บทที่ 3 พี่คะ...หนูมาใช้หนี้ค่ะ...

หลังจากเดินหนีเด็กผู้หญิงหน้าเฉิ่มคนนั้นมาโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง คินน์ก็ตรงดิ่งไปยังห้างหรูที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย ความหงุดหงิดตีตื้นขึ้นมาจนไม่มีอารมณ์เข้าเรียน

 โทรศัพท์ในมือ...ไม่สิ ซากโทรศัพท์ที่ตอนนี้เหลือเพียงซากความทรงจำ มันไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว นอกจากโยนทิ้งหรือเก็บไว้ดูต่างหน้า

 คำตอบเดียวคือ...ต้องซื้อใหม่

 คินน์เดินตรงเข้าไปชี้รุ่นท็อปที่สุดในร้าน ยื่นบัตรเครดิตสีดำให้พนักงานโดยไม่ถามราคาแม้แต่คำเดียว

 แต่ไม่กี่นาทีต่อมา บัตรใบหรูถูกยื่นกลับคืนมาพร้อมคำตอบที่ทำให้คิ้วเขากระตุก

 “ขอโทษนะคะ...ระบบแจ้งว่าบัตรถูกระงับค่ะ”

 “เครื่องเสียหรือเปล่า ลองใหม่ซิ” คินน์กดเสียงต่ำอย่างหงุดหงิด

 พนักงานรีบทำตามแต่ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม 

 เขาขบกรามแน่น หยิบบัตรใบที่สองและสามออกมาลองรูดดูบ้าง แต่ผลลัพธ์คือความเงียบอันน่าอับอาย...

 ทุกใบถูกระงับหมด!

 ยังไม่ทันที่จะได้อาละวาด ชายชุดดำร่างยักษ์สองคนก็ก้าวเข้ามาประกบหลังเขาเงียบเชียบราวกับรู้จังหวะ

 “คุณคินน์ครับ...” หนึ่งในนั้นเอ่ยเสียงเรียบ “คุณท่านต้องการพบ”

 คินน์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าฝีมือใคร

 แม่เขากลับมาแล้ว...

 “แม่กลับมาเมื่อไหร่ ทำไมไม่บอก?” คินน์ถามเสียงขุ่น หันไปมองชายชุดดำที่ทำท่าจะเข้ามาล็อกตัว

 “ไม่ต้องจับ ฉันเดินเองได้”

 เขาสะบัดตัวออกอย่างหงุดหงิด เดินนำหน้าออกไปขึ้นรถ 

 ถึงจะไม่อยากไป แต่ขัดใจนางพญาอย่างแม่เขาไปก็มีแต่เสียกับเสีย

 เพียงครึ่งชั่วโมง รถยุโรปคันหรูก็พาเขามาถึงคฤหาสน์หลังงาม

 คินน์เดินลล้วงกระเป๋าเข้าไปในโถงรับแขกอย่างไม่รีบร้อน สายตาปะทะเข้ากับร่างระหงของลลินที่นั่งไขว่ห้างจิบกาแฟรออยู่แล้ว

 “ออกไปก่อน” เธอสั่งลูกน้องเสียงเรียบ ก่อนจะวางแก้วกาแฟลง

 “ระงับบัตรผมทำไม?” คินน์เปิดประเด็นทันทีที่อยู่กันลำพัง “เล่นแรงไปนะแม่”

 ลลินไม่ตอบ แต่โยนซองเอกสารลงบนโต๊ะ รูปถ่ายนับสิบใบกระจายเกลื่อน...

 ภาพเขากับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ทั้งหน้าผับ ลานจอดรถ และโรงแรม

 “ถ้าไม่ตาม ฉันจะรู้เหรอว่าลูกชายฉันเป็นเสือคินน์มหาเสน่ห์ขนาดนี้?”

 น้ำเสียงเรียบเย็นแต่บาดลึกยิ่งกว่ามีดโกน “ฉันปล่อยให้แกใช้ชีวิตอิสระเพราะคิดว่าจะโตพอ...แต่ดูเหมือนฉันจะคิดผิด”

 “ก็ไม่ถึงขนาด...”

 “วันอาทิตย์นี้ สิบเอ็ดโมง ไปโรงแรมเมโทรฯ ฉันนัดดูตัวไว้ให้แล้ว”

 “แม่!” คินน์ลุกพรวด “ผมไม่ไป ผมมีแฟนแล้ว เลิกมั่วไปตั้งนานแล้วด้วย”

 “หึ...” ลลินแค่นหัวเราะ “อาทิตย์ก่อนแกยังนอนกับเด็กนิเทศปีสามอยู่เลย จะให้ฉันพูดชื่อไหม?”

 คินน์ชะงัก เถียงไม่ออก “ผม...ก็แค่ไม่ได้จริงจัง”

 “ถ้ายังไม่หยุดมั่ว ก็เตรียมแต่งงานกับคนที่ฉันเลือกให้ได้เลย”

 “แม่พูดจริงดิ? ทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะ!”

 “แกมีสิทธิ์เลือกตั้งแต่เมื่อไหร่?” ลลินยิ้มเย็นที่ทำเอาขนลุก “ฉันให้เวลาสามเดือน ถ้ายังเห็นแกมั่วผู้หญิงอีก ฉันจะให้เลขานัดวันหมั้นทันที”

 พูดจบเธอก็หยิบกระเป๋าแบรนด์เนมขึ้นคล้องแขนเดินออกไปโดยไม่ให้โอกาสคินน์ได้แก้ตัวต่อ

 ลลินเดินออกไปแล้ว แต่กลิ่นน้ำหอมและแรงกดดันยังลอยคว้างอยู่ในอากาศ คินน์ยังไม่ทันจะได้ขยับตัว เลขาสาวหน้าห้องก็เดินสวนเข้ามาพร้อมยื่นซองสีขาวให้

 “บัตรเครดิตค่ะ คุณท่านอนุมัติวงเงินให้เดือนละห้าหมื่นบาท”

 คินน์รับมาแบบงงๆ แต่พอได้ยินตัวเลขถึงกับหน้าตึง

 “ห้าหมื่น?”

 นี่มันเศษเงินหรือไง? แค่ค่าเหล้าเปิดโต๊ะคืนเดียวยังไม่พอจ่ายด้วยซ้ำ จะให้เขาเอาชีวิตรอดได้ยังไง!

 ยังไม่ทันได้โวยวาย เธอก็ยื่นกล่องโทรศัพท์สีเทาเรียบหรูตามมาติดๆ

 “เครื่องใหม่ค่ะ ติด GPS ไว้แล้ว ถ้าคุณคินน์ไม่พกติดตัวตลอดเวลา คุณท่านสั่งให้ระงับวงเงินทันที”

 พูดจบเธอก็เดินจากไป ทิ้งให้คินน์ยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น

 ชีวิตเขาจบสิ้นแล้ว...

 มือถือพัง บัตรโดนตัด โดนขู่จับแต่งงาน แถมยังต้องพก GPS ติดตัวเหมือนนักโทษคุมประพฤติ

 คินน์เงยหน้ามองเพดานแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

 นี่มันฝันร้ายบ้าอะไรวะเนี่ย!

 วันถัดมา

 “สรุปคือ...มึงเหลือเดือนละห้าหมื่น แถมต้องพก GPS ติดตัวเหมือนหมาใส่ปลอกคอ?”

 คินน์ทิ้งหัวลงกระแทกโต๊ะม้าหินอ่อนใต้ตึกคณะวิศวะฯดัง ตึง! จนกลุ่มนักศึกษาโต๊ะข้างๆหันมามองอย่างสงสัย

 แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจ โดยมีเสียงหัวเราะของไทป์กับกัสดังลั่นผสมโรงซ้ำเติมความซวยของเพื่อนรักอย่างไม่เกรงใจ

 “เออ...” เสียงทุ้มตอบอู้อี้ทั้งที่หน้ายังฟุบอยู่กับแขน 

 “เชี่ย...โคตรพีค” กัสตบโต๊ะฉาดใหญ่ “จากเสือวิศวะฯผู้ยิ่งใหญ่ กลายเป็นลูกแมวในกรงแม่เฉยเลยว่ะ แล้วมึงจะเอาไง? ยอมแต่งงานตามที่แม่สั่ง?”

 “ฝันไปเหอะ” คินน์เงยหน้าขึ้นมาทันควัน ขอบตาคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอน “กูบอกแม่ไปแล้วว่ามีแฟน...แต่แม่ดันรู้ทันว่ากูตอแหล เลยท้าให้พาตัวมาเจอ”

 “งานหยาบแล้วเพื่อน” ไทป์ส่ายหัว “ระดับแม่มึง ถ้าจะหาใครไปหลอกต้องเนียนระดับออสการ์นะเว้ย จะไปคว้าพริตตี้หรือเด็กในสต็อกมึงไปอ้างมั่วๆไม่ได้แน่ โดนจับได้คือตายสถานเดียว”

 คินน์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ สมองตื้อตันไปหมด แค่จะบริหารเงินห้าหมื่นให้รอดถึงสิ้นเดือนก็ยากแล้ว นี่ต้องมาหาแฟนกำมะลอไปตบตาแม่บังเกิดเกล้าอีก

 “เอ่อ...พี่คะ”

 คินน์หันขวับไปตามเสียง เขารู้สึกเหมือนว่าเคยได้ยินเสียงนี้ที่ไหนมาก่อน

 แล้วสายตาก็ไปปะเข้ากับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

 เดี๋ยวนะ...นี่มัน...

 เด็กสาวในทรงผมซาลาเปาก้อนเบ้อเร่อติดอยู่บนหัวอย่างท้าทายแรงโน้มถ่วงของโลก 

 ในมือเธอถือธนบัตรสีแดงยับยู่ยี่สามใบ ยับจนดูเหมือนผ่านน้ำท่วมมาแล้วสามครั้ง

 “หนูมาใช้หนี้ค่ะ!”

 น้ำเสียงนั้นพยายามทำให้ดูมั่นใจ แต่รอยยิ้มเจื่อนๆของเธอมันบอกว่า มั่นใจแค่ห้านาทีแรกตอนนี้เริ่มกลัวแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป