บทที่ 5 ซ้ายก็ผา ขวาก็เหว...

“แม่งโคตรคม เด็กนี่แม่งเอาอยู่!”

“โซเชียลเครดิตเหรอวะ? ฮ่าๆๆๆ”

คินน์หันมาขึงตาใส่ทั้งคู่ ก่อนจะหันกลับไปเอาเรื่องกับตัวต้นเหตุ

“อย่าทำอย่างกับฉันอยากให้คนเข้าใจว่าเธอเป็นแฟนฉันนักเลย”

เขากวาดสายตามองเด็กหัวก้อนตรงหน้าจากหัวจรดเท้า สีหน้าเหมือนเพิ่งเห็นอะไรแปลกประหลาดจากดาวพลูโต

“เตี้ยก็เตี้ย หัวก็เป็นก้อน นมก็ไม่มี แล้วเสื้อสิบปีที่แล้วหรือไงนั่น?

จี๊ด...โคตรจี๊ด!

ไอ้เรื่องเตี้ยกับเรื่องเสื้อเน่าเธอยังพอทำใจกลืนลงคอได้ แต่การมาบูลลี่เหยียดหยามว่านมไม่มีนี่มันหยามเกียรติลูกผู้หญิงขั้นสูงสุด!

ถึงไซส์เธอจะมินิมอลกะทัดรัดพกพาง่าย แต่มันก็ซ่อนรูปอยู่เว้ย! แล้วไอ้หัวก้อนๆนี่มันคือทรงดังโงะสไตล์เกาหลีที่เขาฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองต่างหาก! อีตาคนหล่อแต่ตาถั่วเอ๊ย!

ความโกรธพุ่งปรี๊ดทะลุปรอทจนลืมไปเลยว่าผู้ชายตรงหน้าคือเจ้าหนี้สุดโหด ร่างเล็กเชิดหน้าขึ้นสวนกลับฉอดๆทันที

“แล้วพี่ก็สูงเท่าเสาไฟฟ้าเลยปะคะ!? คนเขาต้องเงยหน้าคุยจนเมื่อยคอ หัวก็ทองอย่างกับไปย้อมขมิ้นมาอะ!”

เธอหยุดพักหายใจก่อนจะยืดอก (ที่ถึงจะมีน้อยแต่ก็ภูมิใจ) แล้วพูดต่ออย่างไม่ยอมแพ้

“ส่วนเรื่องเสื้อ...นี่วินเทจค่ะ วิน-เทจ! เข้าใจไหมคะ พี่แค่ตามแฟชั่นไม่ทัน!”

กัสหัวเราะจนตัวร่วงลงกับพื้น ไทป์ถึงกับฟาดเข้ากับพนักเก้าอี้

“โอยยยย ขอยาดตาย ฮือออออ กูชอบยัยเด็กนี่ว่ะ!”

คินน์หน้าแดงขึ้นเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าเพราะโกรธหรืออาย

“ฉันเนี่ยนะตามแฟชั่นไม่ทัน?!” เขาชี้ตัวเองแบบงงจัด “นี่คือคินน์ คนที่เคยขึ้นหน้าปกนิตยสารผู้ชายมาแล้วนะ!”

“คงขึ้นเพราะหัวขมิ้นพี่หรือเปล่าคะ” ปั้นแป้งเบ้ปาก “แบบไม่มีใครเขาเอาขมิ้นมาย้อมผมกันอ่ะ...”

เธอกลับหลังหันจะเดินหนี

ไปล่ะค่ะ ลาก่อนค่ะ โลกนี้ หนูขอย้ายจักรวาลด่วน ไม่อยู่แล้ว!!!

หมับ!

คินน์คว้าหูหิ้วกระเป๋าผ้าของเธอไว้

ปั้นแป้งสะดุ้งถอยหลังตามแรงฉุด

“ถ้าไม่อยากแกล้งเป็นแฟนฉันก็ไม่เป็นไรนะ” น้ำเสียงของเขาเย็นเฉียบจนน่ากลัว “งั้นก็จ่ายมาเลย...แสนแปด...ตอนนี้...เดี๋ยวนี้...”

ปั้นแป้งได้ยินก็ถึงกับชะงักค้าง ตาโตเป็นไข่ห่าน

เดี๋ยวนะ...เมื่อกี้เขาว่าอะไรนะ?

แสนแปด...ตอนนี้ เดี๋ยวนี้?

นี่มันมุกบ้าอะไรกัน! ไหนตอนแรกบอกไม่ต้องชดใช้ แล้วมาเรียกเก็บหนี้กะทันหันแบบนี้เนี่ยนะ!? มัดมือชกกันชัดๆ!

“พะ...พี่พูดจริงเหรอคะเนี่ย?” เธอหันขวับไปหาเขาพร้อมกับถามเขาเสียงหลง “หรือแค่ขำ ให้หนูเป็นลมแล้วแบกไปโรงพยาบาลเล่นสนุกกันเฉยๆ?”

“หน้าแบบฉันนี่ดูเหมือนคนชอบเล่นตลกเหรอ?” คินน์เลิกคิ้วตอบหน้าตาย ไร้ซึ่งรอยยิ้ม

ไทป์กับกัสที่นั่งดูอยู่ถึงกับหัวเราะพรืดราวกับดูซิทคอมตอนพิเศษ

ปั้นแป้งหันขวับไปถลึงตาใส่สองคนนั้น “หัวเราะอะไรคะ!? ช่วยหนูก่อนไหมล่ะ!!”

“โอ๊ยยย อย่าโกรธพวกพี่เลยน้องงง” กัสยกมือสองข้างขึ้นทำท่ายอมแพ้ “คือน้องตลกดีอ่ะ พี่ก็แค่เอ็นดู!!”

“ใช่ๆ เหมือนดูละครเย็นตอนห้าโมงครึ่ง” ไทป์เสริมทันควัน “แต่อย่าเพิ่งเคืองนะ พี่เอาใจช่วยเต็มที่เลยจริงๆ”

ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลยสักนิด!!!

คินน์ยืนกอดอกนิ่ง เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนมิดตัวเธอ...บรรยากาศกดดันเหมือนโดนเจ้าหนี้นอกระบบมายืนคุมเชิงถึงหน้าบ้าน

“ทางเลือกมีไม่เยอะ...”

เขายักไหล่ท่าทางกวนประสาท ไม่ได้เดือดร้อนกับความซวยของเธอเลยสักนิด

“จะควักกระเป๋าจ่ายตอนนี้...หรือจะยอมเล่นละครเป็นแฟนฉัน?”

“พี่จะบ้าเหรอ! สภาพหนูเนี่ยนะ?”

ปั้นแป้งสวนขวับแบบลืมกลัว นิ้วชี้จิ้มเข้าหาตัวอย่างเหลืออด

“พี่ช่วยแหกตา...เอ้ย! พี่ช่วยดูสภาพหนูนิดนึง กระเป๋าผ้าตลาดนัด รองเท้าผ้าใบเน่าๆ แถมหน้าก็จืดเป็นเต้าหู้ แม่พี่เห็นคงนึกว่าพี่จ้างคนต่างด้าวมาช่วยแบกของมากกว่ามั้ง!”

คินน์กลอกตามองบนอย่างคนความอดทนต่ำ

“เพ้อเจ้อ...ฉันไม่ได้จะพาเธอไปประกวดนางงามจักรวาล”

เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ ขู่เสียงต่ำ

“แค่ให้ไปยืนปั้นหน้ายิ้มๆ เป็นแฟนตบตาแม่ฉัน แลกกับยกหนี้ให้ทั้งหมด...คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม”

คุ้มบ้าบออะไรล่ะคุณพี่!

ปั้นแป้งอยากจะกรีดร้องอัดหน้าหล่อๆนั่นให้หูแตก

นี่มันมัดมือชกชัดๆ เหมือนโดนลากไปเล่นละครลิงที่ไม่เคยซ้อมบท แถมพระเอกยังเป็นถึงเสือคินน์ตัวอันตรายระดับท็อปของมหา’ลัย

สมองหมุนติ้วรีบเฟ้นหาทางเลือกที่มีอยู่น้อยนิด

ทางแรก...ปฏิเสธ แล้วหาเงินแสนแปดมาคืน ทางนี้ตัดทิ้งได้เลย ขายไตก็ไม่เอา กลัวเจ็บ…

ทางสอง...ยอมตกกระไดพลอยโจนเป็นแฟนปลอมๆแลกกับอิสรภาพทางการเงิน แต่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงตีนเสี่ยงตีนแฟนคลับพี่มัน...

ซ้ายก็ผา ขวาก็เหว...

มันไม่มีทางรอดอื่นให้เธอแล้วนี่หว่า!

“...ตกลงค่ะ” เสียงตอบเบาหวิวเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง “หนูยอมทำก็ได้”

มุมปากหยักได้รูปกระตุกยิ้มมุมปาก...เป็นรอยยิ้มร้ายกาจของผู้ชนะที่เห็นแล้วคันเท้าพิลึก

เขามั่นใจอยู่แล้วว่ายังไงลูกไก่ในกำมือก็ไม่มีทางหนีพ้น

“ฉลาดเลือกนี่...”

เขาพยักเพยิดหน้าให้เพื่อนอีกสองคนที่ยืนรออยู่อย่างรู้กัน

“งั้นก็ลุก...ไปคุยรายละเอียดกันที่อื่น ตรงนี้ร้อน รำคาญ”

“จะพาไปไหนอีกคะ?” ปั้นแป้งขมวดคิ้วขณะที่ถูกดึงแขนให้เดินตามเขาไป

“คาเฟ่หลังตึก ฉันอาจโดนจับตาอยู่ ต้องไปหาที่เงียบๆคุย” เขาตอบเรียบๆ

“โอเคค่ะ...แต่หนูขอบอกไว้ก่อน หนูแพ้กาแฟนะคะ กินแล้วใจสั่น มือสั่น คนสั่น แล้วหลอน...”

คินน์ชะงักไปเล็กน้อย หันมาปรายตามองยัยเด็กหัวก้อนที่เอาแต่พ่นเรื่องเพี้ยนๆออกมาไม่หยุด

ร่างสูงไม่ได้เอ่ยปากเถียงอะไรออกไป เขาเพียงแค่ถอนหายใจออกมายาวๆ

เขาเคยเจอผู้หญิงงี่เง่ามาหลายรูปแบบ

แต่แบบนี้...โคตรจะแปลก แปลกจนเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดที่ดึงยัยเด็กนี่เข้ามาเป็นทางรอดของชีวิต...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป