บทที่ 22 สิ่งที่เห็นนั่นแหละความจริง
“เมียมึงน่ะ ไม่ว่าหรือไง” วีรพัทธ์กลบเกลื่อนด้วยการอ้างว่าเขาหมายถึงคนรักของชานนท์
“ว่าอะไรล่ะ นี่ปลุกกูขึ้นมาตั้งแต่ไก่โห่ บอกให้รีบมาดูไมล์ เอิงคงกลัวว่ามึงจะทำอะไรไมล์ละมั้ง” แม้จะรู้ดีว่าในทีแรกวีรพัทธ์จะไม่ได้หมายถึงคนรักของตน แต่ชานนท์ก็รับลูก และขอจิกกัดสักนิดหน่อย
“มึงเล่าให้เอิงฟังเหรอ”
“ก็กูผัวเมียกัน นอนคุยกัน จะปิดบังได้ไง”
วีรพัทธ์ชำเลืองมองสหัสสะว่าจะมีสีหน้าอย่างไร เมื่อสังเกตเห็นอีกฝ่ายหลุบตาลงราวกับสะเทือนใจ ชายหนุ่มจึงคว้าคอเพื่อนแล้วลากออกไปชำระความนอกห้อง
“มึงพูดอะไรบ้าง” วีรพัทธ์เค้นเสียงถามเพื่อนเมื่อเดินห่างออกมาจากประตูห้องพัก
“ทำไม มึงกลัวอะไร หรือว่าเป็นห่วงกลัวว่าน้องไมล์จะเสียหาย ทีตอนทำไม่คิด” ชานนท์ประชดให้ ความจริงเขาไม่ได้เล่าอะไรให้คนรักฟัง เพียงแต่ต้องการแกล้งวีรพัทธ์เท่านั้น เรื่องปกป้องสหัสสะ เขาเองก็ไม่แพ้วีรพัทธ์เช่นกัน หรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำเพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่เคยทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ
“กูห่วงชื่อเสียงของตัวเองต่างหาก เมียมึงเป็นนักข่าวนะอย่าลืม”
“กูก็เป็นเพื่อนมึงนะอย่าลืม คิดว่ากูจะขายเพื่อนลงหรือไง ถึงจะอยากก็เถอะ”
วีรพัทธ์สบสายตาจริงใจของเพื่อนรัก ก่อนจะผลักศีรษะเบา ๆ “กวนตีน!” เขาเชื่อว่าชานนท์ไม่ทำร้ายเขาอย่างแน่นอน แต่ก็อดด่าไม่ได้เพราะความปากพล่อยนั้น ทำให้สหัสสะไม่สบายใจ “ทีหน้าทีหลังอย่าพูดอะไรแบบนั้นอีก คนฟังเขาจะคิดมาก”
“หมายถึงน้องไมล์เหรอ” ชานนท์เอียงคอถามอย่างจับผิด “นี่มึงเป็นห่วงความรู้สึกน้องด้วยเหรอ”
พอถูกเพื่อนรักดักคอ วีรพัทธ์ก็หันหน้าหนี แต่ชานนท์ดึงไหล่ไว้ให้มาเผชิญหน้า “กูขอถามอะไรมึงหน่อย”
คนกำลังจะถูกถามเอามือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง แล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงว่าอยากจะถามอะไรก็ถามมา
“มึงไม่อยากรู้ความจริงเมื่อสามปีก่อนจริง ๆ เหรอ” นี่คงเป็นครั้งที่ร้อยแล้วกระมังที่ชานนท์ถามคำถามนี้กับเพื่อนรัก
“มึงคิดว่าสิ่งที่กูรู้ไม่ใช่ความจริงเหรอ”
“แล้วถ้ามันไม่ใช่ล่ะ”
“กูเห็นกับตา”
“มึงเห็นแค่ด้านข้างกับเสื้อตัวนั้น”
“เสื้อตัวนั้นที่มึงพูดถึงมีอยู่แค่สองตัวในโลกนี้ ตัวหนึ่งอยู่ที่กู และอีกตัวอยู่บนเตียงนั่น!”
และนี่ก็เป็นครั้งที่ร้อยเช่นกันที่วีรพัทธ์พูดแบบนั้นแล้วหุนหันเดินหนีไปโดยไม่ฟังอะไรอีก ชานนท์ได้แต่มองตามแผ่นหลังเพื่อนรักพร้อมกับถอนหายใจ
ช่วงบ่ายเมื่อวานชานนท์เดินทางไปที่โรงแรมแห่งนั้น เขาพยายามจะขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อสามปีก่อน แต่ผู้จัดการโรงแรมบอกว่าจะเก็บภาพไว้เพียงสามเดือนเท่านั้น แล้วมันจะถูกบันทึกทับลงไป เขาถามถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นก็ไม่มีใครจำได้ แถมพนักงานที่ทำงานในช่วงเวลานั้นปัจจุบันก็ออกกันไปหมดแล้ว
ภาพจากกล้องวงจรปิดก็ไม่มี คลิปในโทรศัพท์มือถือของพนักงานโรงแรมคนนั้นก็โดนวีรพัทธ์ปาลงไปในแม่น้ำเสียแล้ว คนที่ได้เห็นมันก็มีเพียงวีรพัทธ์ที่หน้ามืดตามัวเชื่อทุกอย่างตามความคิดและจินตนาการของตัวเอง ทุกอย่างดูสิ้นหวังที่จะค้นหาคำตอบนอกจากสองคนที่อยู่บนเตียงนั่นจะเป็นคนบอกออกมาเอง แต่ชานนท์ก็ไม่หมดหวัง เพราะแม้จะไม่มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดหรือคลิปวิดีโอ แต่หลักฐานจากสายตาของเขาก็ชัดเจนในวันนี้ว่าวีรพัทธ์กับสหัสสะยังรักกันมาก ดังนั้นเขานี่แหละจะช่วยทำให้สหัสสะยอมบอกความจริงออกมาเองว่าใช่คนที่อยู่ในห้องนั้นหรือไม่ เป็นคนที่หักหลังวีรพัทธ์จริง ๆ หรือเปล่า หรือมีเหตุผลอะไรที่บอกใครไม่ได้กันแน่
