บทที่ 13 สืบรัก 13

มีดสั้นในมือฉีเจียนหลิวเตรียมกดลงบนแก้มชายหนุ่ม ฉีหยางซิ่ว

แค้นใจหนัก ตลอดเวลา หากเขาตั้งใจฝึกฝนวรยุทธ์จากท่านปู่ฉีหย่งชางคงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

“ร้องสิ ร่ำร้องเหมือนบิดาของเจ้าที่ขอชีวิตข้าก่อนตาย!”

ฉีหยางซิ่วเดือดดาลจัด มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น แต่ยิ่งออกแรงต่อต้านคนของฉีเจียนหลิวก็ยิ่งใช้กำลังต่อเขา

เมื่อมีดสั้นกดลงบนแก้มฉีหยางซิ่ว ยามนั้นเหมือนโลกจะกลั่นแกล้งให้เขาเป็นของเล่นของฉีเจียนหลิว และมันหัวเราะเสียงดังด้วยความสาแก่ใจที่ทำให้เขาตกต่ำถึงเพียงนั้น

“ถ้าเจ้ากล้าหาญจริง ก็ฆ่าข้าเสียเถิด มิเช่นนั้นหากข้ารอดพ้นวันนี้ไปได้ คราต่อไปจะเป็นเจ้าที่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”

“เหลวไหล อย่างเจ้ามันก็เป็นได้แค่ตัวโง่งม หลบอยู่ในเรือนเล้าหมู หาได้มีวันก้าวสู่ฐานะผู้นำของสำนักตะวันไร้พ่าย”

“ท่านอย่าได้ประมาทคนตระกูลฉี เลือดมันต้องล้างด้วยเลือด ถึงอย่างไร ท่านกับมารดาก็เป็นสุนัขที่ท่านย่าเลี้ยงไว้ อย่าคิดว่าจะกินในเรือนและขี้บนหลังคา”

ยามนั้นมีดในมือฉีเจียนหลิวเปลี่ยนเป้าหมายจากใบหน้างาม เขาอยากเชือดคอฉีหยางซิ่วให้ตายเสีย แต่เสียงหนึ่งดังห้ามเอาไว้ก่อน

“ท่านเจ้าสำนักโปรดยั้งมือ...”

สติของฉีเจียนหลิวถูกดึงกลับ น้ำเสียงหวานจัดและใบหน้างามปรากฏให้เห็นในหนึ่งลมหายใจต่อมา

นางผู้นั้นมีผิวขาวนวลตา และเยื้องย่างราวกับปุยเมฆ กลิ่นกายหอมหวาน อาภรณ์ที่สวมใส่ก็สร้างความอภิรมย์ให้ชายวัยกลางคนลุ่มหลงแทบจะสยบแทบเท้า

“ผู้น้อย มีเรื่องอยากปรึกษาท่าน...จึงรุดมายังเรือนหลังนี้ หวังว่าท่านเจ้าสำนักจะให้อภัย”

“เพ่ยเพ่ย...เจ้าไม่ควรเห็นเรื่องเช่นนี้ มันผู้ใดบังอาจขัดคำสั่งข้า จับตัวมันไปโบยและส่งตัวออกจากสำนักเดี๋ยวนี้” ฉีเจียนหลิวตวาดเสียงดัง

“ปะ เป็นผู้น้อยเอง อย่าได้ลงโทษใคร หากจะลงโทษก็ขอให้เพ่ยเพ่ยได้รับสิ่งนั้น” หญิงงามว่าแล้วก็คุกเข่าลง นางเตรียมโขกศีรษะบนพื้นสกปรก

เห็นเช่นนั้น ฉีเจียนหลิวพลันทิ้งมีดสั้นลง และตรงเข้าไปประคองร่างอวบอัดชวนให้ทะนุถนอม

“ไฉนเจ้าต้องลดตัวทำสิ่งน่าละอาย”

เพ่ยเพ่ยพยายามกลั้นก้อนสะอื้น ดวงตากลมโตเหลือบมองฉีหยางซิ่วเพียงนิด และส่งความอาลัยถึงเขา

“ข้ามิอยากให้เกียรติของท่านต้องด่างพร้อย บุรุษผู้นั้น หาได้คู่ควรให้ท่านลดมือไปยุ่งเกี่ยว ควรปล่อยให้ทางการจัดการเขาไม่ดีกว่าหรือ...ข้อหาสร้างความเสื่อมเสียให้บ้านเมืองโทษหนักถึงขั้นแยกร่างเป็นห้าส่วน และตอนนี้เรื่องของข้าสำคัญกว่า สายรายงานว่าทางการกำลังตามสืบเรื่องการส่งมอบภาพชุนกงมอมเมาคนในวังหลวง!”

“เรื่องนี้ ต้องรีบหาทางแก้ไข ก่อนที่ภัยจะมาถึงตัวเจ้ากับบิดา”

ฉีเจียนหลิวมองสาวงามด้วยความรักใคร่ แม้นางจะอายุอ่อนกว่าเขาสิบกว่าปี แต่ก็เฉลียวฉลาด รู้จักเอาใจและวางตัวดีเสมอ เหนือสิ่งใดคือความงามล่มเมืองซึ่งสร้างแรงดึงดูดให้เขาถวิลหา

“ฮึ ผู้หญิงไร้ยางอาย อยู่ที่ไหนก็ฉุดให้แผ่นดินต่ำลง” ฉีหยางซิ่ว

กล่าววาจาร้ายกาจ และมันทำร้ายจิตใจสาวงาม

ฉีเจียนหลิวไม่อาจล่วงรู้ความในใจอีกฝ่าย เขาเพียงแต่ยิ้มออกมา แล้วสั่งให้มือสังหารลากตัวชายหนุ่มออกไป

“ข้าไม่มีธุระอันใดกับมันแล้ว ตอนนี้เราไปเจรจากันที่อื่น สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยราคะ และไร้เกียรติให้สาวงามเข้ามาเหยียบ”

เพ่ยเพ่ยยิ้มรับคำเชิญฉีเจียนหลิว หากแต่ใจยังพะวงต่อฉีหยางซิ่ว นางรู้ว่าเขาแกล้งพูดจาให้ร้ายด้วยมีความจำเป็น มิเช่นนั้น ฉีเจียนหลิวคงสั่งมือสังหารทำร้ายเขาด้วยข้อหาหึงหวงนาง

“อย่างที่ท่านกล่าว ควรส่งตัวคุณชายใฝ่ต่ำให้กรมอาญาจัดการ นั่นคือหนทางที่ประเสริฐ”

ฉีเจียนหลิวพยักหน้ารับรู้น้อยๆ อย่างเข้าใจ และถามสิ่งหนึ่งซึ่งทำให้ใบหน้าสาวงามซีดสลดลง

“ความต้องการของเจ้านั้น เป็นเพราะห่วง กลัวมันจะตายในน้ำมือของข้า ใช่หรือไม่!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป