บทที่ 8 จะได้รู้ว่าแฟนพี่เป็นคนแซ่บ
“ไปเรียนได้แล้ว เลิกเรียนฉันจะมารับ”
ปั้นแป้งพยักหน้าหงึกๆอย่างคนสมองเบลอ มองตามแผ่นหลังกว้างของร่างสูงที่เดินล้วงกระเป๋าจากไป ทิ้งเธอไว้ท่ามกลางวงล้อมของเสียงซุบซิบนินทาที่ดังระงมไปทั่วบริเวณ
"เมื่อกี้พี่คินน์หอมแก้มจริงเหรอวะ?"
"ยัยนั่นใคร โคตรจืด!"
"อย่าบอกนะว่าตัวจริงของพี่คินน์!?"
มือเล็กกำสายกระเป๋าแน่น อยากจะมุดดินหนีไปให้พ้นๆ แต่ยังไม่ทันก้าวขา แรงกระชากจากด้านหลังก็ทำเอาเธอเซถลาหลบเข้าไปในมุมตึก
“เดี๋ยวแป้ง!”
คนตรงหน้าคือน้ำหนึ่ง...เพื่อนสนิทที่ปกติจะใจดีและยิ้มเก่ง แต่วันนี้หน้าตึงจนน่ากลัว
“เมื่อกี้มันคืออะไร? ทำไมไอ้พี่คินน์ถึงมาทำรุ่มร่ามกับแป้ง!”
เจอสายตาคาดคั้นเบอร์นี้ ปั้นแป้งเลยได้แต่ถอนหายใจ ยอมเล่าความจริงรวดเดียวจบ ทั้งเรื่องทำมือถือแสนแปดพังและการรับบทแฟนกำมะลอล้างหนี้
“บ้าไปแล้วเหรอ! แสนแปดเนี่ยนะ?” น้ำหนึ่งเอ่ยด้วยแววตาร้อนรน “ทำไมไม่บอกเรา เราจ่ายแทนให้ได้นะเว้ย แป้งจะได้ไม่ต้องไปยุ่งกับไอ้เสือผู้หญิงนั่น!”
น้ำเสียงเขาจริงจัง ฐานะอย่างเขาเงินแค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก ขอแค่กันเธอออกห่างจากผู้ชายอันตรายคนนั้นได้ก็พอ
“บ้า! จะให้เพื่อนมาเดือดร้อนด้วยได้ไง” ปั้นแป้งปฏิเสธเสียงแข็ง ส่ายหัวรัว “เราทำพังก็ต้องรับผิดชอบเองดิ อีกอย่าง...มันก็แค่เล่นละครตบตาแม่เขา แลกกับหนี้แสนแปด คุ้มจะตาย”
“แต่เสือมันไม่เคยกินพืช แป้งก็รู้...”
น้ำเสียงของน้ำหนึ่งแผ่วลง พร้อมกับความเจ็บปวดที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก
มีเงินเป็นแสนเป็นล้าน แต่กลับใช้ปกป้องคนที่ตัวเองชอบไม่ได้เพียงเพราะเส้นกั้นคำว่าเพื่อนและความเกรงใจของเธอ
ยิ่งเห็นรอยยิ้มซื่อๆของคนที่คิดว่าตัวเองเอาอยู่ เขายิ่งปวดใจที่ต้องมองเธอก้าวขาเข้าถ้ำเสือ
“รู้แล้วน่า เราดูแลตัวเองได้” ปั้นแป้งเอื้อมไปตบแขนเพื่อนเบาๆก่อนจะเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ “ไปเข้าคลาสกันเถอะ เดี๋ยวจารย์เช็กชื่อสาย”
พูดจบเจ้าตัวดีก็ออกแรงลากเพื่อนตัวสูงให้เดินตามไปที่ตึกเรียนทันที
น้ำหนึ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ จำใจก้าวตามแรงดึงนั้นไป แม้ปากจะบ่นอุบ...
แต่สายตาที่ทอดมองแผ่นหลังเล็กก็ยังฉายแววหวงแหนไม่ปิดบัง
หลังจากเลิกคลาสช่วงบ่าย
ปั้นแป้งโบกมือลาน้ำหนึ่งพร้อมรอยยิ้มที่ตั้งใจปั้นแต่งให้ดูชิลสุดๆ ทั้งที่ในหัวเริ่มมีเสียงกรีดร้องดังลั่น ว่าจะเอายังไงดีกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้...
“งั้นเราไปก่อนนะ...เดี๋ยว...เอ่อ...พี่คินน์มารับ”
พอได้ยินชื่อคินน์ คิ้วของน้ำหนึ่งก็ขมวดเป็นปมทันที
“แน่ใจนะแป้ง? เราไม่ไว้ใจมันเลยว่ะ”
“โอ๊ย หายห่วง! ระดับนี้เอาตัวรอดสบาย!”
ปั้นแป้งหัวเราะร่วนกลบความประหม่าทั้งที่ความจริงขาสั่นพั่บๆ
“มีอะไรต้องรีบโทรมานะ ห้ามหายเงียบเด็ดขาด” น้ำหนึ่งกำชับหน้าเครียด
“รับทราบค่ะคุณพ่อ!”
ร่างเล็กทำท่าตะเบ๊ะล้อเลียนแก้เขิน แล้วรีบดันหลังเพื่อนให้เดินแยกไปอีกทาง ก่อนที่ตัวเองจะหลุดหน้าเสียให้โดนจับได้
คล้อยหลังเพื่อนสนิท...รอยยิ้มเริงร่าก็หุบฉับลงทันที
ปั้นแป้งยืนเคว้งอยู่ลำพัง ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่กลางดงระเบิด!
สายตาสาวๆรอบคณะที่ตวัดมองมา ถ้าเปลี่ยนเป็นมีดได้เธอคงพรุนไปทั้งตัว...
มีตั้งแต่มองเหยียด มองค้อน ไปจนถึงสายตาอาฆาตที่พร้อมจะลากเธอไปตบหลังตึก!
ไม่นานนัก ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาที่พับแขนเสื้อขึ้นลวกๆก็ปรากฏตัว คินน์เดินล้วงกระเป๋าตรงดิ่งมาหาเธอ
"ไปกันได้แล้ว"
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาคว้าหมับเข้าที่มือเล็กของเธออย่างถือสิทธิ์ ความอุ่นวาบทำเอาปั้นแป้งใจสั่นวูบ จะดึงมือกลับก็สู้แรงบีบกระชับแน่นไม่ได้
"อย่าดื้อ" เขากระซิบเสียงดุ "เดินตามมาเงียบๆ"
แต่แทนที่จะพาไปที่ลานจอดรถ คินน์กลับจูงมือลากเธอเลี้ยวเข้าร้านอาหารเจ้าดังหน้าคณะ ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวของขาเมาท์และสำนักข่าวชาวมหา’ ลัยที่กระจายข่าวไวระดับ 5G!
"พ...พี่คินน์...คนมองกันเต็มร้านเลยนะ!" เธอกระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามบิดข้อมือหนีท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่จ้องเขม็ง บ้างก็รีบคว้ามือถือขึ้นมาเตรียมแชะภาพ
"ก็มองไปดิ" คินน์ตอบหน้าตาย ไม่สะทกสะท้าน "จะได้รู้กันให้ทั่วว่าฉันมีแฟนแล้ว"
ปั้นแป้งเม้มปากแน่นข่มความอาย แต่ห้ามเลือดฝาดที่พุ่งขึ้นมาซับสีบนแก้มจนแดงจัดไม่ได้เลยสักนิด
บ้าจริง...นี่มันเดินมารอรับทัวร์ลงชัดๆ!
ท่องไว้ปั้นแป้ง...แค่ใช้หนี้! แค่ละครฉากหนึ่งเท่านั้น!
สุดท้ายเขาก็เลือกโต๊ะริมกระจก มุมที่ใครเดินผ่านไปผ่านมาก็ต้องเห็นเต็มสองตา
คินน์ขยับเก้าอี้ให้เธอราวกับสุภาพบุรุษ ซึ่งมันขัดกับบุคลิกความเป็นจริงของเขาจนน่าขนลุก!
"นั่งสิ...หรือจะให้ฉันอุ้มไปวาง?"
"นั่งค่ะ! นั่งแล้ว!" ปั้นแป้งรีบแทรกตัวลงนั่งตัวเกร็ง ร่นคอหนีโดยอัตโนมัติเมื่อเขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้เพื่อขยับเก้าอี้ให้
ถึงจะท่องจำใส่สมองว่านี่แค่การแสดงตบตาคนทั้งร้าน แต่พอเจอโหมดแสนดีจอมปลอมแบบนี้เข้าไป เธอก็อดทำตัวไม่ถูกไม่ได้จริงๆ
"จะกินอะไรก็สั่ง" เขาเอ่ยเสียงเรียบพลางเปิดเมนูอย่างใจเย็น ราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสายตาอาฆาตจากโต๊ะรอบข้าง
ปั้นแป้งเงยหน้ามองเขา ขมวดคิ้วนิดๆก่อนจะนึกสนุกอยากเอาคืนคนเผด็จการบ้าง
"สั่งอะไรก็ได้จริงเหรอคะ? ไม่กลัวหนูกินจนพี่ล้มละลายเหรอ?" เธอพยายามทำเสียงขำกลบเกลื่อน แต่แววตาซุกซนนั้นปิดไม่มิด
คินน์หรี่ตามอง ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก
"ถ้าคิดว่ากระเพาะแค่นั้นจะทำให้ฉันหมดตัวได้...ก็ลองดู"
โอ๊ย...ท้าทายกันชัดๆ! ได้...เดี๋ยวปั้นแป้งจัดให้!
"งั้นเอาข้าวผัดกะเพราหมูสับไข่ดาวกรอบๆแล้วก็ส้มตำปูปลาร้า...พริกสิบเม็ดค่ะ!" สั่งพนักงานเสร็จก็หันไปยิ้มหวานแฉ่งให้เจ้ามือ "เผื่อพี่คินน์อยากชิม จะได้รู้ว่าแฟนพี่เป็นคนแซ่บ"
คินน์เลิกคิ้วมองเด็กกะโปโลตรงหน้าที่พยายามจะ แซ่บ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ
"เอาสเต๊กหมูพริกไทยดำ" เขาหันไปสั่งพนักงานเสียงเรียบ "ส่วนส้มตำนั่น...เชิญแซ่บคนเดียวไปเถอะ"
ปั้นแป้งหน้าเหวอไปนิดเมื่อมุกแป้ก
คนบ้าอะไร ไร้อารมณ์ขันชะมัด!
เวลาผ่านไปไม่นาน อาหารก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ กลิ่นปลาร้าหอมฟุ้งจากส้มตำจานโตลอยมาเตะจมูก
คินน์ชะงัก ชำเลืองมองจานสีสันจัดจ้านตรงหน้าด้วยหางตา สีหน้าบิดเบี้ยวเหมือนบอกไม่ถูก
“ลองหน่อยไหมคะพี่คินน์?” ปั้นแป้งยิ้มเผล่ “รับรองว่าคำเดียววางช้อนไม่ลง”
