บทที่ 2 หมาบ้า
“ถือว่าเป็นของแถมก็แล้วกัน เมื่อคืนนายบริการไม่ดีเท่าไร ไม่คุ้มกับเงินที่ฉันโอนเข้าบัญชีให้”
วีรพัทธ์ผละใบหน้าออกไปเพียงคืบ พร้อมกับเค้นเสียงเครียด ก่อนที่เขาจะบดเบียดร่างสูงกว่าเข้ามาตักตวงร่างเล็กอีกครั้งหลังจากที่ทำให้ช้ำมาทั้งคืน เขาทำรุนแรงไม่ต่างกับคำพูดที่ใช้ ไม่เคยอ่อนโยนเช่นคนที่อยากร่วมรักควรกระทำต่อกัน คงเพราะเขาไม่ได้พิศวาสในร่างกายของสหัสสะ แต่ที่วีรพัทธ์ทำทุกอย่างก็เพื่อความสะใจเท่านั้น และที่ตลกร้ายก็คือ…
คนถูกกระทำอย่างสหัสสะกลับอิ่มเอมทุกครั้งหลังผ่านห้วงเวลาอันควรจะต้องรู้สึกเจ็บปวดจากความเอาแต่ใจของอีกฝ่าย อาจเป็นเพราะลึก ๆ แล้ววีรพัทธ์ก็ไม่ได้ทำร้ายให้เจ็บตัวมากมาย เพียงแต่ขู่ให้กลัวและกดให้อยู่ใต้อาณัติ หากสหัสสะยอมตามใจหรือเอาใจบ้าง ขี้คร้านอีกฝ่ายจะละลายเป็นขี้ผึ้งถูกลนไฟ
ตัวเลขบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือบอกเวลาว่าเหลืออีกไม่ถึงสิบนาทีที่สหัสสะควรไปถึงงาน แต่ชายหนุ่มกลับเพิ่งจะออกมาจากสถานีรถไฟฟ้า ปกติหากมีเวลาเขาจะนั่งรถโดยสารประจำทางเพื่อประหยัดค่าแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่วันนี้คงต้องพึ่งพาอย่างหลังแม้ว่ามันจะแพงกว่ามากก็ตาม
ฝ่ายวีรพัทธ์หลังจากเสร็จกิจก็สวมเสื้อผ้าออกมาจากห้องชุดทันที โดยที่ไม่รอสหัสสะทั้ง ๆ ที่ต้องมาสถานที่เดียวกัน แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะที่นั่งในรถสปอร์ตข้าง ๆ คนขับ ไม่ใช่ที่ของสหัสสะมานานแล้ว
“แค่ต้องหายใจร่วมกับนายบนเตียงก็สะอิดสะเอียนพอแล้ว”
นั่นเป็นเหตุผลที่วีรพัทธ์ไม่เคยให้เขานั่งรถไปด้วย สหัสสะจึงต้องใช้บริการรถไฟฟ้าหรือไม่ก็รถโดยสารสาธารณะ โชคดีที่งานที่ดาวิการับไว้ล่วงหน้าตลอดสามเดือนนี้ส่วนใหญ่อยู่ในเมือง การเดินทางจึงไม่ลำบากมากนัก แต่ถึงกระนั้นสิ่งที่สหัสสะต้องระลึกไว้เสมอและต้องทำให้ได้ก็คือ เขาต้องออกจากคอนโดทีหลังและไปถึงงานก่อนวีรพัทธ์เสมอ
Porsche 911 Carrera S สีขาวที่กำลังเลี้ยวซ้ายมายังทางเข้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังแทบจะเสียหลักเฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์รับจ้างคันหนึ่งที่ปาดเข้ามาตัดหน้าอย่างกะทันหัน วีรพัทธ์สบถเสียงดังอยู่หลังพวงมาลัยก่อนจะมองตามมอเตอร์ไซค์คันนั้น สายตาคมจับจ้องไปที่สองร่างที่นั่งคร่อมอยู่หลังอานอย่างหัวเสีย คนกำลังเผลอคิดอะไรเพลิน ๆ เกิดอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมาทันที
และทันทีที่คนที่ซ้อนอยู่ด้านหลังวาดขาลงมายืนข้างมอเตอร์ไซค์คันนั้นแล้วถอดหมวกกันน็อกส่งคืนให้คนขับพร้อมกับยื่นธนบัตรสีแดงไปให้ วีรพัทธ์ก็รีบหักพวงมาลัยเฉียดเข้าไปใกล้ทันที ใกล้ในระยะที่หากชายหนุ่มคนนั้นถอยหลังเพียงก้าวเดียวคงต้องโดนรถยนต์คันหรูพุ่งชนอย่างแน่นอน
“น้องระวัง!”
คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างดึงร่างของสหัสสะหลบอย่างรวดเร็ว ผู้คนที่เดินสวนกันอยู่บริเวณนั้นต่างพากันกรีดร้องเสียงดังด้วยความตกใจ
“ไอ้พวกคนรวยสมัยนี้ ขับรถประสาอะไรวะ!” พี่คนขับวินมอเตอร์ไซค์ตะโกนด่าไล่หลัง ก่อนจะถามผู้โดยสารที่ตนพามาส่งอย่างเป็นห่วง “น้องเป็นอะไรมั้ย?”
สหัสสะเอาแต่มองตามท้ายรถคันนั้นจนไม่ทันได้ยิน พี่วินจึงเรียกซ้ำ “น้อง ๆ เป็นอะไรมั้ย?”
“อ้อ มะ ไม่เป็นไรครับพี่ ขอบคุณมากนะครับ”
สหัสสะก้มศีรษะให้อย่างขอบคุณก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปในห้างสรรพสินค้าทันทีจนพี่วินต้องทำหน้างง มือที่ควานหาเงินทอนชะงักอยู่ในกระเป๋าคาดเอว “เอ้า! แล้วไม่เอาเงินทอนเหรอ จะรีบอะไรขนาดนั้นวะ?”
ก็จะไม่ให้สหัสสะรีบได้อย่างไรในเมื่อวีรพัทธ์มาถึงแล้ว ขืนเขาเข้างานช้ากว่ามีหวังอีกฝ่ายคงจ้องหาเรื่องตลอดงาน และจะใช้มันเป็นข้ออ้างให้ดาวิกายกเลิกสัญญาว่าจ้างเขา นั่นเท่ากับว่าสหัสสะต้องจ่ายเงินที่รับมาก่อนคืนตามสัดส่วน
วีรพัทธ์ละสายตาจากกระจกมองหลัง เมื่อสหัสสะวิ่งหายเข้าไปในห้าง เขารีบเหยียบคันเร่งเพื่อจะพารถยนต์คู่ใจเข้าไปในอาคารจอดรถที่ทีมงานล็อกเอาไว้ให้แล้วพาตัวเองเข้าไปในงานแข่งกับเวลา ไม่ใช่แค่เพียงเพราะว่ามีความรับผิดชอบเป็นคนตรงต่อเวลา แต่เขาเป็นพวกชอบเอาชนะมากกว่า โดยเฉพาะกับผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราว
ในขณะเดียวกันสหัสสะก็กำลังวิ่งขึ้นบันไดเลื่อนแบบข้ามขั้นเพื่อจะไปให้ทันเช่นกัน “ขอโทษครับ ขอโทษครับ” ชายหนุ่มขอทางคนที่ยืนขวางด้านหน้า แล้วแทรกตัวผ่านขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
“ไมล์ ทางนี้”
สหัสสะจ้องมองไปที่ร่างสูงของเจ้าของเสียง ปากก็ร้องเรียก เท้าก็ก้าววิ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว
“พี่นนท์!” และทันทีที่วิ่งไปถึงตัว สหัสสะก็ละล่ำละลักถาม “พี่วีร์มาถึงหรือยังครับ?”
“ยัง มันน่าจะกำลังจอดรถอยู่”
สหัสสะพ่นลมออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนจะยกมือไหว้ชายรุ่นพี่ที่รับหน้าที่เป็นพิธีกรในงานวันนี้
“ไอ้หมาบ้านั่นมันปล่อยเรานั่งวินมาอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย หัวถึงได้ฟูขนาดนี้” ชานนท์ยื่นมือมาขยี้ศีรษะของสหัสสะอย่างเอ็นดูปนสงสารที่ชายหนุ่มรุ่นน้องถูกเพื่อนสนิทของเขากลั่นแกล้งแทบจะทุกวัน แต่ยังไม่ทันที่สหัสสะจะตอบคำถาม สายตาของชานนท์ก็สังเกตเห็นรอยบางอย่างบริเวณลำคอขาว “แล้วนั่นไปโดนอะไรมา?”
ชานนท์จะเลื่อนมือไปสัมผัส แต่สหัสสะรีบถอยเท้าไปด้านหลังและขยับคอเสื้อขึ้นมาปกปิดทันทีพร้อมกับปฏิเสธพัลวัน “ไม่มีอะไรครับพี่นนท์”
ชานนท์สบตาหนุ่มรุ่นน้องอย่างรู้ทันจึงดักคอ “ไอ้วีร์ใช่มั้ย?”
“…”
“มันทำร้ายร่างกายเราหรือเปล่า?” เมื่อสหัสสะเงียบ ชานนท์ก็ถามต้อน “มันทำอะไรไมล์ บอกพี่”
“แล้วมึงเสือกอะไรด้วย!”
