บทที่ 4 แค่หน้าที่
“หึงพ่อง!”
ชานนท์กระตุกมุมปากเมื่อเพื่อนรักปฏิเสธ ทั้ง ๆ ที่ก็เห็นว่าอาการออกตลอดงาน ในงานวันนี้ไม่ได้มีเพียงวีรพัทธ์ ยังมีนักแสดงซีรีส์ที่กำลังโด่งดังอีกหลายคนมาร่วมงาน และบางคนก็เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบันที่รู้จักกับสหัสสะ จึงมีการทักทายพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ทำคนที่นั่งอยู่บนเวทีมองตาขวางเป็นระยะ บางครั้งก็ไม่โฟกัสกับคำถามจนชานนท์อดที่จะเอ่ยปากแซวไม่ได้ตั้งหลายครั้ง
“แล้วมึงอะ มีงานต่อมั้ย?” วีรพัทธ์ถามกลับบ้าง ในน้ำเสียงนั้นราวกับกำลังกลุ้มใจ อยากหาที่ระบาย
“ไม่มีอะ”
“ไปแดกเหล้าเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ”
“มึงขอผู้จัดการมึงยัง?”
วีรพัทธ์ได้ยินก็ฉุนกึกขึ้นมาทันที “ทำไมกูต้องขอ”
“ก็ตอนพี่เดียร์อยู่ เขาห้ามมึงจะตาย ไม่ให้เที่ยวกลางคืนน่ะ กูไม่อยากโดนหางเลขไปด้วย ฟังพี่เดียร์ด่าแม่งไม่สนุกนะโว้ย”
เมื่อชานนท์บ่นอุบ วีรพัทธ์จึงได้เข้าใจว่าผู้จัดการที่เพื่อนรักหมายถึงคือดาวิกา ไม่ใช่สหัสสะที่เขานึกถึงเป็นคนแรก
“มึงไม่บอก กูไม่บอก แล้วพี่เดียร์จะรู้ได้ไง”
“แล้วไมล์ล่ะ ต้องบอกมั้ย?” ชานนท์ถามพร้อมกับสายตาที่จับจ้องปฏิกิริยาของเพื่อนรัก
“ไม่จำเป็น!” วีรพัทธ์กระแทกเสียงอย่างไม่พอใจ ราวกับจะตอกย้ำว่าคนที่เพื่อนกำลังพูดถึงนั้นไม่ได้สำคัญเลยสักนิดเดียว
“แต่ตอนนี้น้องดูแลมึงแทนพี่เดียร์อยู่นะ เกิดอะไรขึ้นกับมึงน้องก็ต้องรับผิดชอบ ควรจะบอกหน่อยมั้ย ถ้ามึงไม่อยากบอกเดี๋ยวกูบอกให้ก็ได้” พูดพลางชานนท์ก็ชะเง้อมองหาสหัสสะ เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังหอบของที่แฟนคลับเอามาให้วีรพัทธ์ออกมาพะรุงพะรังก็รีบกวักมือเรียก
“ไม่ต้องเสือกได้มั้ย แล้วไม่ต้องเรียกนายนั่นว่าน้อง กูลูกคนเดียว มึงก็ลูกคนเดียว” หาเรื่องพาลเพื่อนไปอย่างนั้นแหละ ก็แค่หมั่นไส้ที่ชานนท์ใส่ใจผู้จัดการส่วนตัวของเขาเสียเหลือเกิน
แต่ชานนท์คนมึนก็ไม่ฟังเพื่อนรัก เขารีบเข้าไปช่วยสหัสสะถือของ “หอบอะไรมาเยอะแยะเนี่ยน้องไมล์?” แล้วยังเน้นคำว่าน้องด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
“ของที่แฟนคลับคุณวีร์ฝากมาให้น่ะครับ” สหัสสะยิ้มให้ชานนท์ ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองวีรพัทธ์ “ขอยืมกุญแจรถหน่อยได้มั้ยครับ ผมจะเอาไปเก็บที่รถให้”
วีรพัทธ์ปรายตามองข้าวของมากมายเต็มสองมือของคนตรงหน้า ก่อนจะกระตุกยิ้มร้าย “ฉันจะไปธุระต่อ นายขนขึ้นแท็กซี่กลับไปก็แล้วกัน”
แล้วเขาก็คว้าคอชานนท์ลากให้เดินออกไปจากงาน ชานนท์พยายามต่อต้าน แต่พอเหลียวมาสบตาสหัสสะ อีกฝ่ายกลับยิ้มให้พลางส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร ชานนท์จึงหยุดขัดขืน แล้วเดินไปกับวีรพัทธ์แต่โดยดี แต่ก็ไม่วายก่นด่า
“ใจดำเหมือนหมา!”
เมื่อหนุ่มรุ่นพี่กับวีรพัทธ์พ้นสายตา สหัสสะก็หอบข้าวของออกมาหน้าห้างสรรพสินค้า มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเพื่อสำรวจว่ามีเงินสดอยู่เท่าไร พอจะจ่ายค่าแท็กซี่ไปถึงคอนโดได้หรือไม่ ก็พบว่าไม่น่าจะพอ และเพิ่งคิดได้ว่าลืมเงินทอนจากพี่วินมอเตอร์ไซค์คนนั้นด้วย
“ตั้งหกสิบบาท” ชายหนุ่มบ่นอุบอย่างเสียดาย นั่นเขากินข้าวได้ตั้งมื้อหนึ่งเชียวนะ
เมื่อเงินสดไม่พอ สหัสสะก็ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเข้าแอปพลิเคชันของธนาคารเพื่อดูยอดเงินที่เหลือในบัญชี
“น่าจะไปถึงอยู่นะ”
คำนวณแล้วว่าพอจะพาตัวเองและของฝากจากแฟนคลับของวีรพัทธ์กลับไปถึงคอนโดได้ เขาก็โบกมือเรียกรถแท็กซี่ที่จอดเรียงแถวรอผู้โดยสารทันที
เมื่อขึ้นไปนั่งบนเบาะรถได้ก็ส่งข้อความไปรายงานดาวิกาว่างานวันนี้ผ่านพ้นไปอย่างเรียบร้อย
Dear เก่งมาก
Dear แล้วนี่อยู่กับวีร์หรือเปล่า
เปล่าครับ คุณวีร์บอกว่ามีธุระ ยังไม่กลับครับ Mille
Dear ธุระอะไร แล้วไปกับใคร
ไปกับพี่นนท์ครับ Mille
Dear หืม ถ้าสองคนนั่นไปด้วยกันละก็ ไม่ได้ไปธุระที่ไหนหรอก แอบไปเที่ยวกลางคืนกันมากกว่า ไม่ได้นะไมล์ ห้ามให้วีร์ดื่มเด็ดขาด เดี๋ยวไปมีเรื่องมีราวในผับก็เป็นข่าวอีก
ขอโทษครับ งั้นเดี๋ยวผมเอาของไปเก็บแล้วจะรีบตามไปครับ Mille
