บทที่ 2 สืบรัก 2

นางหยุดแสดงอาการกระเง้ากระงอด แล้วเอ่ยถามสิ่งที่ชอบฟังจากเสียงทุ้มเข้ม

“ใช่ ผู้น้อยเป็นเช่นนี้ สามียังจะรักหรือไม่”

“ข้าขี้คร้านจะตอบเจ้าวันละร้อยหน รัก...สิ รักมาก รักเสียจนอยากต่อขา เติมแขนให้ลูกน้อย เสียเดี๋ยวนี้”

“อุ๊ย สามี...วาจาท่านสัปดนนัก ท้องข้าใหญ่โตถึงเพียงนี้จะทำ

เช่นนั้นได้อย่างไร”

แม้อยากเอาอกเอาใจเขา แต่ในเวลานี้นางไม่กล้าร่วมเตียงกับหนุ่มรูปงาม เกรงว่าตนเองจะเป็นฝ่ายอดใจไม่ไหว โผเข้าไปรุกเร้าเขาหนักจนส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์

“รู้สิ แต่ข้าคิดถึงเจ้า คิดถึงรสจูบและสองมือนี้ยามที่เราใกล้ชิดกันอย่างลึกซึ้ง...”

หนุ่มรูปงามกุมมือของภรรยาแน่น ยามอยู่ในที่ลับตานางทำให้เขาเพลิดเพลินใจจนลืมผู้หญิงทุกคน มือยาวเรียวนี้ แม้จะสากอยู่มาก หากสร้างความรัญจวนใจให้เขาสุขสม

“ในหัวท่านมีแต่เรื่องสัปดน ข้าคิดแล้วว่าสุดท้ายต้องแต่งงานกับคนไม่เอาไหน”

นางไม่อยากกล่าวโทษเขา ควรโทษตัวเองมากกว่า ที่ตอนแรกตั้งใจจับเขาเป็นตัวประกัน หากสุดท้ายกลับตกหลุมรักคุณชายตัวลามก แถมตอนนี้นางยังอุ้มท้องลูกของเขาด้วย

“เอาเช่นนี้ ข้าไม่รับอนุก็ได้ แต่คืนนี้เจ้าต้องให้ข้านอนร่วมเตียง”

ภรรยาสาวทำตาโต ก่อนอ้าปากกว้างด้วยตกใจ กระนั้น ในหัวก็คิดถึงเรื่องราววาบหวิวยามอยู่บนเตียงกับหนุ่มรูปงาม เขานับว่าเป็นผู้ชายที่รู้จักเอาอกเอาใจ และนางนั้นหลงใหลร่างกายนี้จนแทบไม่อยากให้เขาอยู่ใกล้ใคร แม้กระทั่งชายตามองหญิงอื่น

“หากให้สามีเคียงคู่ร่วมเตียง ท่านต้องรับปากว่าจะไม่ทำบัดสีต่อหน้าลูกในท้อง” นางกล่าวจบใบหน้าพลันแดงซ่าน

“ฮ่าๆ ๆ...แต่มันคงดีกว่าให้ข้าทำบัดสีกับรูปภาพ หรืออนุมิใช่หรือ”

หญิงตั้งครรภ์ถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือกใหญ่ ดูเหมือนนางไม่มีทางเลือกอื่น

“เฮ้อ...หากให้ท่านทำบัดสีกับรูปภาพหรือสตรีนางอื่น! ผู้น้อยภรรยาขอรับหน้าที่นั้นเองเสียดีกว่า”

รอยยิ้มกว้างเผยบนดวงหน้าขาวอมชมพูของผู้เป็นสามี ก่อนที่เขาจะดึงร่างนางผู้เป็นที่รักเข้ามาใกล้ เป็นตอนนั้นที่นางรู้สึกว่าใจเต้นระรัวเร็ว ด้วยความแข็งขันจากร่างกายสามีกำลังรุกเร้าร่างกายนาง

“ตอนนี้ยังไม่มืดค่ำ แต่ข้าอยากชวนเจ้านอนกลางวันจะได้หรือไม่ภรรยา”

เมื่อได้ยินถ้อยคำที่สามีร้องขออย่างอ่อนหวาน มีหรือฉีฮูหยินจะปฏิเสธ

ฉีหยางซิ่วสุขใจ หัวเราะร่า เขากระชับอ้อมกอดแน่นกว่าเดิม เป็นตอนนั้นที่จู่ๆ ฝนฟ้าก็เทลงมา ทั้งคู่จึงต้องรีบหลบเข้าไปในบ้าน

เสียงหัวเราะของสามีภรรยาที่หยอกเย้ากันดังพอให้เป็นที่อิจฉาของผู้ได้ยิน หนึ่งในนั้นคือผู้ซึ่งฉวยภาพวาดบนผืนผ้าไหมจากกองไฟซึ่งกำลังมอดลงเพราะห่าฝนซึ่งเทกระหน่ำ

มันเป็นรูปวาดของหญิงสาว ซึ่งใบหน้าเลอโฉมหาผู้ใดเทียบ

ร่างอวบอัดเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งสุดมหัศจรรย์ และใน 800 ปีต่อมา รูปวาดเดียวกันนี้เดินทางข้ามกาลเวลามาสู่ยุคปัจจุบัน!!


เรือนเก่าหลังงามขนาดสองชั้นเป็นส่วนผสมระหว่างสถาปัตย-กรรมไทยโบราณและตะวันตก ดูหรูหราให้ความคลาสสิก มันปลูกอยู่ในพื้นที่จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือใกล้ทะเลสาบบัวแดง

ตัวบ้านและพื้นที่โดยรอบถูกใจวีรินทร์สาวอวบเป็นที่สุด เรือนหลังนี้แต่เดิมเป็นของสมใจ นางเป็นหญิงชราอายุเฉียดร้อยปี เดินเหินไม่สะดวก อาศัยรถเข็นแทนขา

สมใจนั้นเป็นคนหัวแข็งแต่ไหนแต่ไรมา นางเคยประกาศว่าจะไม่ยอมย้ายไปไหน ด้วยมีความผูกพันกับบ้านและบุคคลที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งนับวัน นางยิ่งบ่นเพ้อถึงใครต่อใครเรื่อยเปื่อย พลอยให้ลูกหลานหวาดกลัวไปตามๆ กัน

“เขาจะกลับมา ฉันรู้ ฉันมั่นใจ คุณย่าเคยบอกไว้ เมื่อดอกบัวแดงบานเต็มทะเลสาบ เขาจะกลับมา”

นั่นคือเสียงสุดท้ายที่วีรินทร์ได้ยิน ก่อนที่สมใจจะป่วย ถูกหามส่งโรงพยาบาลเพราะปัญหาสุขภาพเรื้อรัง

จากนั้นวีรินทร์ก็หาเหตุผลร้อยแปดเพื่อกล่อมลูกหลานของนางเพื่อขอซื้อบ้าน หญิงสาวไม่ได้กดราคาอีกฝ่าย แต่อย่างไร หล่อนให้ตามเกณฑ์เหมือนทุกรายที่ผ่านมา เพียงแต่ พรรณสิริลูกสาวคนสุดท้องหญิงชราร้อนเงิน อยากไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศกับสามีฝรั่งหนุ่มรุ่นคราวลูก วีรินทร์จึงได้เรือนหลังนี้สมปรารถนา

หลังจากวีรินทร์ปรับปรุงบ้านเสร็จ และขายให้มานพ ลูกค้าหนุ่มใหญ่

พอเขาย้ายเข้าไปอยู่ได้ไม่กี่วันกลับบอกคืนทันที พร้อมกล่าวหาว่าหล่อนย้อมแมวขายบ้านผีสิงให้

ชายวัยกลางคนเกิดอาการประสาทหลอนจนถูกนำตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช แถมยังบอกใครต่อใครว่าเห็นผู้หญิงโผล่ออกมาจากพื้นไม้บนชั้นสองของบ้าน

“ผะ ผี...ผู้หญิงตัวขาวอวบ มะ เหมือน ยายอ้วนเจ้าของ วี.พี.รักคุณนั่นแหละ” มานพเชื่ออย่างสนิทใจว่าอีกฝ่ายเป็นวิญญาณชั่วร้ายที่ติดอยู่ในบ้าน

“ไม่จริ๊ง จะมีใครขาว สวย หมวย เอ็กซ์กว่าแก้มอุ่น ไม่มีทางเป็นไปได้”

หล่อนแก้ต่างให้ตนเองอย่างเป็นเดือดเป็นแค้น ทว่าเสียงดังหวีดแหลมของสาวอวบดูจะไม่เป็นที่นำพาของอีกฝ่าย มานพยังโพนทะนาไม่หยุดถึงเรื่องวิญญาณร้ายในบ้านหลังนั้น

“คอยดูนะ ถ้าตาแก่ยังไม่หุบปากให้สนิท แก้มอุ่นคนสวยคนนี้จะไปเข้าฝัน แล้วบีบคอให้ลิ้นจุกปากตายไปเลย”

คำพูดหล่อนทำให้คนที่ได้ยินต่างหวาดหวั่นไปตามๆ กัน ด้วยหญิงสาวมีลูกบ้าเยอะ ชอบทำอะไรแผลงๆ มาตลอด โดยเฉพาะการซื้อบ้านเก่าซึ่งมีประวัติพิลึกพิลั่นแล้วมาปรับปรุงใหม่ ก่อนปั่นราคาและขายให้ลูกค้าในราคาแพงลิบ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป