นตาเดียว
เธอส่งยิ้มเจื่อนๆ กลับไปอย่างเสียไม่ได้
อะไรกัน...มองอะไรกัน? เธอไม่ได้ฆ่าใครตายสักหน่อย
แค่ทำโทรศัพท์ราคาแสนแปดแตกไปเครื่องเดียวเอง!
เธอกลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอก่อนจะย่องไปยังที่นั่งข้างเพื่อนสนิทที่กวักมือเรียกเธออยู่
“หายใจไม่ทันเลยแป้ง! ไปวิ่งหนีหมามาหรือไง” น้ำหนึ่งกระซิบถามพลางขยับเก้าอี้ให้
“หมาอะไรกัน! เราวิ่งหนีเสือเว้ย!” ปั้นแป้งตอบเสียงเบา แต่อารมณ์ยังค้างไม่หาย
เธอเตรียมจะเล่าเรื่องระทึกขวัญกับโทรศัพท์แสนแปดให้เพื่อนฟัง “คืองี้นะ เมื่อเช้านี้...”
“เธอที่มาสายน่ะ!!” เสียงอาจารย์ดังขึ้นกลางห้อง
ทั้งเธอและน้ำหนึ่งสะดุ้งโหยงแทบหล่นจากเก้าอี้
“มาสายแล้วยังจะกระซิบกระซาบรบกวนเพื่อนอีกเหรอ! ถ้ายังอยากเรียนก็นั่งนิ่งๆ แล้วตั้งใจฟังด้วย!”
ปั้นแป้งรีบหดคอเหมือนเต่าที่กลัวโดนเก็บ พยักหน้ารัวๆ แบบไม่คิดสู้ ก่อนจะก้มเปิดสมุดจดอย่างลวกๆ ทั้งที่ในหัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวิชานี้กำลังเรียนถึงไหนแล้ว
โอ้ย...เช้านี้มันจะซวยอะไรนักหนาเนี่ย! มือถือแตก โดนคนหล่อเหวี่ยงใส่ แถมยังโดนอาจารย์ด่าอีก ถ้าฟ้าผ่าลงหัวอีกนิด เธอก็คงไม่แปลกใจแล้วล่ะ
เธอถอนหายใจในใจอีกรอบหนักๆ แล้วก็ต้องนั่งนิ่งเงียบอย่างจนปัญญาตามคำสั่งอาจารย์ ทั้งที่ในหัวยังคงคันปากอยากเมาท์เรื่อง เช้านรกแตก นี้ให้เพื่อนฟังแทบขาดใจ
