บทที่ 4 บทที่ ๓ ❝เสี่ยเพชร พรรคมังกรนิล❞
ภายใต้รัตติกาลที่เงียบสงัด ล้วนเป็นเวลาที่พญามัจจุราชออกล่าเหยื่อ เสือร้าย โจร หรือแม้กระทั่งบรรดาแก๊งเจ้าพ่อต่าง ๆ ทั่วทุกพื้นที่ต่างออกหากินในพื้นที่ของใครของมัน ในยามดึกสงัดเป็นเวลาที่น่ากลัวและอันตรายสำหรับคนที่ไม่มีทางสู้ พวกชาวบ้านตาดำ ๆ ต่างรีบดับไฟตั้งแต่หัววัน พากันซ่อนตัวอยู่ในบ้านด้วยความหวาดกลัว
ฮี่!~ กุบกับ กุบกับ เสียงฝีเท้าของอาชาจำนวนหลายตัวดังระงมไปทั่วเส้นทางถนนในหมู่บ้าน ชาวบ้านที่ยังคงนอนไม่หลับด้วยความหวาดกลัวได้แต่แอบมองอยู่ห่าง ๆ ใช้ผนังบ้านที่ถูกเจาะจนเป็นรูมองออกไปยังข้างนอก เห็นกลุ่มคนขนาดใหญ่
ชายฉกรรจ์นับสามสิบกว่าคน บ้างก็ควบม้า บ้างก็ขี่มอเตอร์ไซค์ โดยมีผู้เป็นนายขับมอเตอร์ไซค์ทรงคลาสสิกอยู่หน้าขบวน กลุ่มชายชายฉกรรจ์สวมใส่เสื้อคอจีนสีดำ ปักด้วยลวดลายมังกร ต่างจากหัวหน้าพรรคที่สวมใส่เสื้อลายมังกรทองที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัว
เป็นที่รู้กันไปทั่วทั้งหมู่บ้านว่า คืนนี้เป็น ‘โจโรฤกษ์’ หรือฤกษ์แห่งการแย่งชิง เหล่าบรรดาลูกสมุนพรรคมังกรนิลอย่างพรรคของเสี่ยเพชรก็มีเป้าหมายในคืนนี้เช่นเดียวกัน ขบวนคาราวานของพรรคมังกรนิลมุ่งหน้าผ่านหมู่บ้านไป โดยที่ไม่ได้ทำอันตรายใด ๆ แก่ชาวบ้าน
โจโรฤกษ์ เป็นฤกษ์ที่เหมาะแก่การปล้นชิง การแก่งแย่ง การข่มขวัญ กลับกันก็เป็นฤกษ์ที่เหมาะแก่การปราบปราม และคืนนี้ก็เป็นคืนที่เสี่ยเพชรและลูกน้องใช้เป็นฤกษ์ในการแย่งชิง และสถานที่ที่พวกเขาเลือกจะบุกคือบ้านของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ที่เลวระยำยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน
ปกติแล้วพวกเขาจะไม่ลอบกัดใคร หากคนผู้นั้นไม่มายุ่งกับคนของเขาก่อน ต่อให้มีการลอบฆ่าเพราะผลประโยชน์ เสี่ยเพชรก็จะไม่โต้ตอบกลับแบบนั้น
“เฮ้ย! จัดการ” สิ้นเสียงคำประกาศิต บรรดาลูกน้องกลุ่มชายฉกรรจ์นับสามสิบกว่าคนบุกไปยังเรือนไม้ทรงไทยที่อยู่เบื้องหน้า เสียงกรีดร้องของคนบนเรือนร้องระงมขอความช่วยเหลือ เหล่าลูกน้องของคหบดีชั้นผู้ใหญ่ต่างพากันวิ่งกรูเข้ามาล้อมกลุ่มของเสี่ยเพชรไว้ บรรดาลูกสมุนของเสี่ยเพชรต่างเป็นงาน สามารถสกัดลูกน้องของคหบดีชั่วเอาไว้ได้
ปัง! ปัง! เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วทุกสารทิศ ปืนลูกโม่ ขนาด ๙ มม. ปืนคู่ใจของเสี่ยเพชร เจ้าพ่อพรรคมังกรนิล เสี่ยเพชรยืนหลบอยู่ในที่มืด เร้นกายแฝงไปกับต้นไม้ใหญ่ ทว่าความแม่นยำของลูกปืนที่ถูกลงคาถาอาคมกลับไม่ได้น้อยลงไป สังหารลูกน้องของคหบดีใหญ่จนล้มตายกันเป็นเบือ
มีแต่ลูกน้องลูกสมุนภายในพรรคเท่านั้น ที่รู้ว่าชายที่มีเชื้อสายไทย-จีน หัวหน้าพรรคมังกรนิล ที่มีคาถาอาคม เพราะเสี่ยเพชรดูภายนอกเหมือนคนใต้ที่มีเชื้อสายจีนคนหนึ่ง ดูไม่มีความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ บนร่างกายไม่มีเนื้อหนังมังสาที่สักยันต์อักขระ จึงไม่มีใครล่วงรู้ถึงความลับนี้
“อาหยินลื้อไปเอาสมบัติและโฉนดที่ดินของมันมา ส่วนลื้ออาหยงไปเก็บกวาดโรงงานฝิ่นของมันให้เรียบร้อย”
“ครับ”
“เอาทองมันมาด้วย แล้วเอาไปหลอม ตีตราเสียใหม่”
เสี่ยเพชรสั่งลูกสมุนมือซ้ายแลมือขวาให้ไปทำงาน กายสูงใหญ่เดินขึ้นไปบนเรือนด้วยท่าทีที่องอาจ การที่เสี่ยเพชรมาปล้นคหบดีชั่วช้าในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการทรัพย์สินหรือเงินทอง เพียงแต่การมาในครั้งนี้ เสี่ยเพชรมาเพื่อช่วยคนรัก
หญิงคนรักถูกคหบดีชั่วช้าฉุดไป ไม่รู้ในเวลานี้เจ้าหล่อนจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร
“อย่าเป็นอะไรเลยนะกุหลาบ”
ใช้เวลาในการตามหาไม่นาน ก็ได้ยินเสียงร้องอู้อี้มาจากห้องนอน เท้าหนาถีบประตูห้องเข้าไป พบหญิงที่รักกำลังโดนมัดขึงอยู่กับเสาไม้ ข้างกายมีชายร่างท้วมสวมโสร่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ มันจ้องมองมาที่เสี่ยเพชรด้วยแววตาขู่อาฆาต
“กล้ามากนะมึงที่บุกถึงเรือนกู” คหบดีชั่วช้าลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเสี่ยเพชร ยกปืนขึ้นจ่อหัวแม่กุหลาบ หญิงคนรักของเสี่ยเพชร กายหนาสูงใหญ่สวมใส่เสื้อคอจีนสีดำปักลายมังกรทอง ดึงผ้าผูกหน้าตัวเองทิ้งไป เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลา คมคาย ดวงตาคมรับกับจมูกโด่งรั้น ไว้หนวดทรง Handlebar เสี่ยเพชรย่นจมูก ริมฝีปากค่อย ๆ ฉีกยิ้มอย่างเลือดเย็น หนวดของเสือร้ายกระตุกยามที่ยิ้ม ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดูเจ้าเล่ห์ขึ้น
ไอ้แก่นี่มันกล้ามากที่มาล้วงคองูเห่า สองขาเรียวยาวค่อย ๆ เดินไปประจันหน้ากับคนที่มันกล้าลองดี
“อ้วยอ้วย!” เสี่ยหนุ่มมองตาคนรักอยู่ครู่หนึ่ง แม่กุหลาบร้องขอให้ช่วย ทว่าเขากลับไม่ได้ให้ความสนใจ แม้เจ้าหล่อนจะหวาดกลัว แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้ออกมา นั่นทำให้เสี่ยเพชรวางใจไปเปลาะหนึ่ง
‘เก่งจริง ๆ แม่กุหลาบ’
ปัง!
“ไอ้เหี้ย มึงเป็นตัวเหี้ยอะไรวะเนี่ย!” ชายร่างท้วมยิงปืนทะลุอกของเสี่ยเพชร มันถอยหลังหนีด้วยความหวาดกลัว เพราะไม่ว่ามันจะยิงปืนออกไปสักเท่าไร จะกี่สิบนัดมันก็ยิงเสี่ยเพชรไม่เข้า
“ไอ้สัตว์เอ๊ย หนังเหนียวฉิบหาย”
“หึ ลื้อมันกระจอก” เสี่ยเพชรให้โอกาสมันยิงนับครั้งไม่ถ้วน ทว่ามันกลับยิงไม่เข้า มันก็ไม่อาจยิงเสี่ยเพชรให้ตายได้ ถือว่าเสี่ยเพชรได้ให้โอกาสมันมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว แต่มันทำไม่ได้เอง เพราะอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไว้ชีวิตมันอีกต่อไป
ปัง!
เสียงปืนดังก้องกังวาน คหบดีชั่วทรุดตัวลงกับพื้น ลูกกระสุนยิงตัดขั้วหัวใจ นัดเดียวก็สิ้นใจตาย เสี่ยเพชรละสายตาจากศพ ผินหน้ามองคนรักด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
เขายิ้มออกมาราวกับเป็นคนละคนทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้พึ่งฆ่าคนตายไป ก่อนจะแกะเชือกที่มัดมือและผ้าที่ปิดปากหญิงคนรักออก เจ้าหล่อนฟาดมือสวยลงบนแผงอกแกร่งเข้าอย่างจัง โทษฐานที่อีกฝ่ายมารับตัวเธอช้า
“เฮียเอาแต่ติดเล่นอยู่ได้ กุหลาบกลัวจะตายอยู่แล้ว” ใบหน้างามราวกับนางบนสรวงสวรรค์ ดวงตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อย ผิวพรรณขาวกระจ่างใสอมชมพู ชวนให้คนที่ได้เห็นเป็นอันต้องตกหลุมรัก เสี่ยเพชรมองคนรักของตัวเองอย่างไม่วางตา กุหลาบไม่มีร่องรอยบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้างามพอเห็นคนรักของตนที่ยิ้มหน้าระรื่น ใบหน้าสวยก็เริ่มเง้างอน อดที่จะคิดไม่ได้ว่าเสี่ยเพชรนั้นรักและเป็นห่วงเธอจริงไหม
แต่ทว่าเสี่ยเพชรรู้จักเจ้าหล่อนดี ย่อมมองออกว่าคนรักของเขาไม่ใช่คนที่จะกลัวอะไรง่าย ๆ การที่เจ้าหล่อนออกปากบ่นนั่นบ่นนี่ก็คงงอนที่เสี่ยเพชรมารับเจ้าหล่อนช้าไปก็เท่านั้น
แม่กุหลาบนั้นทั้งงดงามและน่ารัก ต่างเป็นที่หมายปอง ซึ่งการที่เจ้าหล่อนถูกลักพาตัวในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก จึงไม่แปลกที่เสี่ยเพชรจะมีท่าทีที่ใจเย็น
เพราะไม่ว่าแม่กุหลาบจะถูกลักพาตัวไปกี่ครั้ง เสี่ยเพชรก็จะไปช่วยกลับมาทุกครั้ง ไม่มีใครพรากดวงใจไปจากเจ้าของมันได้
“หึ กลัวจริงแน่หรือ เฮียยังไม่เห็นแม่กุหลาบร้องไห้ออกมาเลยสักแอะ” เขาอดไม่ได้ที่จะแซวคนรักเล่น มือหนาล้วงกางเกงทั้งสองข้าง ยืนยิ้มแป้นให้หญิงคนรัก ทั้งชีวิตของเสี่ยเพชร คนที่ทำให้เขายิ้มกว้างได้ขนาดนี้ เห็นทีก็มีเพียงแต่แม่กุหลาบเท่านั้น
“หึ้ย ไม่ต้องมายิ้มเลยนะ” แม้จะหมั่นไส้คนรัก แต่ก็ไม่วายที่จะเข้าไปกอด เธอรู้ดีว่าไม่ว่าอย่างไรเสี่ยเพชรก็จะไม่ปล่อยเธอให้ตกอยู่ในอันตรายแน่นอน
“กลับกันเถอะ เดี๋ยวพวกตำรวจมา”
เสี่ยเพชรอุ้มแม่กุหลาบในท่าเจ้าสาว เดินผ่านร่างไร้วิญญาณของคหบดีชั่วอย่างไม่ไยดีราวกับว่ามันไม่มีค่าอะไรทั้งนั้น
เหมือนโลกใบนี้มีแค่พวกเขาแค่สองคน ทันทีที่เสี่ยเพชรอุ้มแม่กุหลาบเดินออกมา ระเบิดก็ถูกดึงชนวนเขี่ยมันทิ้งไปกับพื้น ลูกระเบิดไม่เล็กไม่ใหญ่กลิ้งไปในห้องที่มีร่างไร้วิญญาณของคหบดีชั่วนอนหลับใหลอยู่ ไม่นานก็เกิดเสียงดังสนั่นตามมาติด ๆ
ตู้ม! เสียงของระเบิดดังสนั่นไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ บ้านเรือนไม้ทั้งหลังถูกแรงระเบิดอัดจนแตกกระจุย ไฟไหม้ลุกโชนโหมกระหน่ำ เสี่ยเพชรไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง
ชื่อเสียงเสีย ๆ ของเสี่ยเพชรแห่งพรรคมังกรนิลดังไปทุกหย่อมพื้นที่ ใครที่มันกล้ายุ่งกับคนรักของเสี่ยเพชร มันย่อมไม่ตายดี นี่อาจเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู อีกฝ่ายเป็นถึงคหบดีชั้นผู้ใหญ่ แต่เสี่ยร้ายกลับไม่ได้เกรงกลัว อีกทั้งยังจัดการคหบดีชั้นผู้ใหญ่ได้
นับวันชื่อเสียงของเสี่ยเพชรก็ยิ่งดังไกลไปถึงทางการ และอีกไม่นานคงจะมีคำสั่งให้ปราบปรามผู้มีอิทธิพลแห่งภาคใต้อย่าง
“เสี่ยเพชร กัมปนาท”
เสียงลือเสียงเล่าอ้างกล่าวถึงความงดงามของคุณหนูกุหลาบแห่งบ้านกัญจน์ชลเนตร นั้นว่างดงามยิ่งกว่านางบนสรวงสวรรค์ ทั้งกิริยามารยาทงดงามและเพียบพร้อมยิ่งกว่านางในวัง
ความงามของแม่กุหลาบเป็นที่โจษจัน ทำให้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างเข้ามาเกี้ยวพาราสีจนหัวกระไดบ้านไม่เคยแห้ง ทว่าเจ้าหล่อนกลับไม่เคยชายตามองผู้ใดนอกจาก เสี่ยเพชร ผู้มีอิทธิพลในภาคใต้
“งามเหลือเกินแม่กุหลาบของเฮีย” คำป้อยอจากชายเจ้าชู้คนรักของแม่กุหลาบ ‘เสี่ยเพชร’ มองคนรักด้วยความเสน่หา
ใครจะงามเกินแม่กุหลาบของเขาไม่มีอีกแล้ว
ทว่าคนโดนชมกลับไม่สู้ดี ใบหน้างามจากที่เคยยิ้มแย้มกลับเศร้าสร้อยขึ้นมาทันที เสี่ยเพชรไม่รู้ตัวว่าตนทำอะไรผิด นับตั้งแต่วันที่ไปช่วยแม่กุหลาบมาจากคหบดีชั่ว แม่กุหลาบก็มีท่าทีเปลี่ยนไปทันที
จากที่เคยยิ้มแย้ม ก็แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อย จากที่เคยพูดจาหยอกล้อ กลับนิ่งสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“แม่กุหลาบ โกรธอะไรเฮียหรือเปล่า” เสี่ยหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่กุหลาบไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน เสี่ยเพชรก็ทำอะไรไม่ถูก กลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะทำอะไรผิด จนคนรักไม่พึงใจ
“กุหลาบไม่ได้เป็นอะไรจ้ะ”
“แน่หรือ”
“จ้ะ”
“พี่ให้พูดใหม่”
“จริงจ้ะ กุหลาบแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” เสี่ยเพชรคว้ามือคนรักขึ้นมากุมแนบอก แววตาฉายแววเป็นห่วง เสี่ยเพชรเป็นห่วงแม่กุหลาบอย่างสุดหัวใจ
“เป็นอะไรไป ทำไมลื้อถึงทำหน้าเศร้าแบบนี้” เขาถามอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง ปกติแม่กุหลาบของเขาจะสดใส พูดจาเจื้อยแจ้ว ทว่าวันนี้กลับนิ่งเงียบ จนอดไม่ได้ที่จะคาดคั้นเอาคำตอบ
“พรุ่งนี้พี่ชายของกุหลาบจะย้ายกลับมาอยู่บ้าน”
“พี่ชายลื้อกลับมาทั้งคน ไม่ดีใจหรือไงกันกุหลาบ”
เสี่ยเพชรงุนงงในความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้มิน้อย เดิมทีเขาก็รู้ดีอยู่แล้วว่าแม่กุหลาบมีพี่ชายอยู่หนึ่งคน เจ้าหล่อนเคยเล่าว่า เธอเหลือกันสองคนพี่น้อง พ่อแม่ได้จากไปเพราะโรคร้าย เธอและพี่ชายต่างรักใคร่กันยิ่งกว่ากระไร แถมแม่กุหลาบยังเคยบอกอีกว่า เธอและพี่ชายรักกันจนถึงขั้นตายแทนกันได้ แต่เพราะเหตุใดในเวลานี้แม่กุหลาบถึงดูไม่ดีใจที่พี่ชายสุดที่รักจะกลับมา
“เฮียเพชรคงจะไม่รู้ว่าพี่ชายกุหลาบเป็นตำรวจ พี่ชายกุหลาบต้องไม่พึงใจเป็นแน่ ถ้าพี่ชายกุหลาบรู้ว่ากุหลาบคบหาดูใจกับเจ้าพ่ออย่างเฮียเพชร”
